โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

27 วิธีเด็ดๆ ที่ชาวนาไทยใช้กำจัดหอยเชอร์รีในนาข้าว

รักบ้านเกิด

อัพเดต 18 ส.ค. 2563 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2563 เวลา 09.09 น. • รักบ้านเกิด.คอม

หอยเชอรี่ เป็นศัตรูข้าวที่สำคัญและพบได้ทุกภูมิภาคของไทย มักอาศัยอยู่ในน้ำนิ่ง มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้หลากหลาย เช่น เมื่อน้ำแห้งหรือน้ำลด หอยจะหมกตัวอาศัยอยู่ใต้โคลนตม และ จำศีลได้นาน 3-4 เดือน เมื่อมีน้ำหลากหอยจะลอยตัวไปกับน้ำไหลได้ อีกทั้งยังสามารถวางไข่ได้ทีละ 500 -3,000 ฟอง นอกจากนี้ตัวอ่อนส่วนใหญ่ยังอาศัยหมกตัวอยู่ใต้โคลน จึงยากที่จะกำจัดให้สิ้นซากไปได้โดยง่าย ซึ่งประเด็นสำคัญที่ชาวนาไทยต้องตื่นตัวกับหอยเชอรี่นั่นก็คือ ความสามารถในการทำลายล้างต้นข้าว ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 1-2 นาที โดยจะเริ่มต้นเข้ากัดกินต้นกล้าข้าวใต้น้ำเหนือจากพื้นดิน 1- 2 นิ้ว แล้วจึงกัดกินส่วนใบที่อยู่เหนือน้ำจนหมด ซึ่งระยะกล้าข้าวช่วง 10 วันแรกนั้นจะเป็นช่วงที่หอยเชอรี่โปรดปรานมากที่สุด

Hilight-Kaset/22_1_capture-20170220-100055.jpg

"หอยเชอรี่ศัตรูสำคัญของข้าว"

ปัจจุบันหอยเชอรี่กลายเป็นศัตรูข้าวและพืชน้ำที่สำคัญของไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน จีน ฮ่องกง และ ออสเตรเลีย ในประเทศไทยพบว่ามีการแพร่ระบาดไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ และกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่หลายชาติให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งประเทศไทยได้มีการนำพืชและวัสดุอื่นๆ เข้ามาใช้จัดการอย่างได้ผลดียิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปทำปุ๋ยหมักบำรุงพืชและดักจับเพื่อทำลายหรือฆ่าให้ตาย ดัง 27 วิธีเด็ดๆ ที่ชาวนาไทยใช้กำจัดหอยเชอร์รีในนาข้าว ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลดีจริง จากประสบการณ์ตรงของเกษตรกรผู้ทำนาข้าวทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ ซึ่งยินดีเผยแพร่สูตรผ่านรักบ้านเกิด.คอมไว้ดังนี้

