โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตาร์ตอัพ VS แชโบล ศึกดีลิเวอรี่ "เกาหลีใต้"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.ย 2563 เวลา 01.00 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2563 เวลา 01.00 น.

การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จัดส่งถึงบ้านหรือบริการ“ดีลิเวอรี่” กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีชีวิตของชาวเกาหลีใต้ หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกที่พักอาศัย ที่ทำให้ตลาดดีลิเวอรี่ของเกาหลีใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว และบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ต่างหันมาสนใจธุรกิจดีลิเวอรี่ จากเดิมที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่เป็นบริษัทสตาร์ตอัพ จนกลายเป็นสงครามชิงส่วนแบ่งการตลาดที่น่าจับตาในเกาหลีใต้ขณะนี้

นิกเกอิเอเชียนรีวิวรายงานว่า ที่ผ่านมาตลาดดีลิเวอรี่ของเกาหลีใต้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้กระตุ้นให้ตลาดขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลของทางการเกาหลีใต้ระบุว่า จากการสำรวจผู้ค้าปลีกออนไลน์ 13 ราย พบว่ายอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13.4% ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2019

โดยผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ของเกาหลีใต้อย่าง “อีมาร์ต”  (E-Mart) ในเครือของ“เอสเอสจีดอตคอม” (SSG.COM) ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 โดยมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 618,800 ล้านวอน หรือ 61% จากปีก่อนหน้า

นอกจากนั้นยังมีบริษัทสตาร์ตอัพอีกหลายรายที่ครองส่วนแบ่งในตลาดดีลิเวอรี่ เพราะบริษัทสตาร์ตอัพเหล่านี้เป็นกลุ่มที่บุกเบิกธุรกิจดีลิเวอรี่ในเกาหลีใต้อย่าง “คูปัง” (Coupang) สตาร์ตอัพอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่ระดมทุนผ่านวิชั่นฟันด์ของ “ซอฟต์แบงก์”  ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดขายสูงถึง 7.2 ล้านล้านวอน และ “มาร์เก็ต เคอร์ลี” (Market Kurly) ที่มีรายได้ถึง 428,900 ล้านวอน มีการพัฒนาบริการดีลิเวอรี่เพื่อตอบโจทย์การจัดส่งสินค้าให้กับผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว

โดยการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซในเกาหลีใต้อย่างก้าวกระโดด ได้ดึงดูดให้บริษัทยักษ์หันมาสนใจและกระโดดเข้ามาร่วมชิงส่วนแบ่งตลาดดีลิเวอรี่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้หรือที่เรียกว่า“แชโบล” (chaebol) ที่เริ่มเข้ามาแข่งขันชิงพื้นที่ในตลาดดีลิเวอรี่จากสตาร์ตอัพอย่างดุเดือด

“ล็อตเต้” แชโบลอันดับที่ 5 ของเกาหลีใต้ก็ได้เปิดบริการดีลิเวอรี่เป็นครั้งแรก เมื่อเม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ “ฮุนได ดีพาร์ตเมนต์สโตร์” ก็เปิดให้บริการจัดส่งสินค้าออนไลน์

และเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา “เนเวอร์ คอร์ปอเรชั่น” บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแอป “ไลน์”  ก็ประกาศขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซร่วมกับยักษ์ค้าปลีกอีก 3 ราย ได้แก่ โฮมพลัส, จีเอส เฟรช มอลล์  และเอชเอ็น ฮานาโร มาร์ต

ทั้งนี้ การชิงส่วนแบ่งการตลาดท่ามกลางภาวะวิกฤตไวรัสในครั้งนี้ บริษัทสตาร์ตอัพมีความได้เปรียบจากการดำเนินธุรกิจดีลิเวอรี่มาก่อน มีการพัฒนาระบบการจัดส่งที่ครอบคลุมและรวดเร็วเช่นที่คูปังมี “ร็อกเก็ต ดีลิเวอรี เซ็นเตอร์ส” ศูนย์กลางกระจายสินค้าที่รวดเร็วมากถึง 168 แห่งทั่วเกาหลีใต้

ทั้งยังใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ประเมินความต้องการสินค้าของลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมสินค้าให้พร้อมสำหรับการจัดส่งได้ทันที

ขณะที่ “มาร์เก็ต เคอร์ลี” ที่เน้นจำหน่ายของชำ เบเกอรี่ และของหวาน ก็พัฒนาระบบคลังสินค้าและขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (cold chain) เต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2015 สำหรับการจัดส่งสินค้าที่ทำสดใหม่ตามคำสั่งซื้ออย่างรวดเร็วก่อนเช้าวันถัดไป

“พัก ยอง-แด” นักวิเคราะห์จาก “ฮานา ไฟแนนเชียล อินเวสเมนต์” ระบุว่า บริษัทแชโบลที่กระโดดเข้ามา  แม้จะยังไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ของตนเอง  แต่มีความได้เปรียบจากฐานลูกค้าจำนวนมาก และเงินสดมหาศาล  ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเนเวอร์สามารถเจาะตลาดอีคอมเมิร์ซด้วยฐานลูกค้าที่มีอยู่กว่า 40 ล้านคน โดยใช้กลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าด้วยโปรโมชั่นแคชแบ็กและส่วนลดต่าง ๆ ในระดับที่สตาร์ตอัพไม่สามารถทำได้

“อี ซึง-ฮุน” นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ไอบีเค อินเวสเมนต์แอนด์ซีเคียวริตีส์ ระบุว่า บริษัทแม่ไลน์อาจมีเป้าหมายไปไกลถึงการขยายบริการดีลิเวอรี่ในระดับภูมิภาค “เราเชื่อว่าบริษัทสามารถเติบโตได้ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลก ที่ครอบคลุมทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อรวมการจัดการกับไลน์โดยสมบูรณ์”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...