โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การใช้ลิงขึ้นมะพร้าว ภูมิปัญญาตามวิถีชาวบ้านหรือการทรมานสัตว์

Khaosod

อัพเดต 15 ส.ค. 2563 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2563 เวลา 07.49 น.

การใช้ลิงขึ้นมะพร้าว ภูมิปัญญาตามวิถีชาวบ้านหรือการทรมานสัตว์

  • เรื่องโดย ชัยยศ ยงค์เจริญชัย ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • วิดีโอโดย พริสม์ จิตเป็นธม ผู้สื่อข่าววิดีโอ
  • ภาพ PARIS JITPENTOM/BBC THAI

ด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีอาชีพทำมะพร้าวขาย สุธรรม ศรีแสง บอกว่าตัวเองผูกพันกับต้นมะพร้าวและลิงมาตั้งแต่เด็ก เขาเห็นแม่กับพี่ชายเลี้ยงลิงเก็บมะพร้าวเพื่อจุนเจือครอบครัว และตัวเขาเองเคยเลี้ยงลิงมาถึง 15 ตัว ดังนั้นจึงพูดได้ว่าครอบครัวของเขาให้ความสำคัญกับลิงและไม่ได้มองเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงไว้ใช้งาน

"หัวหน้าครอบครัวของผมคือลิง ถ้าผมไม่มีมัน ผมก็ไม่มีเงินมากินมาใช้ในครอบครัว ถ้าผมไม่มีลิงก็คือไม่มีงาน" สุธรรมพูดตอนขี่มอเตอร์ไซค์พา "เล็ก" ลิงตัวหนึ่งของเขาไปปืนต้นมะพร้าวตามคำสั่งจากเจ้าของสวนที่จ้างเขาทำงานประจำวัน เล็กนั่งอยู่ตรงที่ว่างด้านหน้ามอเตอร์ไซค์ มีโซ่คล้องอยู่ที่คอซึ่งคล้องอยู่กับข้อมือของสุธรรม

เมื่อต้นเดือน ก.ค. องค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์ หรือพีต้า เผยแพร่รายงานการสืบสวนเรื่องการใช้งานลิงในอุตสาหกรรมมะพร้าวไทย ที่พีต้าอ้างว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยเสนอหลักฐานเป็นวิดีโอภาพลิงถูกล่ามโซ่ใช้งาน บางตัวอยู่ในสภาพคุ้มคลั่ง หลังรายงานเผยแพร่ออกไป สื่ออังกฤษหลายสำนักรายงานว่าประเทศผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะพร้าวของไทยส่วนหนึ่งได้ระงับการนำเข้าไปขายยังห้างร้านต่าง ๆ ทั่วโลกนับหมื่นร้าน

แต่ในมุมกลับกัน ชาวบ้านที่เลี้ยงลิงมาหลายสิบปี อย่างสุธรรมให้เหตุผลว่าคนเลี้ยงลิงจริง ๆ จะไม่ทำร้ายลิง และสิ่งที่ปรากฏเป็นหลักฐานของพีตานั้นไม่ได้เกิดที่บ้านเกิดของเขาบนเกาะสมุยแน่นอน เขาบอกอีกว่าการเลี้ยงลิงไว้ใช้งานเป็นวิถีชีวิตและภูมิปัญญาชาวบ้านที่คนทั่วไปอาจไม่เข้าใจ

ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวเพื่อการเกษตรกว่า 1.3 ล้านไร่ ส่วนมากอยู่ในภาคใต้ของประเทศ เช่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่เหล่านี้มีการใช้ลิงเพื่อเก็บมะพร้าวบนต้นที่มีความสูงเกินกว่าจะใช้แรงงานคนเพื่อเก็บเกี่ยว

