โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูเชียงใหม่ จวกยับ! ให้เอกชน เช่าวัดเก่า-โบราณ 'อายุ 700 ปี' ทำ 'โรงแรม' ชาวบ้านค้าน

Khaosod

อัพเดต 01 ส.ค. 2561 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2561 เวลา 07.45 น.
เฟซบุ๊ก : Namfar Takonkit 

ครูเชียงใหม่ จวกยับ! ให้เอกชน เช่าวัดเก่า-โบราณ ‘อายุ 700 ปี’ ทำ ‘โรงแรม’ ชาวบ้านค้าน

ครูเชียงใหม่ ระบุ จะขอคัดค้านให้ถึงที่สุด สำนักพุทธจะให้เอกชนเช่าพื้นที่วัดร้างในเชียงใหม่อายุ ๗๐๐ ปี เพื่อสร้างโรงแรม(โรงเรียนเพื่อการโรงแรม มันคือโรงแรมนั่นแหละค่ะ เหมือนตามมหา’ลัยต่างๆ ที่มีเอกการโรงแรม เขาจะมีโรงแรมที่เปิดให้คนเข้าพักจริงๆ

ครูเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Namfar Takonkit ระบุ จะขอคัดค้านให้ถึงที่สุด สำนักพุทธจะให้เอกชนเช่าพื้นที่วัดร้างในเชียงใหม่อายุ ๗๐๐ ปี เพื่อสร้างโรงแรม(โรงเรียนเพื่อการโรงแรม มันคือโรงแรมนั่นแหละค่ะ เหมือนตามมหา’ลัยต่างๆ ที่มีเอกการโรงแรม เขาจะมีโรงแรมที่เปิดให้คนเข้าพักจริงๆ แล้วให้นักศึกษาไปสังเกตการณ์ หลักๆมันคือโรงแรม เราไม่ให้สร้างค่ะ ไปกิน ไปขี้ ไปปี้ ไปนอน อยู่ในเขตพุทธาวาส)

ค้านสุดตัว!!! วัดและชาวชุมชนล่ามช้าง ไม่เห็นด้วยกรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาให้เอกชนเช่าที่ดินวัดต้นปูน(ร้าง) ซึ่งเคยเปิดเป็นโรงเรียนแต่ปิดไปหลายปีแล้ว แต่ล่าสุดได้ผู้เช่าใหม่ และน่าเป็นห่วงว่าจะเปิดเป็นโรงแรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะเห็นว่าที่ดินตรงนี้ควรจะถูกใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวมมากกว่าแสวงหาผลกำไรหรือการค้า โดยวัดพร้อมจะจ่ายเงินค่าเช่าให้ด้วย เพราะเช่าแค่ปีละ ๖ หมื่นบาทเท่านั้น

ขณะนี้ชาวบ้านในชุมชนล่ามช้าง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กำลังวิพากษ์วิจารณ์ความเหมาะสมและเกิดความไม่พอใจอย่างยิ่งจากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเวลานี้มีเอกชนรายหนึ่งกำลังยื่นขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมบนที่ดินพื้นที่เกือบ ๒ ไร่ ที่เคยเป็นโรงเรียนอนุศึกษา ที่ตั้งอยู่ติดกับวัดล่ามช้าง ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นวัดร้างชื่อวัดต้นปูน และเป็นที่ดินสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยให้เอกชนเช่าใช้ประโยชน์ และในสัญญาเช่ามีการระบุวัตถุประสงค์ด้วยว่าเพื่อประกอบกิจการโรงเรียน แต่ปรากฏว่าเอกชนรายเดิมน่าจะมีการขายสิทธิ์การเช่าให้กับเอกชนรายใหม่ และมีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างโรงแรม ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นวัดร้าง หากไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นโรงเรียนแล้ว ควรจะใช้ประโยชน์สาธารณะมากกว่านำไปแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์

พระครูปลัดอานนท์ วิสุทโธ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นวัดร้างชื่อว่าวัดต้นปูน ที่ในอดีตเป็นที่ดินแปลงเดียวกับวัดล่ามช้าง ซึ่งต่างเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ของเชียงใหม่อายุ ๗๐๐ ปี แต่เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๐ ได้มีผู้มาขอเช่าใช้ที่ดินดังกล่าวจากทางวัดเพื่อทำเป็นโรงเรียนโดยที่อดีตเจ้าอาวาสเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชนที่จะให้ลูกหลานมีที่เรียนใกล้บ้าน จึงยินยอม และยังให้การสนับสนุนต่างๆ กับทางโรงเรียนด้วย เช่น ให้เงินสร้างอาคาร เป็นต้น กระทั่งประมาณ ปี พ.ศ.๒๕๕๗-๒๕๕๘ โรงเรียนดังกล่าวได้มีการปิดตัวลงและมีการเปลี่ยนผู้เช่าเป็นรายใหม่ที่เช่าที่ดินนี้จากสำนักงานพระพุทธศาสนาที่เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการแทนกรมการศาสนา ซึ่งช่วงนั้นพบว่าผู้เช่ารายใหม่มีความพยายามที่จะเปิดกิจการโรงแรมแทนโรงเรียน แต่ชาวบ้านในชุมชนคัดค้าน จึงได้มีการยุติลงไป

