โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ละสังขารแล้ว 'หลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ' พระราชาคณะผู้ใหญ่ มรณภาพ 91 ปี 71 พรรษา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 พ.ย. 2561 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2561 เวลา 07.00 น.

เมื่อเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 คณะสงฆ์และลูกศิษย์วัดไชยสถาน ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่า หลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ หรือท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริ อายุ 91 ปี พรรษา 71 มรณภาพลงแล้ว ด้วยโรคมะเร็งต่อลูกหมาก ขณะที่พักรักษาตัว ณ ตึกสงฆ์สุจิตโต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เมื่อเวลา 00.03 น. โดยคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ที่ทราบข่าวต่างพากันเดินทางไปยังวัดไชยสถานจำนวนมาก

โดยพระครูสาทรกิจโกศล เจ้าคณะอำเภอสารภี เจ้าอาวาสวัดสารภี พระครูวิบูลเจติยาทร เจ้าคณะอำเภอบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ลูกศิษย์ พระครูสังวรวีรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลป่าปง เจ้าอาวาสวัดป่าบงหลวง พระปลัดไพบูลย์ เขมจาโร รักษาการเจ้าอาวาส พร้อม ร.ต.ท.สมพร ธรรมโม ไวยาวัจกรของวัด ร่วมกันเชิญสรีระของหลวงปู่ออกจากโรงพยาบาลมาตั้งในกุฏิพิพิธภัณฑ์นานาชาติ วัดไชยสถาน และเปิดให้ศิษยานุศิษย์กราบสรีระหลวงปู่เป็นลำดับ

ต่อมาเวลา 09.00 น. พระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 วัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้ากราบสักการะศพหลวงปู่อินทร์คำ และสอบถามถึงการเตรียมการต่างๆ ซึ่งในบ่ายวันเดียวกันนี้ เวลา 15.00 น. เจ้าคณะภาค 7 จะเป็นประธานสงฆ์ในพิธีสรงน้ำศพ และมอบให้เจ้าคณะอำเภอสารภี แจ้งนายอำเภอสารภี เพื่อรายงานต่อนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่รับทราบถึงการมรณภาพของพระราชาคณะต่อไป

ต่อมาหลังจากถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์และสามเณรแล้ว คณะกรรมการและศรัทธาประชาชนร่วมกันเชิญศพหลวงปู่อิ่นคำ ออกจากกุฏิไปยังศาลาปฏิบัติธรรมหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของวัด เพื่อประกอบพิธีสรงน้ำศพ แล้วตั้งบำเพ็ญกุศล โดยยังไม่ได้กำหนดการปิดศพ เนื่องจากคณะศิษย์ได้ถวายรายงานเจ้าคณะภาค 7 ว่าหลวงปู่สั่งไว้ไม่ให้เผาศพขอให้ตั้งไว้เป็นมรณานุสสติไปตลอด

พระครูสังวรวีรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลป่าปง กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังการมรณภาพของหลวงปู่ท่านเจ้าคุณแล้ว ได้มีการประชุมกันของคณะกรรมการ และศิษยานุศิษย์ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีรองนายกเทศมนตรี ต.ป่าบง สมาชิกสภาเทศบาล ไวยาวัจกรของวัด และอีกหลายคน ร่วมเป็นกรรมการ โดยทรัพย์สินของหลวงปู่ที่เป็นเงินทองมีไม่มาก เพราะท่านไม่เป็นพระที่สะสม เมื่อได้รับบริจาคก็นำมาสร้างถาวรวัตถุมากมาย ตั้งแต่กุฏิไม้สักทอง วิหาร-อุโบสถไม้สักทอง ต่อมาได้สร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลวงปู่แหวนฯ พร้อมจัดซื้อที่ดินขยายวัดออกไปอีก รวมแล้วในระยะ 10 กว่าปีนี้ มีการก่อสร้างและพัฒนาวัดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ส่วนวัตถุมงคลของหลวงปู่ ที่จัดสร้างขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อวันทอดกฐินสามัคคี เป็นพระผงและเหรียญ ซึ่งก็แจกจ่ายไปส่วนหนึ่งแล้ว

สำหรับประวัติของท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริ หรือหลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ ชื่อเดิม อิ่นคำ สมผ่อง เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2471 โยมบิดา-มารดาชื่อนายอ้าย-นางเรือน ภูมิลำเนาอยู่เลขที่ 112 หมู่ 1 ต.ไชยสถาน อ.สารภี บรรชาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2488 พระครูสิทธิวรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วัดศรีคำชมภู อุปสมบทเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2492 ณ วัดไชยสถาน โดยพระครูสิทธิวรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์