บีบีซีไทยเดินทางลงพื้นที่ เกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานี ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเกาะมะพร้าว ก่อนการท่องเที่ยวจะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อติดตามดูว่าชีวิตในแต่ละวันของลิงที่ถูกเลี้ยงมาเพื่อใช้งานขึ้นมะพร้าวนั้นเป็นอย่างไร

วันทำงานของลิง

ยักษ์ จ๋อ และจ๋อย ตื่นนอนทันทีที่ วิเศษ ศรีแสง เปิดไฟหลังบ้านตอนตี 5 เพื่อเตรียมหุงข้าวให้ลิงกินในตอนเช้า และทันทีที่พวกมันตื่นขึ้นมา ลิงทั้งสามตัวที่มีอาการสะลึมสะลือไม่ต่างอะไรกับคนที่เพิ่งตื่นนอน ต่างก็ลุกขึ้นนั่งรอกินข้าวเช้า

วิเศษนำข้าวที่หุงร้อน ๆ มาใส่ชามก่อนที่จะคลุกด้วยนมข้นหวานและเทใส่ชามให้ลิงทั้งสามตัวที่นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ พวกมันจะรีบกินจนหมดจาน

น.สพ. ปานเทพ รัตรากร บอกกับบีบีซีไทยว่าอาหารหลักของลิงก็คือพืช ผัก และผลไม้ แต่การที่เจ้าของลิงที่สมุยให้อาหารเช้ากับลิงของเขาอาจจะเป็นมื้อพิเศษเพื่อเป็นรางวัลหรือเป็นแรงจูงใจให้ทำงาน

ยักษ์เป็นลิงที่สนิทกับวิเศษที่สุด เขาบอกว่าเป็นเพราะเขาเคยช่วยชีวิตมันไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว มันยืนขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ ๆ และกอดขาเขาไว้แน่น วิเศษลูบหัวยักษ์ก่อนที่จะผละจากมันเพื่อเตรียมตัวออกไปเก็บมะพร้าว

พอ 6 โมงเช้า วิเศษนำโซ่ที่มีเชือกยาวหลายสิบเมตรที่ผูกติดอยู่มาคล้องคอยักษ์และจ๋อ ก่อนที่จะพาพวกมันเดินขึ้นรถบรรทุกเพื่อไปที่สวนมะพร้าว

ทุกครั้งที่วิเศษเข้าสวนไปเก็บมะพร้าว เขาจะพาลิงไปสองตัวเพื่อให้สลับกันทำงาน ตัวหนึ่งนั่งพักเหนื่อยในขณะที่อีกตัวหนึ่งไต่ขึ้นต้นมะพร้าว

ภาพเดียวกันนี้ในมุมมองขององค์กรพิทักษ์สัตว์ถือว่าเป็นการทรมานสัตว์ แต่คนที่เลี้ยงลิงไว้ใช้งานเห็นตรงกันข้าม

"ลิงพวกนี้เราทรมานเขาไม่ได้ ถ้าเขาจะไม่ขึ้น (ต้นมะพร้าว) ทำยังไงก็ไม่ขึ้นหรอก ตีให้ตายก็ไม่ขึ้น การปีนป่ายมันเป็นธรรมชาติของพวกเขา" มาลี ศรีแสง ภรรยาของวิเศษกล่าว

ดูเหมือนลิงจะสามารถสื่อสารกับเจ้าของได้ เมื่อขึ้นไปบนยอดมะพร้าว พวกมันจะมองลงมายังเจ้าของ รอฟังคำสั่ง พอวิเศษพูดว่า "เอาเอา" ลิงก็จะบิดลูกมะพร้าวนั้น ๆ และทิ้งลงมาที่พื้น มาลีจะเป็นคนนำตะขอปลายแหลมมาจิ้มมะพร้าวและโยนไปกองรวมเป็นจุด ๆ ให้เจ้าของสวนมาขนไป

