โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดยุทธจักร ‘หม้อทอดไร้น้ำมัน’ เคลียร์ทุกข้อสงสัย เครื่องครัวไร้เทียมทาน จริงหรือ?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ก.ค. 2563 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2563 เวลา 06.09 น.

อาหารการกินเป็นเรื่องใหญ่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันนี้หลายประเทศทั่วโลกมีการระบาดรอบ 2 แล้ว

ตั้งแต่วันที่คนไทยต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติตามมาตรการของรัฐ จนถึงวันนี้ กระแสความนิยมใน หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) สำหรับใช้ประกอบอาหาร สร้างสรรค์เมนูที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่เคยแผ่วลงแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังกลายเป็นเครื่องครัวคู่ใจใครหลายคนไปแล้ว

เมื่อความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์มีแต่จะเพิ่มขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะเกิดคำถามมากมายตามมา อาทิ ทำอาหารด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันปลอดภัยจริงหรือ? เกิดสารก่อมะเร็งได้ไหม? ช่วยลดแคลอรีได้จริงหรือไม่? หรือเราจะได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วนเหมือนเดิมหรือเปล่า?

วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จึงจัดเสวนา “เปิดยุทธภพ หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องคู่ครัวไร้เทียมทาน” พร้อมชวนวิทยากรมากความรู้ร่วมคลายทุกข้อสงสัยเหล่านี้

 

อย่าผลักให้ฉันเป็นตัวร้าย

เมื่อ ‘หม้อทอดไร้น้ำมัน’ ไม่ได้ก่อมะเร็ง

แม้จะมีผู้ให้คำตอบมากมายแล้วว่าการใช้ “หม้อทอดไร้น้ำมัน” ปรุงอาหาร ไม่ได้ก่อให้เกิดโรคมะเร็งโดยตรง ทว่าก็ยังมีผู้ (กำลังตัดสินใจจะ) ใช้อีกจำนวนมากที่กังวลกับประเด็นนี้ ดังนั้น จึงขอผายมือไปที่ผศ.ดร.นัทธี สุรีย์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มช. ช่วยไขคำตอบ

อาจารย์นัทธีกล่าวว่า กระแสของหม้อทอดไร้น้ำมันมาจากที่เราอยู่บ้านช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 แล้วริเริ่มทำอาหารต่างๆ ด้วยหม้อทอด เมื่อเวลาผ่านไปมีคนใช้เยอะขึ้นก็เริ่มเกิดคำถาม รวมถึงข้อควรระวังในอินเตอร์เน็ตมากมายว่าให้ระวังการใช้หม้อทอดกับอาหารประเภทแป้งและเนื้อสัตว์ เพราะจะเสี่ยงก่อมะเร็งจากการเกิดสารกลุ่มอาครีลาไมด์ (Acrylamide) หรือบางคนก็แชร์ข้อมูลที่ระบุว่า การใช้หม้อทอดไร้น้ำมันส่งเสริมให้เรากินอาหารกลุ่มของทอด ทั้งแป้งและเนื้อติดมันเพิ่มขึ้น, หม้อทอดไร้น้ำมันสร้างสารประกอบอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เช่น สารกลุ่มพอลิไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbon) และสารกลุ่มเฮเทอโรไซคลิก เอมีน (Heterocyclic amine) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเนื้อสัตว์ได้รับความร้อนสูง

แต่ก็ต้องบอกว่า ข้อมูลเหล่านี้มีทั้งผิดและถูก

 

“หากตีความเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว คำถามเหล่านี้ประกอบด้วยหลายปัจจัย ตั้งแต่วัตถุดิบ การปรุง วิธีทำให้สุก สิ่งที่เพิ่ม-ลดจากการปรุงเหล่านั้น ปริมาณการกิน และเมตาบอลิซึม แต่หากโฟกัสเรื่องสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แคลอรีที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง รวมทั้งสารก่อมะเร็งต่างๆ ก็ต้องดูอีกว่าเมื่อประกอบอาหารจนสุกแล้ว มีปริมาณการกินอย่างไร ทานบ่อยแค่ไหน ทานร่วมกับอะไร เพราะคนเราเมตาบอลิซึมไม่เหมือนกัน ดังนั้น ถ้ามีประโยคบอกว่า ทำอาหารด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแล้วทำให้เราอ้วน ยกเว้นจะออกกำลังกาย ผมว่ามันมีหลายปัจจัย

