โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดกลยุทธ์ดีลเลอร์รถยนต์ ในยุคที่ใครๆ ก็ New Normal

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ส.ค. 2563 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2563 เวลา 12.30 น.

คอลัมน์ ช่วยกันคิด โดย ดร.มานะ นิมิตรวานิช กณิศ อ่ำสกุล ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธ.กรุงไทย

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เปลี่ยนผู้บริโภคบางกลุ่มไปอย่างสิ้นเชิง การเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) การมีปฏิสัมพันธ์ด้วยการสัมผัสเท่าที่จำเป็น รวมถึงการลดการพบปะกันให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้

ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ถูกบั่นทอนลงจากสภาพเศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ล้วนเป็นแรงกดดันให้ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ หรือ “ดีลเลอร์” ที่ในปัจจุบันมีรูปแบบการดำเนินงานแบบดั้งเดิมที่จำเป็นต้องมีการสัมผัส และทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ (brick and mortar) ต้องเร่งปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนไป

บทความนี้ เราจึงมาวิเคราะห์กันว่าดีลเลอร์รถยนต์ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากเพียงใด ? ดีลเลอร์ในต่างประเทศมีแนวทางการปรับตัวอย่างไร ? พร้อมวิเคราะห์ว่าดีลเลอร์ไทยจะ digitalize ได้จริงหรือไม่ ??

โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์อย่างไร ?

ภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มหดตัวอย่างรุนแรง (deep recession) ที่คาดว่าจะติดลบ -8.8% ในปี 2020 จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยลบที่เข้ามาฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ และรถยนต์ สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ในประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 อยู่ที่ 330,000 คัน ลดลง -37.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ขณะที่สำหรับทั้งปี 2020 เราประเมินว่า ยอดขายรถยนต์มีโอกาสลดลงจาก 1,007,500 คันในปี 2019 มาอยู่ที่ 620,000 คัน หดตัวถึง -38.2% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์อย่างมาก เนื่องจากดีลเลอร์รถยนต์มีโครงสร้างที่พึ่งพารายได้จากการขายรถยนต์เป็นหลักถึง 80-90% ของรายได้ทั้งหมด รายได้โดยรวม (หรือมูลค่าตลาด) ของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ จึงมีแนวโน้มหดตัวได้มากถึง -25% ลดลงจาก 1.07 ล้านล้านบาท ในปี 2019 เหลือ 0.8 ล้านล้านบาท ในปี 2020เพื่อที่จะรักษาการทำกำไรให้ไม่ต่ำกว่าเดิม คำถามที่น่าสนใจคือ “ธุรกิจดีลเลอร์มีความสามารถในการควบคุมต้นทุน และค่าใช้จ่ายตามยอดขายรถยนต์ที่ลดลงได้หรือไม่ ?”

จากการรวบรวมข้อมูล และการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการชั้นนำ เราพบว่ามีเพียง 8 ใน 10 ของต้นทุนและค่าใช้จ่ายเท่านั้น ที่ผู้ประกอบการสามารถปรับลดตามทิศทางยอดขายรถยนต์ เช่น ต้นทุนในการซื้อรถยนต์ ค่าใช้จ่ายในการตลาด (ส่วนลดต่าง ๆ หรือการทำโปรโมชั่น) และค่า commission ของพนักงานขาย

ส่วนที่เหลืออีก 2 ใน 10 เช่น ต้นทุนการซื้ออะไหล่ และวัสดุสิ้นเปลือง (สำหรับบริการซ่อมบำรุง) เงินเดือนคงที่ของพนักงาน และค่าเช่าสถานที่เป็นส่วนที่ไม่สามารถปรับลงได้ เราจึงประเมินว่าภายใต้สถานการณ์ที่รายได้ของธุรกิจดีลเลอร์มีแนวโน้มลดลง -25% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจปรับลงได้เพียง 8 ใน 10 ของรายได้ที่หายไป หรือปรับลงได้เพียง -20% จะส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (net profit margin) โดยรวมมีแนวโน้มพลิกจากกำไรที่ 1-1.2% ในช่วงปี 2017-2019 เป็นติดลบ -4.8% ในปี 2020 นี้