วิเศษและภรรยาพาลิงไปขึ้นมะพร้าวก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น และให้พวกมันทำงานจนถึงเวลา 10 โมง ก่อนจะพาลิงกลับบ้าน พวกเขาบอกว่าไม่ต้องการให้ลิงทำงานท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวของเกาะสมุย

ในวันที่ทีมงานบีบีซีไทยติดตามคนเก็บมะพร้าวและลิงของพวกเขาไปทำงาน ทันทีที่ที่ถึงบ้าน ลิงทั้งสองตัวได้กินนมถั่วเหลือง อาบน้ำ และไม่ต้องทำอะไรไปจนถึงเช้าวันใหม่

เลี้ยงดีกว่าลูก

วิเศษออกจากเกาะสมุยเพื่อไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ในปี 2525 ตอนที่อายุได้ 12 ปี เขาเติบโตมากับครอบครัวคนเลี้ยงลิง มีความฝันที่อยากจะหาเงินให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และระยอง ไปทำงานด้านเฟอร์นิเจอร์

แต่เมื่อเศรษฐกิจในประเทศเริ่มแย่ลง ทำรายได้ไม่ดีเท่าเดิม เขาและภรรยาตัดสินใจย้ายกลับบ้านที่เกาะสมุย มาลีบอกว่ามีอาชีพที่ทำได้แค่สองอย่างคือไม่ลงทะเลก็ขึ้นต้นมะพร้าว

ในขณะนั้น ราว 6 ปีที่แล้ว คนในครอบครัวของเขาทุกคนยังทำอาชีพเก็บมะพร้าวอยู่ เมื่อขอคำปรึกษา พี่ชายของวิเศษจึงให้ลิงมาหนึ่งตัว

"ตอนได้เจ้ายักษ์มาใหม่ ๆ เขามีอาการป่วยเข้ามาจนเกือบตายแล้ว เราก็รับเจ้ายักษ์เข้ามาดูแล ต้มยาสมุนไพรให้กินจนมันกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และสามารถทำงานได้ ในช่วงแรก ๆ เราทำงานได้วันละ 500 บาท ก็เลยเริ่มคิดได้ว่าอาชีพนี้สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้จริง ๆ" วิเศษกล่าว

"พอได้มาอยู่กับลิงก็เริ่มมีความผูกพันกับลิง ทำงานกับลิงตอนเช้า สาย ๆ ก็พากลับบ้าน เลี้ยงข้าว เล่นกับเขา งานนี้มันเป็นงานที่เรียบง่าย วิถีชีวิตง่าย ๆ ไม่เครียด" เขากล่าวเสริม

วิเศษบอกว่าเขาเลี้ยงดูลิงทั้งสามเหมือนลูก และมีความผูกพันกัน วันไหนที่วิเศษออกไปนอกบ้าน เมื่อกลับเข้ามา ลิงก็จะร้องเรียกเขาและเข้ามากอด แต่เขาบอกว่าลิงจะไว้ใจแต่เจ้าของเท่านั้น

"เราได้กินอะไรพวกเขาก็ได้กินแบบนั้น นี่กินดีกว่าลูกผมอีก" วิเศษกล่าว

เราให้ใจเขา เขาก็ให้ใจคืนมา

วันที่ 3 ก.ค. กลุ่มพิทักษ์สัตว์พีต้าออกรายงานการสืบสวนเรื่องการทรมานลิงที่ใช้ฝึกเพื่อขึ้นต้นมะพร้าว พีต้าระบุในแถลงการณ์ว่าผู้สังเกตการณ์ได้ถ่ายภาพลิงที่ถูกล่ามด้วยโซ่เส้นสั้น ๆ และถูกบังคับให้วิ่งวนเป็นวงกลม ถูกจับใส่กรงแคบ ๆ ท่ามกลางฝนตก และบังคับให้ปีนต้นไม้ในฤดูเก็บเกี่ยวมะพร้าวเพื่อทุ่นแรงคนงาน