“อยากอธิบายเรื่องปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้นระหว่างการทำอาหารด้วยความร้อน ไม่ว่าจะอบ ทอด ปิ้งย่าง นาบกระทะ ฯลฯ ตั้งแต่อุณหภูมิห้อง 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอาหารดิบ จนถึงอาหารไหม้ที่อุณหภูมิประมาณ 204 องศาเซลเซียส กล่าวคือ ณ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส จะเป็นการต้มหรือนึ่ง ช่วง 140-165 องศาเซลเซียส จะเกิดเป็นเมลลาร์ด รีแอ๊กชั่น (Maillard reactions) หรือเกิดเป็นสีน้ำตาล แต่ถ้าประมาณ 180 องศาเซลเซียส จะเกิดเป็นสีน้ำตาลคาราเมล แต่ถ้าเกินตรงนี้ไปแล้วจะเริ่มไหม้ ฉะนั้น ส่วนที่ต้องระวังคือตั้งแต่อุณหภูมิประมาณ 165-204 องศาเซลเซียส เพราะถ้าทำอาหารด้วยอุณหภูมิที่สูงเกินไป และใช้เวลานานต่อเนื่องก็อาจเกิดสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้”

ต่อข้อกังวลเรื่องหม้อทอดไร้น้ำมันกับการก่อโรคมะเร็งนี้ ผศ.ดร.นัทธีจึงสรุปอย่างรวบรัดว่า ขึ้นอยู่กับกระบวนการประกอบอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงร่วมกับใช้เวลานาน ดังนั้น อย่าคิดว่าโรคนี้จะเกิดจากหม้อทอดไร้น้ำมัน เพราะอันที่จริงเกิดได้จากทุกวิธีการทำอาหาร หากเราควบคุมอุณหภูมิและเวลาได้อย่างเหมาะสม โอกาสเกิดโรคร้ายก็จะน้อยลงไปด้วย

ว่าด้วยเรื่อง ‘ไขมัน’ ลดได้ แต่ขาดไม่ได้

หวั่นเจอความร้อนนาน สูญเสียสารอาหาร

อย่างที่ทราบดีว่า วัตถุประสงค์ของหม้อทอดไร้น้ำมันผลิตมาเพื่อต้องการลดไขมัน ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่า เช่นนั้นแล้วเราไม่กินไขมันก็ได้ ประเด็นนี้ ดร.จักรกฤษณ์ วังราษฎร์ อาจารย์จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มช. รีบออกมาค้านดังๆ ว่า ไม่ได้

ในความเป็นจริง ร่างกายมนุษย์ต้องการไขมันในสัดส่วนที่พอเหมาะ เพราะจำเป็นต้องอาศัยไขมันในกระบวนการต่างๆ ดังนั้น จะไม่ทานไขมันตลอดชีวิตไม่ได้ อีกทั้งวิธีการลดน้ำหนัก หรือควบคุมอาหารโดยไม่ทานไขมันเลยย่อมไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน

ดร.จักรกฤษณ์อธิบายว่า ไขมันมีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย 4 เรื่องใหญ่ๆ ประกอบด้วย 1.ให้ความอบอุ่น 2.เป็นตัวช่วยในการละลาย-ดูดซึมวิตามินบางชนิด ประกอบด้วย วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค เนื่องจากวิตามินทั้ง 4 ชนิดนี้ไม่ละลายน้ำ จำเป็นต้องใช้ไขมันเป็นตัวช่วย 3.ร่างกายต้องการไขมันไปเป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อในเซลล์ต่างๆ และ 4.ในไขมันมีสารสำคัญคือ “กรดไขมัน” หรือกรดไขมันจำเป็น โดยร่างกายจำเป็นต้องนำกรดไขมันจำเป็นไปใช้ในหลากหลายกระบวนการ

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้น้ำมันประกอบอาหารมีผลสัมพันธ์กับไขมันที่ได้จากการรับประทาน ซึ่งโดยทั่วไปมี 3 กลุ่มคือไขมันอิ่มตัว ที่ฟังชื่อแล้วเหมือนจะดี แต่ไม่ดี ร่างกายไม่ต้องการ ไขมันชนิดนี้แข็งตัวง่าย ย่อยสลายยาก ชักนำให้เกิดการผลิตคอเลสเตอรอลสูง ส่วนใหญ่เจอในน้ำมันที่ได้จากปาล์ม น้ำมันที่ได้จากมะพร้าว น้ำมันที่ได้จากสัตว์ ยกเว้นปลา การทานไขมันเหล่านี้ในปริมาณมากเกินไปอาจเกาะเป็นก้อบบริเวณหลอดเลือด ทำให้เลือดเดินไม่สะดวก ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้ทานเยอะ แต่ทานได้บ้าง