27 วิธีเด็ดๆ ที่ชาวนาไทยใช้กำจัดหอยเชอร์รีในนาข้าว
1. ข่าแก่และปูนกินหมาก : ใช้เหง้าข่าแก่ 3 กก. ตำให้แหลก+น้ำ 4 ลิตร ทิ้งไว้ 24 ชม.เมื่อครบกำหนดให้ กรองเอาแต่น้ำหมักที่ได้ไปผสมกับน้ำปูนกินหมาก 2 ลิตร (เตรียมได้จากเนื้อปูนกินหมาก 3 กก. + น้ำ 2 ลิตร) แล้วนำไปสาดให้รอบแปลงนา
หมายเหตุ :
- สูตรนี้หอยเชอรี่จะตาย เพราะปูนกินหมากและความเผ็ดร้อนจากเหง้าข่าจะไปกัดปากหอย
- ตามสูตรตั้งต้น ใช้ได้ผลดีในพื้นที่ 1 ไร่ หากต้องการใช้ในพื้นที่ที่มากกว่านี้ให้เพิ่มสัดส่วนได้จากสูตรที่ให้มา เช่น พื้นที่ 50 ไร่ ต้องใช้เหง้าข่า 150 กก. หมักกับน้ำ 200 ลิตร 1 คืน แล้วกรองน้ำหมักไปผสมกับ น้ำปูน 100 ลิตร(เตรียม ได้จาก ปูนกินหมาก 150 กก. + น้ำ 100 ลิตร)
ภูมิปัญญาจาก : คุณเรือน ทองจำรัส เกษตรกรบ้านยางยวน ต.ดอนตรอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช
2. ควบคุมระดับน้ำในแปลงนาหว่านน้ำตรม(วิธีกล) : แช่เมล็ดพันธุ์ข้าว 1 คืน แล้วนำไปบ่มให้รากงอกอีก 1 คืน เพื่อให้ข้าวหลังหว่านงอกเร็วขึ้น จากนั้นจึงหว่านลงแปลงนาที่เตรียมไว้ เมื่อหว่านเสร็จให้ปล่อยน้ำออกจากแปลงนาให้หมด จากนั้นหว่านปูนขาวให้ทั่วแปลงนา ปล่อยผ่านไป 25 วัน จึงปล่อยน้ำเข้าแปลงนาดูแลจัดการเรื่องวัชพืชต่อไป
หมายเหตุ :
- ในสภาพขาดน้ำหอยเชอรี่จะหมกตัวอยู่ในดินโคลนจึงออกมากัดกินต้นข้าวไม่ได้ ส่วนต้นข้าวจะยังสามารถโตต่อไปได้ เพราะความชื้นในดินยังมีอยู่
- ต้นข้าวอายุได้ 25 วันหลังหว่านจะมีต้นแข็งแรง หอยเชอรี่จึงเข้ามาทำลายไม่ได้
- การใช้ปูนขาวจะทำให้ดินนามีความเป็นด่าง ซึ่งเป็นสภาพที่หอยเชอรี่ไม่ชอบ จึงไม่มาอาศัยอยู่ในแปลงนา
- วิธีนี้ใช้ได้ผลดีมีประสิทธิภาพเฉพาะพื้นที่ที่สามารถควบคุมและระบายน้ำได้ดี
ภูมิปัญญาจาก : คุณบัวผัน กันรา ผู้นำในการก่อตั้ง โรงเรียน ค. ควายพัฒนาโนนสำราญและหมอดินประจำตำบลโนนสำราญ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
3. เบียร์ : นำขวดน้ำพลาสติกหลือใช้มาตัดส่วนปลายออก ทำเป็นภาชนะ(ไม่ต้องตัดลึกมากเพราะ กะดูว่าหอยเชอรี่สามารถคลานลงไปกินเบียร์ในภาชนะได้) จากนั้น นำไปใส่เบียร์ (ยี่ห้อใดก็ได้) วางไว้ในนาตามจุดต่างๆ หรือบริเวณที่พบว่ามีไข่หรือตัวหอยเชอรี่อยู่มาก
หมายเหตุ :
- เมื่อหอยเชอรี่ได้กลิ่นเบียร์จะลงมากิน และจะตายหลังจากได้กินแอลกอฮอล์เข้าไป
- วิธีนี้ไม่เหมาะจะใช้ในช่วงที่มีฝนตกฉุก
- เป็นวิธีที่สิ้นเปลืองงบประมาณมาก การนำไปใช้ควรใช้วิจารณญาณ
ภูมิปัญญาจาก :คุณเพทาย ทองคำ ชาวนาในพื้นที่ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