สัดส่วนของผู้ประกอบธุรกิจดีลเลอร์ที่มีกำไรสุทธิติดลบ (loss ratio) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 24% ในปี 2019 มาอยู่ที่ 36% ในปี 2020 โดย loss ratio ของดีลเลอร์ขนาดย่อมมีโอกาสสูงถึง 50% สูงกว่าผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดใหญ่ที่มี loss ratio ในระดับต่ำกว่าที่ 32% และ 18% ตามลำดับ โดยเราประเมินว่ากว่าที่สถานการณ์ของยอดขายรถยนต์จะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือที่ประมาณ 1 ล้านคันได้นั้น อาจต้องใช้ระยะเวลาถึง 2-5 ปี

ผู้ประกอบธุรกิจดีลเลอร์ที่ไม่ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป อาจต้องประสบปัญหาทางการเงินอย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น

ในส่วนถัดไป เราจึงจะนำเสนอแนวทางการปรับตัวของธุรกิจดีลเลอร์ในยุค new normal จากกรณีศึกษาของต่างประเทศ พร้อมวิเคราะห์ว่า กลยุทธ์ใดที่ผู้ประกอบการไทยสามารถประยุกต์ใช้ได้จริง

ดีลเลอร์ในต่างประเทศปรับตัวอย่างไร ?

ในช่วงต้นปี 2019 บริษัทรถไฟฟ้าชื่อดังอย่าง Tesla ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาผ่านช่องทางออนไลน์ โดยผู้บริโภคสามารถซื้อรถยนต์ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ภายในเว็บไซต์ และบริษัทจะจัดส่งรถยนต์ให้ในที่จัดไว้ตามรหัสไปรษณีย์

นอกจากนั้น ระบบเอกสารต่าง ๆ สามารถจัดการได้ผ่านแอปพลิเคชั่นของ Tesla โดยเป็น paperless ทั้งสิ้น ด้านการทดลองรถ ผู้ซื้ออาจทดลองรถได้ในโชว์รูมใกล้ที่อยู่ แต่ Tesla เคลมไว้ว่ากว่า 70% ของผู้ซื้อไม่ได้ทำการทดลองขับ ซึ่งหากลูกค้าไม่พอใจในรถยนต์ สามารถคืนรถได้ในเวลาที่กำหนด

อีกหนึ่งในบริษัทดีลเลอร์รถยนต์ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ และประสบความสำเร็จอย่างมาก คือ Carvana ในสหรัฐอเมริกา ที่แม้จะเป็นดำเนินธุรกิจรถยนต์มือสอง แต่แนวคิดและรูปแบบเทคโนโลยีที่ใช้มีความน่าสนใจและบางส่วนสามารถนำมาใช้กับดีลเลอร์รถยนต์ในไทยได้ โดยการดำเนินธุรกิจจะไม่มีโชว์รูมในรูปแบบปกติเพื่อลดต้นทุน และส่งผ่านไปยังราคาที่ถูกลงให้ลูกค้า

โดยเริ่มตั้งแต่ รถยนต์ในสต๊อกจะถูกคำนวณจากระบบอัลกอริทึม เพื่อให้รถยนต์ในสต๊อกสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทำให้มีทางเลือกให้ลูกค้ามากกว่าดีลเลอร์รถยนต์ปกติ ในการเข้าชมรถ ลูกค้าสามารถดูรถผ่านระบบออนไลน์ 360 องศาได้อย่างเสมือนจริง ทั้งภายในและภายนอกรถ ในขั้นตอนการซื้อขาย สามารถทำผ่านระบบ e-Commerce ที่เสร็จได้ใน 10 นาที

รวมทั้งมีบริการเช่าซื้อของตนเอง และสุดท้ายในการรับรถ บริษัทมีบริการส่งรถ และรับรถผ่าน vending machine ของบริษัทที่อยู่ตามเมืองใหญ่ ๆ ในสหรัฐอเมริกา และยังจ่ายค่าเดินทางให้ด้วยหากมารับด้วยตนเอง

การซื้อขายออนไลน์ของ Tesla และการใช้เทคโนโลยีของ Carvana ส่งผลให้ 2 บริษัทนี้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระดับต่ำ แม้ว่าในช่วงก่อนหน้านี้ ที่ทั้งสองบริษัทประกาศแผนงานดำเนินธุรกิจตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด จะได้รับมุมมองเชิงลบจากหลาย ๆ ฝ่าย เนื่องจากมองว่าธุรกิจรูปแบบดั้งเดิมอย่างธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไม่น่าเหมาะกับการใช้เทคโนโลยีในรูปแบบนี้

แต่หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า ผลประกอบการของทั้งสองบริษัทกลับได้รับผลกระทบต่ำมาก เมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม โดยรายได้ Tesla ในไตรมาส 2/2020 ลดลงเพียง -5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในขณะที่รถยนต์ค่ายหลักอื่น ๆ ในสหรัฐ อย่าง Ford และ GM ลดลงมากกว่า -30% ในขณะที่ Carvana มีรายได้ในไตรมาส 2 ของปี 2020 ที่ขยายตัวถึง 13%

ดีลเลอร์ไทยจะ digitalize ได้จริงหรือไม่ ?

