โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"รูดปรื๊ด" จ่ายหนี้ขั้นต่ำ 3-5% รับลูก ธปท.ผ่อนภาระลูกค้าฝ่าวิกฤตไวรัส

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. 2563 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 03.13 น.

“บัตรเครดิต-กดเงินสด” ลดเพดานชำระหนี้ขั้นต่ำ ขานรับนโยบายแบงก์ชาติอุ้ม “รายย่อย-เอสเอ็มอี” ฝ่าวิกฤตไวรัสโคโรน่า “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ให้ “พักหนี้ 3 เดือน” จากนั้นผ่อนบัตรเครดิตขั้นต่ำ 5% ส่วนบัตรกดเงินสดผ่อนขั้นต่ำแค่ 3% ถึงสิ้นปี’63 หวังช่วยรายย่อย “พนักงานโรงแรม-คนทำงานในธุรกิจท่องเที่ยว” ราว 1 แสนราย “กสิกรไทย” งัดแพ็กเกจช่วยลูกค้า เปิดทางแปลงหนี้บัตรเครดิตเป็น “เทอมโลน” ยืดเวลาผ่อนนาน 3 ปี-คิดดอกเบี้ยต่ำกว่ารูดปรื๊ด

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ในฐานะประธานชมรมบัตรเครดิต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ชมรมบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย ได้ประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขอความร่วมมือสถาบันการเงินช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้บัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคล

โดยเบื้องต้น ในส่วนบัตรเครดิต ผู้ให้บริการแต่ละรายจะออกมาตรการในลักษณะคล้ายกัน เช่น การลดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำต่องวดเหลือ 5% จากเดิม 10% รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ธุรกิจเอสเอ็มอี ที่แต่ละสถาบันการเงินจะไปพิจารณากลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการช่วยเหลือ และกำหนดมาตรการช่วยเหลือตามความเหมาะสมของกลุ่มลูกค้าของแต่ละธนาคาร

สำหรับกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เบื้องต้น จะมีมาตรการพักชำระหนี้ 3 เดือน (skip payment) หลังจากนั้น จะลดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ในส่วนลูกค้าบัตรเครดิต ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล (บัตรกดเงินสด) ลดผ่อนขั้นต่ำเหลือ 3% จากเดิม 5% จนถึงสิ้นปี 2563

ขณะที่แนวทางการผ่อนผันเพดานวงเงินชั่วคราวฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลที่เป็นอีกเรื่องที่ ธปท.ขอความร่วมมือนั้น เป็นนโยบายที่ทำเป็นปกติอยู่แล้ว โดยหากลูกค้ามีกรณีฉุกเฉิน เช่น ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าโรงพยาบาล ธนาคารก็พิจารณาขยายวงเงินให้ลูกค้าอยู่แล้ว ซึ่งวงเงินที่จะขยายขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้ของลูกค้าจะต้องชัดเจน โดยจะพิจารณาเป็นรายกรณี

“ลูกค้าที่จะได้รับมาตรการช่วยเหลือจะต้องเป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มการท่องเที่ยว เช่น พนักงานโรงแรม เป็นต้น และจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป โดยสำรวจเบื้องต้น เรามีลูกค้าที่น่าจะได้รับการช่วยเหลือประมาณ 1 แสนราย” นายฐากรกล่าว

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมีแพ็กเกจมาตรการ เพื่อช่วยทั้งลูกค้ารายย่อยและธุรกิจ โดยกลุ่มรายย่อย จะลดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% และสามารถเปลี่ยนวงเงินบัตรเครดิตแปลงมาเป็นสินเชื่อแบบมีระยะเวลา (term loan) ที่ให้ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต โดยธนาคารจะดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กับลูกค้า

ส่วนกลุ่มเอสเอ็มอี ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้ คือ การพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 12 เดือน พร้อมสนับสนุนวงเงินเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูกิจการ ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปีกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นต้น

“เราเตรียมแพ็กเกจช่วยเหลือลูกค้าอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ธุรกิจน่าจะมีผลกระทบหนักกว่ารายย่อย ซึ่งเราก็พยายามช่วยลูกค้าให้ครอบคลุม และ ธปท.ก็พยายามผ่อนคลายหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้แบงก์ทำได้ง่ายขึ้น แต่เรื่องของบัตรเครดิต อาจจะยากหน่อย หากลูกค้าถือบัตรหลายบัตร และจะขอแปลงมาเป็นเทอมโลน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องสร้างข้อตกลงให้ชัดเจน” นายสุรัตน์กล่าว

นายนันนวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการบริหาร บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า บริษัทได้ช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หากได้รับผลกระทบและไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่บริษัทไม่สามารถลดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำได้ หาก ธปท.ไม่ได้ออกหลักเกณฑ์เป็นทางการ อย่างไรก็ดี บริษัทจะช่วยเหลือด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ (restructuring loan) ให้ลูกค้าที่มีปัญหา โดยแก้ไขสัญญาการผ่อนชำระใหม่ ซึ่งจะปรับลดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำให้ลูกค้าเป็นรายกรณี ทั้งนี้ อัตราการชำระใหม่จะอยู่ที่ 3-5% ของค่างวดเดิม แต่ปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณการเข้ามาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...