4. เทียนหยด : ใช้ลูกเทียนหยดสุก 1 กก. ตำให้แหลก + ฝักคูณแก่ทุบแตก 1 กก. + น้ำส้มสายชู 1 ขวด + แอลกอฮอล์ 75% ขนาด 450 มล. ผสมทั้งหมดในถัง หมักไว้ 7 วัน กรองเอาแต่น้ำนำไปใช้หยดตามทางน้ำ ป้องกันกำจัดหอยเชอรี่ไม่ให้เข้ามาทำลายนาข้าวได้เป็นอย่างดี
หมายเหตุ :
- สูตรนี้ไม่ต้องใช้น้ำ เพราะใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวสกัด
ภูมิปัญญาจาก : คุณเฉลียว น้อยแสง บ้านเลขที่ 42/3 หมู่ 10 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท
5. ล่อนกปากห่างให้ลงมากินหอยเชอรี่ : ใช้หอยเชอรี่ตัวใหญ่ๆ สดๆ (จำนวนขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่) มาทุบเปลือกแค่พอแตก แล้วร้อยกับเชือก ผูกไว้กับหลัก หลักละ 1-2 ตัว แล้วนำไปปักกระจายให้ทั่วแปลงนา จะช่วยล่อให้นกปากห่างลงมากินหอยเชอรี่ที่ปักหลักและที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติไปด้วย
หมายเหตุ :
- เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีนกปากห่างอาศัยอยู่มาก
- ไม่ควรใช้วิธีนี้ในช่วงขณะที่ข้าวกำลังออกรวง เพราะฝูงนกปากห่างอาจเหยียบย่ำต้นข้าวให้ได้รับความเสียหาย
- วิธีนี้เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษชาวนาไทย ที่ใช้ในการกำจัดศัตรูข้าว
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมเจตน์ แก้วแกมกาญจน์ บ้านเลขที่ 6/1 หมู่12 ซ.สัมฤทธิ์ ถนนกระทิง-หนองบัว ตำบลวังแซ้ม
6. เอื้องหมายนา : การนำมาใช้กำจัดหอยเชอรี่ทำได้ 2 วิธี คือ
วิธีที่ 1 : นำเอื้องหมายนา ทั้งต้น ใบและดอก สับและตำให้ละเอียด คั้นกับน้ำ(เหมือนคั้นกะทิ) แล้วนำน้ำคั้นที่ได้ไปใช้ฉีดพ่นให้โดนไข่หอยเชอรี่โดยไม่ต้องผสมน้ำอีก ไข่หอยจะฝ่อตายภายใน 1-2 วัน และไม่แพร่ขยายพันธุ์ต่อไป
วิธีที่ 2 : นำเอื้องหมายนา ทั้งต้น ใบและดอก จำนวน 10 กก. สับและตำให้ตำให้ละเอียด นำไปคั้นกับน้ำ(เหมือนคั้นกะทิ) แล้วนำน้ำคั้นที่ได้ไปผสมกับน้ำสะอาด ในอัตราน้ำคั้น 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 3 ส่วน แล้วนำไปสาดให้ทั่วแปลงนาที่พบว่ามีการระบาดของหอยเชอรี่ สารพิษในตัวสมุนไพรจะทำให้หอยเชอรี่ตายภายใน 5-7 วัน โดยอัตราส่วนดังกล่าวนั้นใช้ได้ผลดีในพื้นที่ 1 ไร่
หมายเหตุ :
- ในต้นเอื้องหมายนาจะมีสารสำคัญที่เรียกว่า "สารแทนนิน" เป็นพิษต่อหอยเชอรี่และมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับสารซาโปนินที่มีอยู่ในกากชา
- สารพิษที่มีอยู่ในสมุนไพรจะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอต่อการกำจัดหอยเชอรี่ได้โดยไม่มีสารตกค้างในดิน อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของข้าวและมนุษย์แต่อย่างใด
ภูมิปัญญาจาก : คุณคำใหม่ บริบาล หมอดินอาประจำอำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ

