โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัญญาซื้อขายต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง? รายละเอียดเบื้องต้นที่ไม่ควรตกหล่นในสัญญา

The MATTER

เผยแพร่ 02 ก.ย 2564 เวลา 12.08 น. • Brief

การซื้อขายไม่ว่าระหว่างใครก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้เกี่ยวกับแค่เรื่องของเงินๆ ทองๆ แต่รวมไปถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย การทำสัญญาระหว่างกันจึงเป็นกิจกรรมที่ขาดไปไม่ได้ ในกรณีที่ใครเกิดเบี้ยวผิดสัญญาขึ้นมา ผู้เสียหายก็มีสัญญาเป็นหลักประกันและหลักฐานการซึ้อขาย

สัญญาซื้อขายแต่ละฉบับก็มีรูปแบบและรายละเอียดแตกต่างกันไป ตั้งแต่การทำสัญญาซื้อของระหว่างเรากับร้านชำของคุณยายหน้าปากซอย การสั่งซื้ออุปกรณ์ประจำออฟฟิศ ไปจนถึงการที่รัฐบาลสั่งซื้อวัคซีนจากบริษัทต่างประเทศ แม้ความซีเรียสจะแตกต่างกันไป แต่สัญญาก็ยังเป็นสัญญา วันนี้ The MATTER จะมาพูดถึงรายละเอียดเบื้องต้นที่ควรมีในสัญญา โดยอ้างอิงจากระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง เป็นหลัก

ส่วนนำ/ข้อมูลสัญญา:

ส่วนนี้จะบอกข้อมูลวัตถุประสงค์ของตัวสัญญา และบอกข้อมูลว่า ‘ผู้ซื้อ’ และ ‘ผู้ขาย’ คือใคร เป็นตัวแทนขององค์กรหรือรัฐใด รวมถึงบอกว่าสัญญาจัดทำขึ้นเมื่อไหร่ที่ไหน

คำสำคัญ:

ข้อมูลส่วนนี้จะบอก ‘ข้อความ/คำ’ ที่ปรากฏในสัญญา และบอกความหมายของคำนั้นๆ รายละเอียดส่วนนี้มักอยู่ในเอกสารการซื้อ-ขายในสเกลระดับใหญ่ อาจเป็นการซื้อขายระหว่างองค์กรกับรัฐ ไปจนถึงรัฐกับรัฐ เพราะการยิ่งเป็นการซื้อขายระดับใหญ่ๆ ยิ่งต้องระวังการใช้คำเป็นพิเศษ

ข้อตกลงซื้อขาย:

ตรงนี้จะเป็นส่วนที่บอกว่าคู่สัญญาตรงลงกิจกรรมหรือซื้อขายอะไรกัน ซื้อขายกันเป็นจำนวนเท่าไหร่ ในราคาเท่าไหร่ มี VAT หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือไม่

ข้อมูล/เอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา:

ข้อมูลส่วนนี้จะเป็นเอกสารแนบท้ายเพื่อบอกรายละเอียดของสินค้า (สเป็กของสินค้านั่นแหละ) และเอกสารอื่นๆ เช่น ใบเสนอราคา ถ้าเป็นสัญญาที่รัฐซื้อวัคซีนจากบริษัทใดๆ ข้อมูลในส่วนนี้ก็อาจจะมีรายละเอียดแยกย่อยไปอีก เช่น วัคซีนที่ตกลงกันต้องมีแหล่งผลิตจากที่ไหน

การส่งมอบและการจ่ายเงิน:

ส่วนนี้ก็ตรงตามชื่อคือเป็นรายละเอียดที่บอกถึงกำหนดการสิ่งมอบสินค้าที่ตกลงกัน ซึ่งต้องมีวัน เวลา สถานที่ที่ชัดเจน หากมีการส่งมอบเป็นงวดต้องมีระบุไว้ว่ากี่งวด ปริมาณส่งมอบในแต่ละงวด และอาจมีระบุเพิ่มว่าจะต้องบอกกับคู่สัญญาไม่น้อยกว่าเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ก่อนส่งมอบจริง (ทว่า ในสัญญาซื้อขายวัคซีนระหว่างไทยกับแอสตราเซเนกาไม่มีข้อมูลว่าต้องส่งมอบเมื่อไหร่และจำนวนเท่าไหร่ในแต่ละครั้ง)

การตรวจรับ:

ตรงนี้ส่วนใหญ่จะระบุถึงการส่งมอบสินค้าว่า ต้องได้รับสินค้าครบถ้วนและสมบูรณ์หรือไม่

การชำระเงิน:

บอกข้อกำหนดว่าคู่สัญญาตกลงทำสัญญากันตามข้อตกลงซื้อขาย โดยจะมีการวางเงินล่วงหน้าเท่าไหร่ และต้องจ่ายที่เหลืออีกเท่าไหร่ รวมไปถึงช่องทางการจ่ายเงิน ซึ่งสามารถกำหนดได้ตามความยินยอมของคู่สัญญา เช่น ไทยตกลงวางเงินมัดจำเป็นจำนวน 60% ของค่าวัคซีนแอสตราเซเนกา ส่วน EU วางเงินล่วงหน้าเป็นจำนวน 38.6% ของค่าวัคซีนแอสตราเซเนกา

การรับประกันความชำรุดบกพร่อง:

ส่วนนี้จะระบุว่าผู้ขายควรรับผิดชอบอย่างไรหากสินค้าเกินความบกพร่องหรือขัดข้อง หากมีสินค้ามีปัญหาผู้ขายจะต้องมีการรับประกันหรือไม่ ในเวลากี่วัน หากมีกรณีเร่งด่วนผู้ซื้อสามารถนำสินค้าให้บุคคลอื่นทำการแก้ไขหรือผลิตแทนได้หรือไม่ และจะมีผลอย่างไรหากทำเช่นนั้น

ในข้อนี้จะต่างออกไปในกรณีสัญญาซื้อขายวัคซีนที่มักจะมีระบุว่า บริษัทผู้ผลิตจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ จำนวน วันส่งมอบ ฯลฯ เนื่องจากเป็นการผลิตในภาวะฉุกเฉินนั้นมีความไม่แน่นอนสูง ผู้ซื้อจึงมักเสียเปรียบผู้ขายในกรณีนี้

หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา:

ระบุถึงหลักประกันที่ผู้ขายนำมาค้ำไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามสัญญา โดยบอกว่าหลักประกันคืออะไร เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่

การบอกเลิกสัญญา:

ตรงนี้จะบอกว่าผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของตามกำหนด ส่งมอบไม่ครบ หรือไม่ถูกต้อง และระบุว่าผู้ซื้อยังมีสิทธิริบเอาหลักประกันได้ หรือถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่น ผู้ขายจะต้องชดใช้ตามสัญญา

ค่าปรับ:

เป็นส่วนที่ระบุว่าในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ขายจะต้องจ่ายค่าปรับให้เท่าไหร่

ผู้ลงนาม:

ส่วนสุดท้ายที่ระบุชื่อและการลงลายมือ/ลายเซ็นของผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงของพยานด้วย

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลและรายละเอียดหลักๆ ที่ควรจะมีอยู่ในเอกสารสัญญา เพื่อให้การซื้อขายนั้นมีความกระจ่าง และเป็นหลักฐานการยินยอมจากทั้งสองฝ่าย ในหลายสัญญาอาจเพิ่มเติมข้อมูลเพื่อทำให้สัญญาชัดเจนขึ้นได้ แต่การขาดข้อมูลสำคัญไปอาจทำให้เกิดช่องโหว่จนมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกเอาเปรียบได้

อ้างอิงข้อมูลจาก

www.gprocurement.go.th

www.rai.it

l.facebook.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...