 

ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไขมันชนิดนี้ไม่จับตัวเป็นก้อน ไหม้ง่าย หืนยาก จึงไม่นิยมนำไปเจอความร้อนสูง ร่างกายสลายได้ ส่วนใหญ่เจอในน้ำมันมะกอก แนะนำให้ทานได้มากกว่าไขมันกลุ่มแรก

และ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เป็นน้ำมันกลุ่มดี แข็งตัวยาก ไม่เกิดคอเลสเตอรอล ไม่จับตัวเป็นไข ไม่หืน ส่วนใหญ่เจอในน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด สามารถทานได้มากกว่ากลุ่มแรก

“เวลาพูดถึงการใช้น้ำมัน ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องด้วย ถ้าจะใช้หม้อทอดซึ่งใช้ความร้อนสูงถึง 180-200 องศาเซลเซียส เมื่อมาเจอกับน้ำมันกลุ่มที่พูดถึง ไม่ว่าจะเป็นไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ปฏิกิริยาทางเคมีเปลี่ยนแปลงแน่นอน เกิดสารต้านอนุมูลอิสระแน่ๆ ดังนั้น ถ้าต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้หม้อทอดไร้น้ำมันควรกลับไปใช้ไขมันกลุ่มแรก เพราะสามารถทนความร้อนสูงได้

“เวลาเรามองเรื่องความร้อนสูงซึ่งทำให้อาหารสุกและเกิดการเปลี่ยนแปลง กระทั่งเกิดสารพิษ มักโฟกัสที่ 2 ส่วนคือ 1.โปรตีน เมื่อเจอความร้อนสูงจนเกิดสารพิษ เช่น นำเนื้อสัตว์มาใส่หม้อทอด ไม่ว่าจะประเภทใดก็ตาม ถ้าความร้อนสูงมาก บวกกับใช้เวลานานมาก โปรตีนในเนื้อสัตว์จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลายเป็นสารที่ก่อมะเร็ง หรืออาจก่อมะเร็งได้ 2.ไขมัน เมื่อโดนความร้อนสูงมากๆ บวกกับเวลานานมากๆ สามารถเปลี่ยนเป็นสารอันตรายได้ บางตัวกลายเป็นสารก่อมะเร็ง บางตัวมีผลต่อการทำงานของอวัยวะบางอย่างในร่างกาย และที่เป็นห่วงพอๆ กับการสร้างสารพิษคือเรื่อง การสูญเสียสารอาหาร เพราะหม้อทอดใช้อุณหภูมิสูง เวลานาน หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าคุณค่าทางอาหารลดลงแน่ๆ ส่วนใหญ่เป็นพวกวิตามิน เช่น วิตามินซี วิตามินเอ และอนุพันธุ์ของมัน”

ดังนั้น หากเราทานอาหารที่ขาดหรือสูญเสียคุณค่าบ่อยๆ อาจเกิดภาวะทุพโภชนาการได้ ส่วนโรคอื่นๆ ดร.จักรกฤษณ์ยืนยันว่า ปัจจุบันนี้ยังไม่มีงานวิจัยออกมายืนยันชัดเจนว่าหม้อทอดไร้น้ำมันทำให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

 

อย่ามอง ‘หม้อทอด’ เป็นเพียงแค่แฟชั่น

ปิดท้ายที่ ดร.ทิพวิมล มีไชย ผู้ก่อตั้ง สมาคมเราจะผอมด้วยเมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน ในเฟซบุ๊ก ขณะนี้มีสมาชิกมากกว่า 5.7 แสนคน ซึ่งเธอยอมรับว่า ไม่คิดว่ากลุ่มจะเติบโตเร็วขนาดนี้

ทว่า เมื่อการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้คนต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อ หลายคนพึ่งพาการสั่งอาหารดิลิเวอรี แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มลุกขึ้นมาจับตะหลิว คว้าหม้อ กระทะ เปลี่ยนตัวเองเป็นเชฟปรุงอาหาร กระทั่ง “หม้อทอดไร้น้ำมัน” กลายเป็นเครื่องครัวคู่ใจ

