โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ท่ามะปรางพาราไดซ์” นทท.คึกคักแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแลนด์มาร์คแห่งใหม่จ.ตรัง

77kaoded

เผยแพร่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 09.31 น. • 77 ข่าวเด็ด

เจ้าของสวนยางพาราโค่นยางเก่าทำเกษตรผสมผสาน เห็นทำเลตั้งอยู่บนเนินสูงแวดล้อมด้วยป่าเขา จึงพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามโครงการ 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ อ.ห้วยยอด ปรากฏว่าเปิดตัวรับปีใหม่ นักท่องเที่ยวคึกคักแห่ขึ้นสูดอากาศบริสุทธิ์ หลบเลี่ยงความแออัดของแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในพื้นที่ป้องกันเชื้อโควิด 19 ชมพระอาทิตย์ขึ้น และตกอย่างสวยงาม และร่วมทำกิจกรรมเดินป่าชมสวนทดสอบร่างกายได้ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแลนด์มาร์คแห่งใหม่จ.ตรัง ไม่ต้องเดินทางไกลไปท่องเที่ยวถึงภาคเหนือ

วันที่ 2 มกราคม 2564 นายก้องสิทธิ์ สุนทรกุล อายุ 57 ปี เกษตรกรชาวสวนยางพารา อ.ห้วยยอด ได้นำเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ บริเวณหมู่บ้านท่ามะปราง ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่มีลักษณะเป็นหุบเขาแวดล้อมด้วยผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ของ “ภูเขาน้ำพราย” และใกล้ผืนป่าอุทยานฯแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า สภาพอากาศเย็นสบายและติดหนาวในหน้าหนาว ซึ่งเดิมทีเจ้าของสวนทำเฉพาะสวนยางพารา แล้วปรับเปลี่ยนมาเป็นแปลงเกษตรแบบผสมผสานเชิงท่องเที่ยว ที่มีชื่อว่า "ท่ามะปรางพาราไดซ์" โดยปลูกทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และพืชผลหายากต่างๆ ในภาคใต้ จำนวนกว่า 30 ชนิด เป็นแบบขั้นบันได เช่น ทุเรียน ต้นตะลิงปลิง มะไฟกา ต้นเหรียง ,ต้นเนียง ,สะตอ,ส้มหม้าว ,มะพร้าวน้ำหอม เป็นต้น เพื่อหวังให้ผู้คนได้มาชิมมาชมกันอย่างหลากหลายในอนาคต โดยได้ลงมือทำแปลงเกษตรแห่งนี้นับตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 จนกระทั่งได้มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีมาก หลังจากมีการนำภาพไปโพสต์ในสื่อโซเชียล และมีการบอกต่อๆ กันมา จนกลายเป็นแหล่งตามธรรมชาติแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดตรัง และเป็นท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามโครงการ 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอ.ห้วยยอด ที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่นี้ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับเชื้อโควิด 19 นักท่องเที่ยวหนีความแออัดของผู้คนตามสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆของจ.ตรัง แห่ขึ้นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และหากเกิดฝนตกขึ้นในพื้นที่ในยามเช้านักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิวทะเลหมอกอย่างสวยงาม ไม่ต้องเดินทางไปท่องเที่ยวไกลถึงภาคเหนือ เพราะมีความสวยงามไม่แพ้กัน และยังได้ชมทุ่งปอเทืองสีเหลืองอร่ามที่ปลูกอย่างสวยงามตามขึ้นบันได โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ถ่ายภาพกับทุ่งปอเทือง วิวทิวทัศน์ ดื่มด่ำกับธรรมชาติพร้อมจิบกาแฟและรับประทานอาหารที่ได้ชื่อว่าเป็นร้านกาแฟที่วิวสวยที่สุดในจ.ตรัง และร่วมทำกิจกรรมเดินป่า โดยไกด์นำเที่ยวและพนักงานต้อนรับที่เป็นคนงานทำสวนแปลงเกษตรเอง

นายก้องสิทธิ์ สุนทรกุล กล่าวว่า กิจกรรมเดินป่าสามารถเดินได้ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการออกกำลังกาย ภายในจะมีทั้งหมด 6 ฐาน ซึ่งแต่ละฐานจะมีมุมให้ถ่ายรูปที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป โดยฐานที่ 1 จะเป็นร้านกาแฟที่ได้ชื่อว่ามีวิวสวยที่สุดของจังหวัดตรัง จากนั้นเมื่อเดินไปประมาณ 500 ก้าว ก็จะถึงฐานที่ 2 ซึ่งเป็นสวนต้นเหรียง เมื่อเดินขึ้นไปบนเนินเขาสูง ก็จะพบกับฐานที่ 3 ซึ่งเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติที่ขุดเป็นสระเอาไว้ใช้รดน้ำต้นไม้ภายในสวนทั้งหมด และเมื่อเดินขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของยอดเขา จะเป็นฐานที่ 4 เพื่อชมวิวที่สวยงามรอบตัวเมืองห้วยยอด ก่อนที่จะเดินลงมายังด้านล่างยังฐานที่ 5 ซึ่งเป็นหินก้อนใหญ่ และฐานที่ 6 จะเป็นบันไดที่ทอดยาวลงมาสู่พื้นล่าง ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้ทุกคนจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองว่าท่าน เป็นคนที่สุขภาพแข็งแรง เพราะนักท่องเที่ยวแต่ละคนต้องใช้ระยะเวลาเดินไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากฐานที่ 1 ถึงฐานที่ 6 มีระยะทางถึง 2.5 กิโลเมตร หรือหากใครเดินไม่ถึงก็จะมี “เส้นทางพิเศษ เปลี่ยนใจไม่สู้” ไว้ให้เดินแยกจากฐานที่ 3

ทางด้านนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปชม กล่าวว่า สภาพอากาศเย็นสบาย วิวสวยมากไม่แพ้ภาคเหนือ อากาศบริสุทธิ์จากผืนป่า และหาวิวสวยๆแบบนี้ไม่ได้ในจังหวัดตรัง จึงเดินทางมาท่องเที่ยวไม่อยากไปแหล่งรวมผู้คนจำนวนมาก เพราะต้องระวังเชื้อโควิด

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือ แต่สถานการณ์ขณะนี้ไม่อำนวย สามารถมาท่องเที่ยวเชิงเกษตรแลนด์มาร์คแห่งใหม่จ.ตรัง ที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกที่สวยงาม สัมผัสบรรยากาศป่าเขาเหมือนกับภาคเหนือ ร่วมทำกิจกรรมเดินป่าและร้านกาแฟที่มีวิวสวยที่สุดในจังหวัดตรัง ที่ "ท่ามะปรางพาราไดซ์" สอบถามได้ที่ 089 -5988640 ,092 -5265685 โดยเปิดตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...