โดยต่อมาเมื่อปี ๒๕๖๐ พบว่าลงประกาศโฆษณาในโซเชียลมีเดียอีกว่า ให้เช่าที่ดินแปลงดังกล่าว ระยะยาว ๓๐ ปี ในราคา ๓๐ ล้านบาท หรือซื้อสิทธิ์การเช่าในราคา 50 ล้านบาท ระบุว่า ที่ดิน ๑ ไร่ ๓ งาน ๕๔ ตารางวา พร้อมอาคาร ๗ หลัง ที่กำลังปรับปรุงเป็นโรงแรมที่พัก ซึ่งชาวบ้านได้ทักท้วงและคัดค้านอีกครั้งจนเรื่องเงียบไป จนกระทั่งล่าสุดมีข้อมูลว่าขณะนี้ที่ดินแปลงดังกล่าวมีผู้เช่ารายใหม่แล้ว และได้ยื่นเรื่องขออนุญาตก่อสร้างกับเทศบาลนครเชียงใหม่แล้วแจ้งว่าจะก่อสร้างอาคารเพื่อเป็นโรงเรียนสอนการโรงแรม ซึ่งชาวบ้านที่ทราบเรื่องต่างเกิดความเคลือบแคลงสงสัยและข้องใจอย่างมาก โดยไม่เชื่อว่าจะมีการเปิดเป็นโรงเรียนสอนการโรงแรมอย่างที่แจ้ง และต้องการให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้

ทั้งนี้เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง กล่าวว่า ที่ผ่านมาในช่วงที่โรงเรียนที่ตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าวปิดตัวลง ทางวัดเคยพยายามที่จะขอเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแล้ว เพราะเสียค่าเช่าเพียงปีละประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น เพื่อใช้ประโยชน์ทางศาสนาและชุมชน รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ เพราะทั้งวัดล่ามช้างและวัดต้นปูนต่างเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพญามังราย สร้างเมืองเชียงใหม่ และกำลังมีการผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองมรกดกโลก แต่ได้รับการปฏิเสธจากสำนักงานพระพุทธศาสนา อ้างว่าผู้เช่ารายเดิมยังไม่หมดสัญญา ซึ่งไม่เข้าใจว่าแล้วเหตุใดในเวลาต่อมาจึงมีการเปลี่ยนผู้เช่าได้ และเตรียมจะมีการสร้างเป็นโรงเรียนสอนการโรงแรมด้วย โดยเบื้องต้นทางชุมชนล่ามช้างและวัดต้องการเรียกร้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนา ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับการให้เช่าที่ดินวัดร้างดังกล่าว เพื่อให้มีการนำไปใช้ประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ใช่การแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งได้มีการทำหนังสือส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วและอยู่ระหว่างการรอคำตอบ

*รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น เมื่อช่วงเดือน พ.ค.๒๕๖๐ เคยมีผู้นำไปโพสต์โฆษณาขายสิทธิ์การเช่าลงในโซเชียลมีเดีย ระบุว่าให้เช่าระยะยาว ๓๐ ปีในราคา ๓๐ ล้านบาทหรือซื้อสิทธิ์การเช่าในราคา ๕๐ ล้านบาท ที่ดิน ๑ ไร่ ๓ งาน ๕๔ ตารางวา พร้อมอาคาร ๗ หลัง ที่กำลังปรับปรุงเป็นโรงแรมที่พัก ตรงข้ามวัดล่ามช้าง ใกล้ตลาดสมเพชร กลางเมืองเชียงใหม่ *

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลในเวลานั้นกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าการนำที่ดินดังกล่าวไปลงประกาศในลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของวัดต้นปูน(ร้าง) ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และทางเอกชนได้เช่าใช้ประโยชน์ รวมทั้งในสัญญาเช่ามีการระบุวัตถุประสงค์ด้วยว่าเพื่อประกอบกิจการโรงเรียน ดังนั้นการจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นย่อมไม่สามารถทำได้ และหากเป็นการผิดสัญญาทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติสามารถทำการยกเลิกสัญญาได้

ข้อมูลเพิ่มเติม วัดต้นปูน ประวัติโดยย่อจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุชาวบ้านล่ามช้างและจากหนังสือวัดร้างในเมืองเชียงใหม่ เรื่อง วัดต้นปูนหรืออีกชื่อที่ชาวบ้านเรียกอีกอย่างว่าวัดเตาปูนสันนิษฐานว่าครั้งเมื่อพระยามังรายทรงสร้างเมืองเชียงใหม่นั้นบริเวณนั้นเป็นที่สำหรับเผาปูนซีเมนต์สำหรับใช้ก่อสร้างเมืองเชียงใหม่ปูนในสมัยนั้น (อ่านต่อ)

ที่มา : Namfar Takonkit 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...