การศึกษาจบชั้นประถมจาก รร.ไชยสถานวิทยาคม นักธรรมเอกสำนักเรียนวัดไชยสถาน พ.ศ.2494 สอบได้ประกาศนียบัตรครูพิเศษ (พม.)ปี 2502 สำเร็จการอบรมพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค 2520 และได้รับพระราชสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูวรวรรณาภรณ์” ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมวิทยามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2549 มีความชำนาญในการบรรยายธรรม สอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน และปรุงยาสมุนไพร เพราะช่วงปี 2517-2519 ไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั่ง

นับเป็นพระมหานิกายเพียงรูปเดียวที่ไปเรียนกัมมัฏฐานกับหลวงปู่แหวน ด้วยความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ เมื่อสร้างกุฏิหลังใหญ่หลังแรกในวัดก็ตั้งชื่อกุฏิหลวงปู่แหวน ต่อมาสร้างกุฏิไม้สักทองหลังใหญ่ก็ใช้ชื่อเดิม รวมทั้งสร้างสถานปฏิบัติธรรมบนที่ดินผืนใหญ่กว่า 20 ไร่ก็ตั้งชื่อดังกล่าว นอกจากนั้นยังได้สร้างอาคารหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ขึ้นอีกหลัง ซึ่งในยุคที่หลวงพ่อคูณมีชื่อเสียง ก็ได้เมตตามาปลุกเสกวัตถุมงคลให้ ด้วยผลงานของหลวงปู่จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระมงคลสิริ” เมื่อปี 2559

หลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ เป็นพระเถระที่มีเมตตาธรรมสูง ให้การต้อนรับศรัทธาชาวบ้านไม่เลือกชั้นวรรณะ ให้พรแต่ละครั้งยาว และยังเมตตาเสกเป่า เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนคนป่วยด้วยโรคต่างๆ ไม่หาย ก็มาขอหลวงปู่รดมนต์น้ำให้อาบ โดยเฉพาะโรคกระดูก หลวงปู่มียาแผนโบราณรักษาให้หายได้ ขณะที่ในกุฏิก็ตั้งกระติกต้มยาสมุนไพรแจกจ่ายให้คนได้ดื่ม เพื่อหายจากโรคภัย-โรคเลือดไม่สมดุล ด้วยเมตตาของหลวงปู่จึงเป็นที่รู้จักของศิษยานุศิษย์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จึงนิมนต์หลวงปู่ไปสอนวิปัสสนา และรดน้ำมนต์ให้ทั้งที่สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา มีผู้ถวายอาคารให้เป็นสาขาของวัดไชยสถาน 2 แห่งคือในสิงคโปร์ และไต้หวัน

ผลงานการก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดไชยสถาน เริ่มตั้งแต่สร้างกุฏิหลวงปู่แหวนฯหลังเก่า สร้างพุทธเจดีย์ 9 ยอด สระน้ำ กุฏิสงฆ์ ศาลาปฏิบัติธรรมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พิพิธภัณฑ์โบราณ อนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วิหารไม้สักทองหลังใหญ่มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท อุโบสถไม้สักทองสองชั้น ต่อมาในช่วง 3 ปีนี้ได้สร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลวงปู่แหวนฯ ขึ้นบนที่ดินประมาณ 20 ไร่ด้านทิศใต้ของวัด และกำลังขึ้นโครงการเจดีย์พระเกตุแก้ว

แต่ยังไม่สมบูรณ์ก็มาอาพาธหลังจากกลับจากสิงคโปร์ เมื่อเดือนกันยายน 2561 เข้ารักษาที่ตึกสงฆ์อาพาธประมาณ 2 เดือน กระทั่งมาละสังขารไปก่อน โดยทิ้งสมบัติคือสิ่งก่อสร้างมากมาย รวมทั้งวัตถุมงคลหลายต่อหลายรุ่น ที่เป็นที่นิยมบูชาของสานุศิษย์ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการกำลังตรวจสอบ และจะได้นำมาเปิดให้บูชากันในช่วงงานบำเพ็ญกุศล คาดว่าจะมีถึงสิ้นปี แต่ก็ให้เข้าสักการะศพได้ตลอดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...