โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้ยัง_เงินเดือนเท่าไหร่ถึงไม่ต้องเสียภาษี

iTAX

อัพเดต 16 ธ.ค. 2560 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2560 เวลา 17.00 น. • iTAX
รู้ยัง_เงินเดือนเท่าไหร่ถึงไม่ต้องเสียภาษี

รู้ไว้ไม่เสียหาย โครงสร้างภาษีใหม่ปี 2560 มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหลายส่วน ซึ่งส่วนที่ผมอยากนำเสนอวันนี้คือ ความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้มีรายได้จากงานประจำ (เงินได้ประเภทที่ 1) ในการ "ยื่นภาษี" และ "เสียภาษี"

โครงสร้างเบื้องต้น

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะคำนวณจากเงินได้สุทธิ ซึ่งมีสูตรคำนวณเบื้องต้นคือ

เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

ทั้งนี้หากเงินได้สุทธิไม่เกิน ฿150,000 จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ปี 2560 มีอะไรใหม่?

ได้ค่าลดหย่อนส่วนตัวเพิ่ม

โครงสร้างภาษีใหม่เพิ่มค่าลดหย่อนส่วนตัวให้จากเดิม ฿30,000 เป็น ฿60,000

ได้สิทธิหักค่าใช้จ่ายเพิ่ม

โครงสร้างภาษีใหม่เพิ่มสิทธิหักค่าใช้จ่ายของรายได้จากงานประจำ (เงินได้ประเภทที่ 1) จาก 40% แต่ไม่เกิน ฿60,000 เป็น 50% แต่ไม่เกิน ฿100,000

หน้าที่ยื่นภาษี

สำหรับใครที่มีรายได้จากงานประจำเพียงทางเดียว กฎหมายกำหนดว่าผู้ที่มีรายได้จากงานประจำตลอดทั้งปี ไม่เกิน ฿120,000 (หรือเฉลี่ยเดือนละไม่เกิน ฿10,000) ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นภาษี

หน้าที่ยื่นภาษีคือหน้าที่ที่ต้องแสดงรายการภาษีว่ามีรายได้ ค่าภาษีและสิทธิลดหย่อนอย่างไรบ้าง ซึ่งโดยปกติผู้ที่ทำงานประจำจะมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. ของทุกปี

ทำไมเงินเดือนไม่เกิน ฿10,000 ไม่ต้องยื่นภาษี?

ที่กฎหมายใหม่กำหนดว่าเงินเดือนไม่เกิน ฿10,000 หรือรวมทั้งปีไม่เกิน ฿120,000 ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีนั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่กำหนดขึ้นมาเฉยๆ แต่มีที่มาที่ไปดังนี้

ถ้าเราได้รับเงินเดือนรวมตลอดทั้งปี ฿120,000 (หรือเฉลี่ยเดือนละ ฿10,000) เราจะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของเงินเดือนที่เราได้รับ นั่นคือ ฿60,000 และเมื่อเราเป็นผู้มีเงินได้ กฎหมายจึงมอบค่าลดหย่อนส่วนตัวให้ ฿60,000 อยู่แล้วทุกคน ดังนั้น จึงสรุปเป็นสูตรการคำนวณเงินได้สุทธิได้ว่า

เงินได้ ฿120,000 - ค่าใช้จ่าย ฿60,000 - ค่าลดหย่อน ฿60,000 = เงินได้สุทธิ ฿0

ดังนั้นเมื่อมีเงินได้สุทธิ ฿0 อยู่แล้ว จึงไม่มีค่าภาษีต้องเสียเพิ่มอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ โครงสร้างภาษีใหม่จึงกำหนดว่าผู้ที่มีรายได้จากงานประจำตลอดทั้งปีไม่เกิน ฿120,000 หรือเฉลี่ยเดือนละไม่เกิน ฿10,000 ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นภาษี

หน้าที่เสียภาษี

เมื่อโครงสร้างภาษีใหม่ทำให้ผู้ที่ทีรายได้จากงานประจำสามารถหักค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของเงินเดือนที่ได้รับตลอดทั้งปีแต่ไม่เกิน ฿100,000 และยังเพิ่มค่าลดหย่อนส่วนตัวให้เป็น ฿60,000 ด้วย แต่ค่าลดหย่อนจากเงินสะสมกองทุนประกันสังคมยังคงอยู่ที่เพดานสูงสุด ฿9,000 เท่าเดิม

ดังนั้น หากมีเงินเดือนเฉลี่ยเดือนละ ฿26,583.33 จะคำนวณเงินได้ตลอดทั้งปีได้ ฿319,000 (เงินเดือน ฿26,583.33 x 12 เดือน) โดยเราจะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของเงินเดือนที่เราได้รับ ซึ่งควรจะเป็น ฿159,500 แต่เนื่องจากโครงสร้างภาษีใหม่จำกัดสิทธิหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ ฿100,000 จึงทำให้เราสามารถหักค่าใช้จ่ายจากเงินเดือนได้สูงสุดที่ ฿100,000

และเมื่อรวมกับค่าลดหย่อนส่วนตัว ฿60,000 และเงินสะสมกองทุนประกันสังคมที่เราถูกนายจ้างหักไปตอนรับเงินเดือนด้วยอีกเดือนละ ฿750 หรือรวมทั้งปีเป็นเงิน ฿9,000 จึงทำให้เราสามารถสรุปเป็นสูตรการคำนวณเงินได้สุทธิได้ว่า

เงินได้ ฿319,000 - ค่าใช้จ่าย ฿100,000 - ค่าลดหย่อน (฿60,000+฿9,000) = เงินได้สุทธิ ฿150,000

ดังนั้น เมื่อมีเงินได้สุทธิไม่เกิน ฿150,000 แม้จะยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีตามปกติ แต่เราจึงไม่มีภาระภาษีต้องจ่ายแต่อย่างใด

สรุป

ถ้าคุณมีรายได้จากงานประจำเพียงทางเดียว

  • ถ้าเงินเดือนไม่เกิน ฿10,000 = ไม่ต้องยื่นภาษี
  • ถ้าเงินเดือนไม่เกิน ฿26,583.33 = ต้องยื่นภาษี แต่ไม่ต้องเสียภาษี
  • ถ้าเงินเดือนเกิน ฿26,583.33 = ต้องยื่นภาษี และต้องเสียภาษีด้วย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...