7. กลอย : ใช้หัวกลอยสดสับแหลก 5 กก. + เกลือป่น 1 กก. ผสมน้ำ 5 ลิตร หมัก ทิ้งไว้ 24 ชม. แล้วกรองเอาน้ำหมักที่ได้ไปสาดให้ทั่วแปลงนา หลังจากหว่านข้าวไปแล้ว 7-10 วัน และ ทำซ้ำไปจนกว่า ข้าวจะอายุ 2 เดือน โดยอัตราส่วนนี้ใช้ได้ผลดีในพื้นที่ 1 - 2 ไร่
*ภูมิปัญญาจาก : คุณบุญเชิญ ดำคำ เกษตรกรศูนย์เรียนรู้โครงการพื้นที่หนองใหญ่ ม.12 ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร*

Hilight-Kaset/22_2_6491_1.jpg

"กับดักจากขวดพลาสติก"

8. ขี้เหล็ก : นำใบหรือดอกขี้เหล็กจำนวน 3 กก. ไปต้มในน้ำ 5 ลิตรให้เดือด แล้วเอาแต่น้ำต้มที่ได้ไปผสมกับน้ำปูนใส 10 ลิตร + กากน้ำตาล 0.5 ลิตร ทิ้งไว้ 24 ชม. แล้วนำไปเทราดตามข้างคันนา ในอัตราน้ำตามสูตร 1 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทำติดต่อกัน 3 ครั้ง จะช่วยกำจัดปูและหอยเชอรี่ได้
หมายเหตุ :
- ควรใช้ในขณะที่ไม่มีฝนตกจะได้ผลดีมาก
- สามารถใช้ในอัตราที่มากกว่าสูตรกำหนดได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณของศัตรูพืช
ภูมิปัญญาจาก : คุณวุฒิชัย เมฆตรง เกษตรกรทำนาบ้านหัวไทร ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
9. ฝักคูณ : ใช้ฝักคูณแก่ทุบพอแตก 5 กก.+ปูนขาวโรยสนาม 1 กก. + น้ำ 5 ลิตร + จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ 1 ลิตร ผสมกันแล้วสาดลงในนาข้าว 1 ไร่ จะทำให้หอยเชอรี่ตาย และปูนาหนีไปไม่สามารถขยายพันธุ์ได้อีก
ภูมิปัญญาจาก : คุณอธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย
10. กากถั่วเหลือง : ใช้กากถั่วเหลืองใส่ในกระด้งไม้ไผ่จักสานหรือภาชนะอื่นๆ ที่มีลักษณะแบนราบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50-80 ซม. วางไว้ให้จมน้ำทั่วๆ แปลงนาที่พบการระบาด ที่ระดับน้ำประมาณ 15-20 ซม. เมื่อหอยเชอรี่ได้กลิ่นกากถั่วเหลืองจะเข้ามารุมกิน จากนั้นจึงยกกับดักนั้นไป เก็บเอาหอยเชอรี่ไปทำปุ๋ยหมักหรือทำลาย
หมายเหตุ :
- เนื่องจากกากถั่วเหลืองนั้นมีกลิ่นหอมที่หอยเชอรี่ชอบ จึงล่อให้หอยเชอรี่มาติดกับดักได้ไม่ยาก
- กากถั่วเหลืองที่ใช้จะใช้กากถั่วเหลืองวัตถุดิบอาหารสัตว์ หรือ กากถั่วเหลืองที่ได้จากการทำน้ำเต้าหู้ก็ได้ แต่กากถั่วเหลืองที่ได้จากการทำน้ำเต้าหู้ ควรนำไปตากแห้งก่อนใช้เป็นเหยื่อล่อ
ภูมิปัญญาจาก : คุณบุญมี เครือบุตร เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ที่ อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ
11. เปลือกทุเรียนหรือเปลือกขนุน : ใช้มุ้งเขียวปูบริเวณแปลงนาข้าวที่มีน้ำขังเป็นจุดๆ จากนั้นนำเปลือกทุเรียนหรือขนุนมากองลงบนมุ้งเขียว ในช่วงเวลาเย็น ปล่อยทิ้งไว้จนถึงเช้ารุ่งขึ้น จะพบว่ามีหอยเชอรี่มาอยู่รวมกันบนมุ้งเขียว ให้รวบมุ้งเขียวเก็บหอยเชอรี่ไปทำลาย หรือ นำไปทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ
หมายเหตุ :
- เปลือกทุเรียนหรือขนุนที่นำมาวางล่อ ควรกดให้จมน้ำ
- สามารถใช้พืชอื่นๆ ที่มีกลิ่นฉุนแบบเดียวกันแทนได้
- ควรใช้วิธีนี้ในช่วงเย็นเท่านั้น และควรเก็บกับดักไปทำลายในเช้าตรู่
ภูมิปัญญาจาก : คุณรุจาภา เนียนไธสง หมู่บ้านหัวสะพาน หมู่ 14 ตำบลบ้านยาง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์
12. เปลือกมังคุดและมะกรูด : ใช้เปลือกมังคุดสดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 กก. + น้ำพอท่วมและลูกมะกรูดผ่าซีก 1 กก. + น้ำพอท่วม หมักไว้ 7 วัน แล้ว กรองเอาน้ำหมักเปลือกมังคุดและน้ำหมักมะกรูด มาผสมเข้าด้วยกัน นำไปราดหรือฉีดพ่นในแปลงนา ทุก 5 - 7 วัน จะช่วยขับไล่ปูและหอยเชอรี่ไม่ให้มารบกวนต้นข้าวได้ดี
หมายเหตุ :
- ตามอัตราส่วนที่ให้ไว้ ใช้ได้ผลดีในพื้นที่ 1 ไร่
- การแยกหมัก เปลือกมังคุดและมะกรูด จะทำให้เกิดการย่อยสลายสารที่มีอยู่ในพืชได้สมบูรณ์ขึ้น และไม่ทำปฏิกริยาที่ขัดแย้งกัน จึงนำไปใช้ได้ผลดีกว่าการหมักรวมกัน
ภูมิปัญญาจาก : คุณนำพา ขัติกันทา เจ้าของศูนย์เรียนรู้โรงเรียนชาวนา ตำบลท่าสาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
13. เล็บมือนาง : ใช้ใบแก่และดอกเล็บมือนาง จำนวน 3-5 กิโลกรัม ตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียด นำไปผสมน้ำ 20 ลิตร ก่อนนำไปใช้สาดในแปลงนาที่มีหอยเชอรี่ระบาด ควรทำทุก 1- 2 สัปดาห์ หากพบว่ามีการระบาดมาก
หมายเหตุ :
- ตามอัตราส่วนที่ให้ไว้ ใช้ได้ผลดีในพื้นที่ 1 ไร่
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมพงษ์ วิจิตร หมอดินอาสา ประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 10 ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

Hilight-Kaset/22_6_20100418110808.jpg

"เทียนหยด(ดอก)"
ภาพ : https://medinfo.psu.ac.th

Hilight-Kaset/22_7_15_resize_resize.jpg

"เทียนหยด(ลูก)"
ภาพ : http://i371.photobucket.com

 