ดร.ทิพวิมลบอกว่า ตัวเองเป็นแม่ค้าออนไลน์ ขายอาหารเสริม แต่มีความเชื่อว่าไม่อยากให้ลูกค้าทานแต่อาหารเสริม ดังนั้น จึงต้องการสร้างความเข้าใจเรื่องการรับประทานอาหารอย่างถูกวิธี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่อาศัยในคอนโดมิเนียม อายุประมาณ 30-40 ปี เลิกงานดึก ไม่มีเวลามากพอที่จะซื้ออาหารทำกับข้าว จึงแนะนำให้ซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันเพื่อความสะดวก

“เท่าที่สังเกตคือคอมมูนิตี้เราเป็นกลุ่มคนที่ทานอาหารนอกบ้าน ต่อให้เกิดโควิดแล้วมีบริการดิลิเวอรีก็อยากลองทำอาหารทานเอง ประกอบกับคนเริ่มรู้สึกอยากดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องกินซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้สุขภาพดีได้ ต่อให้หลายเมนูดูไม่เฮลตี้ แต่ก็มีเมนูเฮลตี้แฝงอยู่ในกลุ่ม ซึ่งเขารู้สึกว่าปรุงอาหารเองแล้วปลอดภัย

“ต้องบอกว่าเมนู หมูกรอบ ฮิตมาสักพักแล้ว เราเรียกว่าเป็นเมนูสอบเข้ากลุ่ม (หัวเราะ) ส่วนตัวเพิ่งตามหาคนทำหมูกรอบคนแรกในกลุ่มเจอ ทุกคนก็ช่วยกันหาว่าใคร เลยถามเขาว่าทำไมถึงทำหมูกรอบ เขาบอกว่าอยากกิน แต่ไม่อยากทอด จึงพลิกแพลงวิธีทำกระทั่งได้สูตรลงตัว เมื่อสำเร็จแล้วก็เอามาโพสต์แชร์กับสมาชิก จนสมาชิกนำไปปรับแล้วกลายเป็นสูตรที่มีความหลากหลาย เป็นเมนูที่ใครก็สามารถทำได้ ก่อนจะตามด้วยเมนูอื่นๆ เช่น พาย โรตี ชีสเค้ก

 

 

“การที่กลุ่มเราเติบโตไม่เพียงเพราะการแชร์เรื่องเมนูอาหาร แต่เป็นวาไรตี้คอนเทนต์ที่มาจากคนแตกต่างหลากหลาย บางครั้งเป็นวิดีโอทำอาหารแบบอลังการมาก หรือผู้ชายบางคนก็เล่าสตอรีการขอภรรยาซื้อหม้อทอดเข้าบ้าน หลังๆ มานี้มีเชฟมืออาชีพเข้ามาในกลุ่มเยอะมาก หลายท่านร้านอาหารปิดก็มาสร้างสรรค์เมนูให้ดู พร้อมโชว์จัดจานได้น่าทานมาก บางคนบอกว่าจัดปาร์ตี้ที่อาหารทุกจานบนโต๊ะสร้างสรรค์จากหม้อทอดไร้น้ำมัน 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันเซอร์ไพรส์มาก

“หม้อทอดไร้น้ำมันไม่ใช่เรื่องแฟชั่น ถ้าเราเข้าใจมันอย่างถูกต้อง หากแต่มันคืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทหนึ่งไม่ต่างจากไมโครเวฟ เป็นตัวช่วยให้เราทำอาหารได้ง่ายขึ้น ตอนนี้เห็นว่าหลายคนกลับไปทำงานแล้ว และทำอาหารด้วยหม้อทอดอยู่ พร้อมนำอาหารนั้นไปทานด้วย ขณะเดียวกันก็เริ่มเตือนว่าอย่าทานอาหารที่ทำจากหม้อทอดบ่อย เพราะเราเป็นห่วงเรื่องหลายๆ อย่าง”

ในวันที่หม้อทอดไร้น้ำมันยังเป็นไอเท็มเด็ดในใจใครหลายคน การเลือกวิธีประกอบอาหารที่ดีและเหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

 

 

แง้มเคล็ดลับกำจัดกลิ่น ‘เหม็นไหม้’

มือใหม่หัดใช้หม้อทอดไร้น้ำมันฟังทางนี้ ผศ.ดร.นัทธี สุรีย์ ได้สืบค้นข้อมูลดีๆ จากแหล่งต่างๆ มาบอก สำหรับใครที่เพิ่งถอยหม้อทอด และเริ่มใช้งาน แต่ได้กลิ่นพลาสติกเหม็นไหม้ก็ไม่ต้องกังวลเกินไป เพราะมีวิธีแก้