พีต้าได้เริ่มสืบสวนข้อเท็จจริงและไปเยี่ยมโรงเรียนฝึกหัดลิง 4 แห่ง และไปสังเกตการณ์การแข่งขันลิงเก็บมะพร้าวอีก 1 แห่ง โดยพีต้ารายงานว่าลูกลิงที่ถูกนำมาใช้ฝึกตามโรงเรียนจะถูกพรากจากแม่ตั้งแต่เล็ก และถูกบังคับให้เก็บมะพร้าวจากต้นในอุตสาหกรรมมะพร้าวที่ส่งออกไปทั่วโลก และลิงเหล่านั้นยังถูกล่ามไว้กับยางรถยนต์เก่า ๆ ใกล้ถังขยะหรือไม่ก็ถูกจับใส่กรงที่มีขนาดพอ ๆ กับตัวในสภาพอึดอัด

หลังจากพีต้าได้เปิดโปงการกระทำที่ถือว่าเป็นการทรมานลิงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมมะพร้าวในไทย ทำให้ผลิตภัณฑ์มะพร้าวของไทยอย่างกะทิ ได้รับผลกระทบในเรื่องการส่งออกอย่างหนัก มีรายงานว่าร้านค้ากว่าหมื่นร้านทั่วโลกไม่รับซื้อผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่มาจากประเทศไทย ด้วยสาเหตุที่ว่ามีการทรมานสัตว์เกิดขึ้นในขั้นตอนการผลิต

นอกจากผู้ประกอบการและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่ได้รับผลกระทบแล้ว เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและผู้เลี้ยงลิงก็ได้รับผลกระทบจากข่าวที่เกิดขึ้นไม่น้อยเช่นกัน

"เมื่อก่อนที่เริ่มทำมะพร้าวใหม่ ๆ ได้ลูกละ 7 บาท แต่ตอนนี้พอมีข่าวเรื่องการแบนสินค้ามะพร้าวไทยจากต่างประเทศก็ลำบากกันมาก มะพร้าวเหลือลูกละ 3 บาท ทำงานกันไม่ได้เท่าเดิม แล้วจะให้พวกเราทำอย่างไร นี่มันภูมิปัญญาชาวบ้าน คนมาเกาะสมุยมาท่องเที่ยวก็อยากจะมาดูลิง มาดูมะพร้าว มันเป็นจุดขายของเกาะสมุยอยู่แล้ว" มาลีตัดพ้อ

มาลีรวบรวมมะพร้าวที่ลิงเก็บมาได้จากยอดต้นมะพร้าวมาวางไว้เป็นกองเพื่อรอให้เจ้าของสวนมารับไป

"ไม่รู้ว่า (พีต้า) ไปเอาข้อมูลมาจากที่ไหน ถ้าพวกเขาได้มาเห็นความเป็นอยู่ของลิงที่นี่ และการเลี้ยงดู ก็จะเห็นว่าเราไม่ได้ทรมานมัน เราต้องรู้จักนิสัยของสัตว์ เขาก็จะไม่ทำร้ายเรา เราให้ใจเขา เขาก็ให้ใจเราคืนมา" มาลีพูด ขณะที่วิเศษสามีของเธอย้ำว่าไม่มีการทรมานลิงเกิดขึ้นบนเกาะสมุย

มาลีอธิบายเพิ่มเติมว่ามะพร้าวบนเกาะสมุยบางต้นมีอายุร่วมร้อยปี และลูกมะพร้าวจะอยู่สูงมากจนคนไม่สามารถเก็บถึงจึงต้องพึ่งลิงที่ทำได้ดีและเร็วกว่า เธอบอกด้วยว่าวันไหนที่ลิงไม่ได้ขึ้นมะพร้าว พวกมันจะมีอาการเครียด