Hilight-Kaset/22_8_R11517489-vote0.jpg

"เล็บมือนาง"
ภาพ : http://topicstock.pantip.com

14. ความเป็นด่าง : ใช้ขี้เถ้าละลายน้ำ หรือ น้ำผงซักฟอก หรือ ปูนขาว หรือ น้ำส้มสายชู อย่างใดอย่างหนึ่งไปสาดให้ทั่วแปลงนาที่พบการระบาดของหอยเชอรี่ เนื่องจากหอยเชอรี่ไม่ชอบความเป็นด่าง เมื่อน้ำในแปลงนามีสภาพความเป็นด่าง จึงไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัยของหอยเชอรี่ หอยเชอรี่จึงหนีไปที่อื่นหรือตายในที่สุด หรือจะใช้ เปลือกหอยเชอรี่ มาเผาไฟจนได้ขี้เถ้าหรือถ่านเปลือกหอยเชอรี่ แล้วนำถ่านขี้เถ้าเปลือกหอยเชอรี่ไปผสมกับน้ำ ในอัตราส่วน ขี้เถ้าเปลือกหอยเชอรี่ 5 กิโลกรัม ต่อน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 24 ชม. จากนั้นกรองเอาเฉพาะน้ำไปฉีดพ่น ในแปลงนาข้าว หรือ สาดในนาข้าว จะสามารถลดการระบาดของหอยเชอรี่ในนาข้าวได้
ภูมิปัญญาจาก :
- คุณบุญล้อม เต้าแก้ว เกษตรกรทำนาอินทรีย์ จังหวัดสระบุรี
- คุณช่วย สาสุข ปราชญ์ชาวนาเกษตรอินทรีย์จากดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

15. กากชา : ใช้กากชาชนิดผง หากไม่มีสามารถไปขอได้ตามร้านจำหน่ายกาแฟโบราณหรือร้านที่ขายเครื่องดื่ม จากนั้นนำมาผึ่งลมให้แห้ง ปั่นให้เป็นผง ใช้ผงชาแห้ง 10 กิโลกรัม บรรจุในถุงพลาสติก เจาะก้นถุงให้เป็นรูขนาดพอเหมาะ นำไปผูกติดกับรถในตอนทำเทือก ย่ำให้ทั่วแปลง เป็นวิธีกำจัดหอยเชอรี่ได้ผลดีที่สุด หรือ ใช้กากชาหว่านลงไปในนา หลังการเตรียมดินทำเทือกเสร็จและก่อนจะปักดำต้นข้าวหรือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว ในอัตรากากชา 3 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งจะหว่านเพียงครั้งเดียวจนกว่าจะเก็บเกี่ยว จะหมดปัญหาเรื่องหอยเชอรี่ในนาข้าว
หมายเหตุ :
- ในกากชาจะมีสารซาโปนินอยู่มาก หากเป็นชาคุณภาพดีจะมีอยู่มากถึงกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสารตัวนี้จะไปทำลายระบบประสาทของหอยเชอรี่ เมื่อหว่านลงไปหอยจึงตายภายใน 5-10 นาที ซึ่งหอยที่ตายจะกลายเป็นอาหารชั้นดีของนก หนู งู แม้กระทั่งคนก็เอามารับประทานได้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
ภูมิปัญญาจาก :
- คุณจงกล จั่นโต ปราชญ์เกษตรกรผู้ทำนาข้าวอินทรีย์ ตำบลม่วงงาม อำภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
- คุณบุญชัย พิมพ์รัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 174/1 หมู่ 7 บ้านหนองปลิง ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก

