โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"จองพารา" คืออะไร ? ในหมู่ชาวไทยใหญ่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 พ.ย. 2562 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 04.53 น.

อ่านเป็นภาษาล้านนาว่า “จองพารา”

จองพารา เป็นภาษาไทใหญ่ คำว่า “จองพารา” ในที่นี้สะกดตามเสียงภาษาไทใหญ่

คำว่า “จอง” แปลว่า วัด หรือปราสาท ส่วนคำว่า “พารา” แปลว่า พระพุทธรูปหรือพระพุทธเจ้า

จองพารา จึงหมายถึง ปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้าที่กลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในวันออกพรรษา

ประเพณีแห่จองพารา ไทใหญ่ว่า จองเข่งต่างส่างปุ๊ด หรือที่เรียกว่าประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด เป็นประเพณีของไทใหญ่ โดยเชื่อว่า เมื่อพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เป็นเวลา 7 พรรษา แล้วเสด็จไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์เป็นเวลา 3 เดือน พระองค์เสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันเพ็ญเดือน 11 ณ เมืองสังกัสสนคร

พระโมคคัลลานะได้บอกข่าวนี้ไปจนทั่วทุกหนแห่ง บรรดามนุษย์และสัตว์ก็มารับเสด็จนคร แต่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปรับเสด็จได้ ก็จัดทำพารา (ซุ้มปราสาทรับเสด็จ) ที่บ้านของตน

พอถึงเช้าวันเพ็ญเดือน 11 จะจัดอาหารและขนมนมเนยไว้ถวาย

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับยืนอยู่ที่หัวบันไดแก้ว จะทรงเปล่งฉัพพรรณรังสีกระจายสาดส่องไปถึงซุ้มปราสาทรับเสด็จของทุกบ้านเรือน ทำให้บรรดาพุทธบริษัทที่อยู่ในบ้านเรือนรู้สึกชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงพร้อมใจกันถวายภัตตาหารและจุดธูปเทียนบูชาเป็นเวลา 7 วัน

การจุดเทียนนี้มาจากการที่พระพุทธเจ้าทรงเปล่งพระรัศมีแล้วเหล่าเทพบุตร เทพยดา ซึ่งมีรัศมีมารับเสด็จ ทำให้เกิดแสงสว่างไสว จึงเป็นที่มาของประเพณี “แห่ต้นเตน” หรือ แห่ต้นเทียน

จองพารา หรือปราสาทพระ สร้างด้วยไม้ไผ่มาสานขัดราชวัตร มีฐานเป็นสี่เหลี่ยม แล้วบุด้วยกระดาษสา ตกแต่งด้วยกระดาษสี กระดาษเงิน กระดาษทองที่ตัดฉลุลาย รอบฐานตรงมุมทั้งสี่จะมีหน่อกล้วย หน่ออ้อย ต้นข้าว ดอกไม้ต่างๆ ผูกไว้ ใต้ฐานห้อยด้วยผลไม้ เผือก มัน ขนม กล้วย อ้อย

จองพารา ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนฐาน ส่วนตัวจองพารา ซึ่งมีส่วนประกอบอีก 3 ส่วน คือ ฐาน ปราสาท และยอด และเครื่องห้องหรือเครื่องบูชา

นั่งร้านที่ตั้งบูชาจองพารา จะสร้างไว้ที่หน้าบ้านหรือหน้าวัด โดยใช้ไม้ไผ่ฝังเป็นเสา 4 ต้น สานไม้ไผ่ทำชานสี่เหลี่ยมเป็นพื้น และทำกรอบรอบ 3 ด้าน เหลืออีกด้านทำเป็นบันไดพาดไว้ ที่มุมเข่งใช้ต้นกล้วย ต้นอ้อยผูกไว้

และจัดประดับประทีปโคมไฟให้มีแสงสว่าง

สําหรับการบูชาจองพาราจะมีวัตรปฏิบัติดังนี้ ทุกเช้าถวายข้าวพระพุทธ จุดเทียนบูชา กลางคืนจุดเทียนบูชา ตั้งไว้ 7-15 วัน โดยเริ่มวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จากนั้นพอถึงวันแรม 8 ค่ำ หรือแรม 14-15 ค่ำ ซึ่งถือเป็นวัน “อ่องจ๊อด” วันปิดเทศกาล จะนำไปทิ้งไว้ในป่า ยกเว้นจองพาราที่ทำด้วยไม้หรือสังกะสีเป็นแบบถาวร อาจเก็บไว้ใช้ในปีต่อไป

ทุกปีในวันเพ็ญเดือน 11 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม คนไทใหญ่ถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อย่างเข้าเดือน 11 ระหว่างขึ้น 13-14 ค่ำ จะมีตลาดนัดขายของสำหรับตกแต่งจองพาราและอาหารทั้งวันทั้งคืน

พอรุ่งเช้าของวันขึ้น 15 ค่ำ จะมีการทำบุญตักบาตรเทโวโรหนะจากวัดพระธาตุดอยกองมู ลงมาสู่วัดม่วยต่อ

ตอนเย็นคนไทใหญ่จะนำดอกไม้ธูปเทียนและขนมข้าวต้มไปขอขมาบิดามารดา และญาติผู้ใหญ่

ในเวลากลางคืนจะมีการจุดประทีปโคมไฟเพื่อเป็นพุทธบูชาตามบ้านและวัด และมีการแห่จองพาราที่ประดับประดาอย่างสวยงาม

ทุกวันตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ ไปจนถึงวันแรม 8 ค่ำ จะมีการถวายข้าวที่จองพาราในตอนเช้าและจุดเทียนหรือประทีปโคมไฟในตอนกลางคืน ก่อนถึงวันแรม 8 ค่ำ จะมีพิธี “หลู่เตนเหง” เป็นการถวายเทียนพันเล่ม โดยแห่ต้นเทียนไปถวายวัด

ในวันแรม 8 ค่ำ มีพิธีถวายไม้เกี๊ยะ โดยนำไม้สนภูเขา มามัดรวมกันสูงไม่ต่ำกว่า 2.5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 30 เซนติเมตร แห่พร้อมขบวนฟ้อนนางนก สิงโต ที่เรียกว่า ฟ้อนก้านก ก้าโต และเครื่องประโคมไปทำพิธีจุดถวายเป็นพุทธบูชาที่ลานวัด

คนไทใหญ่เชื่อว่า บุญกุศลจากประเพณี “จองพารา” จะทำให้ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข ส่งผลให้ครอบครัวประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพไปตลอดปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...