"เหมือนกับการเลี้ยงเด็ก เราจะรู้ว่าลิงแต่ละตัวมีนิสัยเป็นอย่างไร และต้องทำอย่างไรกับพวกมัน บางทีแค่พูดว่า แอ๊ะ ๆ พวกเขาก็กลัวแล้ว" มาลีอธิบาย

วิเศษอธิบายเสริมว่าลิงแต่ละตัวมีราคาสูงประมาณ 40,000 - 50,000 บาท และทุกตัวจะมีไมโครชิพฝังอยู่

มุมมองจากเจ้าของธุรกิจ

ในขณะที่คนเลี้ยงลิงและชาวสวนมะพร้าวกำลังหาทางออกเพื่อให้พวกเขาอยู่รอดได้ สำหรับผู้ผลิตและส่งออกในพื้นที่เกาะสมุยอย่าง วิศิษฐ์ จันทร์สิทธิพงศ์ กลับมองว่านี่เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะกำหนดราคากลางของมะพร้าวเพื่อให้ทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการอยู่ได้

"ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็จะบอกเลยว่ามะพร้าวบ้านเราราคาแพง แถมราคาขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ตลอด ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวอย่างผมก็ต้องคอยรับมือกับราคาที่ผันผวนไม่คงที่อยู่ตลอดเวลา" วิศิษฐ์กล่าว

เขาอธิบายว่าผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกมะพร้าวหลายรายอาจจะไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องการส่งออก เพราะหากมีการระงับไม่ซื้อผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทย ผู้ประกอบการก็ยังสามารถตีตราว่าเป็นสินค้าจากประเทศอื่นเพื่อส่งออกไปขายได้อยู่ดี

"รัฐบาลควรประกาศราคากลางของมะพร้าวไปเลย แล้วแบบนี้จะทำให้ทุกคนเล่นอยู่ในสนามที่ราคาเดียวกัน และเราก็จะได้ของที่มีคุณภาพเท่า ๆ กัน และชาวบ้านก็จะได้ไม่ถูกกดราคา"

สุธรรมมักจะเดินทางไปไหนมาไหนกับลิงของเขาด้วยรถจักรยานยนต์

เหมือนตัดมือตัดเท้า

บีบีซีไทยได้รับคำบอกเล่าจากผู้เลี้ยงลิงบางรายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เริ่มเดินสายประชาสัมพันธ์เรื่องการดูแลลิงที่ใช้เก็บมะพร้าว และมีการเปรยว่าทางการอาจมีการสั่งห้ามการใช้ลิงเก็บมะพร้าวในพื้นที่เกาะสมุย

"ถ้าไม่ให้ใช้ลิงเก็บมะพร้าวจริง ๆ ผมก็คงอดตายแหละ เพราะผมไม่มีอาชีพอื่นเสริมเลย ก็คงไม่ต่างกันกับการตัดมือตัดเท้าผมเลย" สุธรรมกล่าวและอธิบายว่าเขายังเป็นหนี้ธนาคารจากการลงทุนซื้อลิงและรถ หากรัฐบาลไม่ให้การชดเชยใด ๆ เขาก็จะยังใช้ลิงขึ้นต้นมะพร้าวอยู่ต่อไป

สุธรรมย้ำว่า "ลิงกับเกาะสมุยเป็นวิถีชาวบ้าน อยากให้ทุกคนลงมาดูเลยว่าเราดูแลลิงได้สมบูรณ์แข็งแรงขนาดไหน…ถ้าห้ามไม่ให้ใช้ลิงขึ้นต้นมะพร้าวจริง ๆ ก็คงเสียดายเพราะนี่เป็นอาชีพที่เราทำมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าไม่ให้ใช้ลิงขึ้นจริง ๆ ผมก็จะไม่ให้ลิงของผมกับใครนะ ก็จะเลี้ยงดูเอง พาไปเที่ยว กินอยู่ด้วยกันจนเขาตาย ถึงไม่ทำให้เกิดรายได้แล้ว ผมก็จะไม่ทิ้งเขา"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...