16. กับดักจากขวดพลาสติก :ใช้ขวดน้ำพลาสติกขนาก 5 ลิตร ตัดช่วง ขอขวด ออก(วัดลงมาจากปากขวด 1 คืบ) แล้วนำส่วนที่ตัดออกมาตัดแต่งเป็นกับดักทางเข้า(เลียนแบบไทรดักปลา) โดยตัดเอาคอขวดที่แข็งๆ ออก แล้วก่ะให้รูตรงส่วนนี้กว้างพอที่หอยเชอรี่+หลักไม้จะลอดผ่านไปได้ จากนั้นใช้กรรไกรตัดด้านปลายส่วนนี้ให้แยกออกเป็น แฉก 4 แฉก ก่อนจะนำไปสอดลงในขวดโดยเอาด้านที่ใหญ่(ตัดเป็น 4 แฉก)แหย่เข้าไป แล้วเจาะรูท้ายขวดน้ำให้ใหญ่พอที่ไม้หลักจะลอดผ่านไปได้ จากนั้นเสียบไม้หลัก ผ่านเข้าไปในขวดกับดัก ร้อยรูปลายก้นขวดให้เป็นห่วง เกี่ยวยึดกับหลักไว้ ก่อนนำไปปักแขวนเป็นจุดๆ ตามแปลงนา
หมายเหตุ:
- การทำงานของกับดักหอยเชอรี่นี้ จะคล้ายกับที่ดักจับสัตว์ทั่วๆ ไป(ไซดักปลา) คือ เมื่อหอยเชอรี่ไต่ขึ้นมาวางไข่ในขวดแล้ว จะไม่สามารถไต่กลับลงไปในน้ำได้ ทั้งไข่หอยและตัวหอย จะถูกขังเอาไว้ในขวดนี้
ภูมิปัญญาจาก : คุณอัมพร ทรัพย์สกุล
17. มะละกอ : หากนำมะละกอสุกบดหรือหั่นทั้งลูกทั้งเปลือก แช่ในน้ำหมักชีวภาพสูตรใดก็ได้ 2-6 ชั่วโมง แล้วนำไปหว่านในนาข้าวช่วงทำเทือก ที่ระดับน้ำประมาณ 10 เซนติเมตร หอยเชอรี่จะหนีไปหมดหรือถ้าใช้ก้านมะละกอเด็ด แล้ววางไว้เป็นจุดๆ ในแปลงนา ก็จะช่วยล่อจับหอยเชอรีมากำจัดได้ผลดีเช่นกัน เนื่องจากหอยเชอรี่นั้นชอบพืชที่มียาง
หมายเหตุ:
- ใช้พืชอื่นที่มียางแทนการใช้ก้านมะละกอล่อหอยเชอรี่ก็ได้ผลดีเช่นกัน
ภูมิปัญญาจาก : คุณอานนท์ สุขสุด เกษตรกรบ้านนาวง ตำบลท่าซัก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
18. ต้นคุระหรือสมอทะเล(Sapium indicum willd ) :ใช้ใบคุระ 30 กิโลกรัม มาขยี้หรือตำพอแหลกผสมได้น้ำสะอาดพอท่วม แช่ไว้สักครู่ แล้วกรองน้ำไปสาดในนาข้าว ใช้ในช่วงเตรียมแปลงนาจะได้ผลดีที่สุด และใช้ได้ดีกับนาที่มีน้ำน้อย (หากน้ำเยอะจะไปเจือจางฤทธิ์ของใบคุระ)
หมายเหตุ:
- ตามอัตราส่วนที่ให้ไว้ ใช้ได้ผลดีในพื้นที่ 1 ไร่
- ใบคุระมีฤทธิ์แสบร้อน จึงสามารถกำจัดหอยเชอรี่ได้ดี ใช้เพียงครั้งแรกก็เห็นผล เหมาะสำหรับการปลูกข้าวแบบปลอดสารพิษ
*ภูมิปัญญาจาก : คุณรวง เพ็งเพชร ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวชุมชนตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช*

Hilight-Kaset/22_3_tinobaenMENIS001lft_resize.JPG

"ชิงช้าชาลี"

Hilight-Kaset/22_4_biodiversity-217173-2.jpg

"แสยก"

Hilight-Kaset/22_5_P1010723.JPG

"คุระหรือสมอทะเล"