ดีลเลอร์รถยนต์ในไทยที่ไม่ใช่เจ้าตลาด หรือมีกลุ่มลูกค้าเดิมที่กว้างพอ มีการยกระบบการขายและการบริการบางส่วนเข้าสู่ระบบดิจิทัลแล้ว เช่น Peugeot มีการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม LINE Official Account (LINE OA) เป็นช่องทางหลัก

โดยผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อรถผู้บริหารป้ายแดงไมล์ต่ำ พร้อมข้อมูลรายละเอียดรถและรูปประกอบ รวมถึงกดจองและสั่งซื้อ และติดต่อขอ test drive at home ผ่านแอปพลิเคชั่นได้

ขณะที่ Audi มีการใช้ LINE OA เช่นกัน แต่ยังเน้นเฉพาะการบริการ test drive at home ซึ่งในมุมมองของผู้ประกอบการดีลเลอร์รถยนต์ที่จัดจำหน่ายรถยนต์ tier 1 เห็นว่า รถยนต์ยี่ห้อที่เป็นเจ้าตลาดเคลื่อนตัวช้ากว่า เพราะมองว่าผู้บริโภคในไทยยังมีความยึดติดแบรนด์สูง

Krungthai COMPASS มองว่า แม้ผู้บริโภคจะยังมีค่านิยมเรื่องแบรนด์ แต่แบรนด์ที่ครองตลาดอาจจะต้องสูญเสียลูกค้าไปบางส่วน หากไม่ปรับ digitalize ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป new normal ที่เกิดจากโควิด-19 จะทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับความสะดวก และความปลอดภัยในการซื้อสินค้าและบริการเป็นลำดับแรก ๆ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญให้ดีลเลอร์รถยนต์ยกระบบการซื้อขาย และการบริการให้มาอยู่ในระบบดิจิทัลให้มากขึ้นในระยะยาว

ทั้งการรีวิวรถยนต์ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีความคมชัดในระดับสูง test drive at home ที่สามารถจัดการได้ผ่านช่องทางออนไลน์ เพิ่มช่องทางการขายผ่าน omnichannel รวมไปถึงการบริการรับและส่งรถถึงที่พักของเจ้าของรถยนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ การ digitalize ยังสามารถนำไปสู่ความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจดีลเลอร์ในระยะยาว ผ่านการปรับลดพื้นที่สำหรับ physical showroom ลง ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนในการก่อสร้างให้กับผู้ประกอบการใหม่

ขณะที่ผู้ประกอบการเดิมสามารถปรับพื้นที่ดังกล่าวมาใช้เป็นพื้นที่สำหรับงานบริการซ่อมบำรุงซึ่งสามารถช่วยสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ดี หนึ่งในความท้าทายสำคัญที่จะทำให้การ digitalize ของธุรกิจดีลเลอร์เกิดขึ้นช้า หรือเร็ว ส่วนหนึ่งนั้นขึ้นอยู่กับกฎระเบียบและข้อตกลงระหว่างดีลเลอร์ และบริษัทแม่ โดยเฉพาะประเด็นด้าน

1) พื้นที่ของ physical showroom ที่บริษัทแม่กำหนดชัดเจนว่า ต้องมีขนาดขั้นต่ำที่เท่าไหร่ การ digitalize โชว์รูมขึ้นไปบนแพลตฟอร์มออนไลน์จึงอาจไม่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับลด physical showroom ได้จริงในทางปฏิบัติ รวมถึง

2) กฎระเบียบเรื่องการนำเสนอราคารถยนต์ให้ตรงกันบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็ดูจะเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ

เนื่องจากดีลเลอร์แต่ละรายมีการนำเสนอราคาให้กับลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่ไม่เท่ากันในปัจจุบัน ซึ่งในส่วนนี้ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตา และติดตามกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...