19. กุ้งก้ามกราม : จากการทดลองทำวิจัย และใช้กับแปลงนาข้าวจริง พบว่าการใช้กุ้งก้ามกรามเข้ามาจัดการหอยเชอรี่นั้นได้ผลจริง ในพื้นที่เขต อำเภอหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช โดยพบว่า กุ้งก้ามกราม 1 ตัว กำจัดหอยเชอรี่ได้ เฉลี่ย 40 ตัว /วัน ,กุ้งก้ามกราม 2 ตัว กำจัดหอยเชอรี่ได้ เฉลี่ย 75 ตัว /วัน ,กุ้งก้ามกราม 3 ตัว กำจัดหอยเชอรี่ได้ เฉลี่ย 98.3 ตัว /วัน ดังนั้น ในพื้นที่นาข้าว 1 ไร่ ควรปล่อยกุ้งก้ามกรามพ่อ-แม่พันธุ์ จำนวน 30-40 ตัว/ตารางเมตร.
หมายเหตุ :
- การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในนาข้าวนั้นควรเป็นนาข้าวอินทรีย์ และไม่ควรอยู่ในพื้นที่ทีมีศัตรูธรรมชาติของกุ้งก้ามกราม เช่น นกปากห่าง อยู่มาก
- กุ้งก้ามกรามจะใช้ขาเดิน คุ้ยเขี่ยหาลูกหอยเชอรี่ที่ฝั่งตัวอยู่ในดิน เนื่องจากการกำจัดด้วยวิธีอื่นนั้น จะไม่สามารถกำจัดลูกหอยเชอรี่ที่ฝั่งในดินให้หมดไปได้ แต่กุ้งก้ามกรามสามารถกำจัดหอยเชอรี่ได้ โดยไม่ทำให้น้ำและดินเสียสภาพ และของเสียจากกุ้งที่ขับออกมาก็เป็นปุ๋ยให้กับต้นข้าว ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม
ภูมิปัญญาจาก : คุณประจวบ คำขาว นักวิชาการประมง จ.นครศรีธรรมราช
20. ปูนขาว : ใช้ปูนขาว 5 กิโลกรัม ละลายน้ำ 100 ลิตร คนให้เข้ากันทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำน้ำปูนขาวที่ตกตะกอนใส จำนวน 2 ลิตร ผสมน้ำ 10 ลิตร สาดให้ทั่วแปลงนาที่มีน้ำลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ความเป็นด่างของปูนขาวจะทำให้หอยเชอรี่ตายหรือหนีไป แถมยังช่วยลดความเป็นกรดของดินได้ดี หรือ
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมชาย มั่นคง เกษตรกรทำนา ตำบลดอนยอ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
21. แสงจันทร์ (ต้นไม้): ใช้ใบและดอกของต้นแสงจันทร์ สับละเอียด 30 กก. + กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 1 กก. + หัวเชื้อจุลินทรีย์ 1 ลิตร + น้ำ 30 ลิตร หมักแบบปิดฝา 7 วัน กรองเอาน้ำ 1 ลิตร ผสมน้ำเปล่า 10 ลิตร ราดรดในนา 1 ไร่ ที่น้ำท่วมขังไม่มาก หอยเชอรี่จะตายภายใน 24 ชม.
ภูมิปัญญาจาก : คุณธนกิจ เอมอยู่ ชุมชนบ้านทุ่งกระถิน ม.6 ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท
22. ปลายข้าว : ใช้ข้าวปลายหว่านให้ทั่วแปลงนา ในอัตรา 1-1.5 กก./ไร่ จะช่วยฆ่าหอยเชอรี่ได้
หมายเหตุ :
- หอยเชอรี่เป็นสัตว์ที่น้ำย่อยสามารถย่อยได้เฉพาะพืชสีเขียวเท่านั้น เมื่อหอยเชอรี่กินปลายข้าวซึ่งเป็นแป้งเข้าไปจะส่งผลให้มีอาการท้องอืด และไม่สามารถหาอาหารกินต่อไปได้ แล้วหอยเชอรี่จะตายในที่สุด
ภูมิปัญญาจาก : คุณธนกิจ เอมอยู่ ชุมชนบ้านทุ่งกระถิน ม.6 ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท
23. มันสำปะหลัง : ใช้ใบมันสำปะหลังชนิดขม เช่น พันธุ์ระยอง 1, 3, 5, 60, 90 พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 และ พันธุ์ห้วยบง 60 ไปวางกองไว้บริเวณริมคันนา ให้ทั่วทั้งแปลงนาโดยให้มีระยะห่างจากคันนาประมาณ 2-3 เมตร ต่อกอง เพื่อรอให้หอยเชอรีเข้ามากัดกินใบมันสำปะหลัง ซึ่งหอยจะออกมากัดกินในช่วงเวลากลางคืน
หมายเหตุ :
- พันธุ์,มันสำปะหลังดังกล่าวเป็นพันะที่มีสารไซยาไนด์สะสมอยู่ในใบมากกว่าพันธุ์อื่น
- ตอนเช้าให้เก็บหอยเชอรีที่มากินใบมันสำปะหลังที่อยู่ในกองไปทำลายหรือทำปุ๋ยก็ได้
- หลังจากหอยเชอรีกินใบมันสำปะหลังเข้าไป จะไม่ไปไหนไม่ไหว เพราะเมาสารไซยาไนต์ หอยเชอรี่จะยังคงอยู่ที่กองใบมันสำปะหลัง
- สารไซยาไนต์ในใบมันสำปะหลังไม่สามารถฆ่าหอยเชอรี่ให้ตายได้ แต่ทำให้หอยเข้ามากัดกินใบมันสำปะหลังและหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราว จึงง่ายต่อการเก็บตัวหอยไปทำลายหรือทำน้ำหมักต่อไป
ภูมิปัญญาจาก : คุณพิชัย จันทร์เพ็ง บ้านเลขที่ 45 หมู่ 5 บ้านบางสน ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร
24. แสยก : ใช้ต้นและใบแสยก สับละเอียด 1 กก. + ยาฉุน ? กก. + กระทกรกหรือต้นเงาะป่า สับละเอียด 1 กก. + น้ำ 10 ลิตร หมัก 24 ชม. แล้วกรองน้ำหมักที่ได้ไปหยดตามจุดที่มีหอยเชอรี่ระบาดหรือชุกชุม
หมายเหตุ :
- ตามอัตราส่วนที่ให้ไว้ ใช้ได้ผลดีในพื้นที่ 1 ไร่
- ยางของต้นแสยกเมื่อผสมกับยาฉุนและต้นเงาะป่าหรือกระทกรกแล้ว จะมีสรรพคุณที่ไปทำร้ายเนื้อเยื่อของหอยเชอรี่ ซึ่งมีผลทำให้หอยเชอรี่ตายในที่สุด
ภูมิปัญญาจาก : คุณจงกล จั่นโต ครูติดแผ่นดิน จังหวัดสระบุรี
25. แกลบดิบ : ใช้แกลบดิบจากโรงสีข้าว 2 กระสอบ ต่อพื้นที่นา 1ไร่ โรยให้ทั่วแปลงนา วิธีการนี้สามารถฆ่าหอยเชอรี่ได้ผลชะงัก
หมายเหตุ :
- แกลบดิบจะมีความเบาทำให้ลอยอยู่บนผิวน้ำได้นาน และจะลอยไปเข้าปากหอยเชอรี่ เมื่อแกลบเข้าไปในปากหอยเชอรี่ ก็จะทำให้เกิดอาการระคายเคือง(เจ็บปาก) และกินอาหารไม่ได้ในที่สุดก็จะตายไปเอง
- ปริมาณแกลบที่ใช้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนหอยเชอรี่ที่ระบาด
ภูมิปัญญาจาก : คุณชัย วรรณศร เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปลูกข้าวและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว อ.จุน จ.พะเยา
26. ชิงช้าชาลี(พืช) : ใช้ทั้งเถาว์และใบของต้นชิงช้าชาลีมาสับหั่นเป็นท่อนๆ จำนวน 2 กก. หว่านลงในแปลงนา 1 ไร่ เพียงเท่านี่หอยเชอรี่ก็จะตายภายในเวลาไม่นาน
หมายเหตุ :
- สามารถหว่านซ้ำได้เรื่อยๆ จนกว่าข้าวจะพ้นระยะการเข้าทำลายของหอยเชอรี่
ภูมิปัญญาจาก : คุณนงลักษณ์ เกตุแก้ว บ้านเลขที่ 48/ หมู่ ตำบลคลองตัน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
27. พญาไร้ใบ : ใช้ต้นพญาไร้ใบ สับละเอียด 3 กก. + กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 0.5 ลิตร + น้ำ 10 ลิตร หมักในร่มแบบปิดฝา 1 เดือน แล้วกรองเอาน้ำหมักที่ได้ ไปราดนาข้าวในอัตรา น้ำหมัก 1 ลิตร ต่อ พื้นที่นา 1 ไร่
ภูมิปัญญาจาก : คุณบุญลือ เต้าแก้ว เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2552 จ.สระบุรี
-------------------------
หอยเชอรี่ : หอยเชอรี่ เป็นสัตว์น้ำจืดต่างถิ่นจาก ทวีปอเมริกาใต้ เช่น ชิลี อาร์เจนตินา ปารากวัย ฯลฯ ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ มีการนำเข้ามาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้กำจัดตะไคร่น้ำและเศษอาหารในตู้ปลา ซึ่งในปี พ.ศ. 2525-2526 ได้มีคนนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อจะพัฒนาการเลี้ยงดูไปสู่การบริโภคเนื้อ เนื่องจากมีโปรตีนสูงถึง 34 - 53 เปอร์เซ็นต์ แต่กลายเป็นว่าต้องทิ้งลงแม่น้ำแทนเพราะไม่ได้รับความนิยม ประกอบกับหอยเชอรี่ แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว จึงกระจายไปสู่ทุ่งนาและแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ได้ภายในเวลาไม่นาน ด้วยมีอาหารเป็นพืชเนื้อนุ่มทุกชนิด หอยเชอรี่จึงเข้ากัดกินสร้างความเสียหายให้แก่ต้นข้าวในระยะปักดำไปจนถึงแตกกอ พืชน้ำ สาหร่าย และ ซากสัตว์ ตลอดจนเกิดการทำลายหอยเจ้าถิ่นของไทย เช่น หอยโขงให้สูญหายไปจากระบบนิเวศน์ เนื่องจากเกิดการแช่งชิงแหล่งอาหาร ทำให้อาหารหลักของหอยโข่งขาดแคลน ระบบนิเวศน์เสียสมดุลย์
เขียน/เรียบเรียงโดย :** มินยดา อนุกานนท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...