อาจารย์นัทธีบอกว่า กลิ่นเหล่านี้เกิดจากสารเคมีที่หลงเหลือจากกระบวนการผลิต เมื่อเจอความร้อนจึงละลาย และระเหยออกมาเป็นกลิ่นจนเราสัมผัสได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อขึ้นชื่อว่าสารเคมีก็ย่อมแฝงด้วยความอันตราย ดังนั้น วิธีกำจัดกลิ่นเหล่านี้คือล้างหม้อให้สะอาดก่อนนำมาใช้งาน โดยแนะนำให้แช่ในน้ำสบู่ประมาณ 10-15 นาที ก่อนจะล้างทำความสะอาดตามปกติ ผึ่งให้แห้ง จากนั้นให้ทำการอบเสมือนจริงแต่ไม่ต้องใส่อาหาร ซึ่งผู้ใช้งานสามารถใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงสุดได้ โดยให้เครื่องทำงานตามปกติประมาณ 2-3 นาที ทำแบบนี้ 2-3 ครั้ง จึงจะสามารถกำจัดกลิ่นเหม็นไหม้ได้

หากกลิ่นพลาสติกยังไม่หมดไป อาจารย์นัทธียังแนะนำให้เทน้ำส้มสายชูและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะลงในจานที่สามารถทนความร้อนสูงได้ จากนั้นนำจานดังกล่าวใส่ในหม้อทอด ทำการอบ 2 นาทีที่ความร้อน 200 องศาเซลเซียส เมื่อเสร็จแล้วให้ทิ้งไว้ 10 นาที กลิ่นพลาสติกก็จะเบาบางลง

วิธีการหลังนี้อาจมีกลิ่นน้ำส้มสายชูหลงเหลืออยู่บ้าง ฉะนั้น จึงแนะนำให้รันเครื่องอีกครั้งด้วยน้ำเปล่า เพื่อให้กลิ่นทั้งหมดระเหยออก แต่ถ้ากลิ่นยังไม่หมดไปจริงๆ ก็แนะนำให้ทำเช่นนี้ประมาณ 2-3 ครั้งถึงจะดีขึ้นได้

วิธีทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์กับหม้อทอดไร้น้ำมันเท่านั้น เพราะสามารถนำไปใช้กับตู้อบและเตาอบไมโครเวฟได้เช่นกัน

 

สำหรับข้อควรระวังในการใช้หม้อทอดไร้น้ำมันที่ ผศ.ดร.นัทธี รวบรวมมาจากสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาและ The National Cancer Institute (NCI) มีทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้ 1.การทอด “มันฝรั่ง” ด้วยวิธีใดๆ ก็ตาม ควรแช่ในน้ำก่อนทอด 15-30 นาที ผึ่งหรือซับให้แห้งก่อนนำไปทอด เพื่อลดการเกิดอาครีลาไมด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง 2.หากมีมันฝรั่งสดเป็นลูกๆ ควรเก็บลูกมันฝรั่งสดไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะถ้าเก็บในตู้เย็น เมื่อนำมาทอดอาจเกิดอาครีลาไมด์เพิ่มขึ้นได้

3.หากใช้หม้อทอดทำอาหารที่มีปริมาณแป้งหรือน้ำตาลมาก ไม่ควรอบนานจนคล้ำ 4.การทอดจำพวกเนื้อสัตว์ สามารถอบด้วยไมโครเวฟให้อาหารสุกในระดับหนึ่งก่อนได้ เพื่อลดระยะเวลาการทอดด้วยอุณหภูมิสูง และช่วยลดการเกิดสารเฮเทอโรไซคลิก เอมีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ 5.เวลาอบหรือย่าง ควรกลับด้านเนื้อสัตว์บ่อยๆ เพื่อให้เนื้อได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง ช่วยลดการเกิดสารเฮเทอโรไซคลิกเอมีนได้เช่นกัน

6.ถ้ามีจุดไหม้หรือเกรียมให้ตัดออกก่อนทาน 7.หลีกเลี่ยงการนำน้ำมันหรือน้ำที่หยดลงมาก้นหม้อไปทำน้ำเกรวี่ต่อ 8.หลีกเลี่ยงการใส่น้ำมันในหม้อทอด เพื่อป้องกันการลุกไหม้ เพราะหากใส่ลงไปปริมาณมากย่อมเกิดไอจากน้ำมันเยอะ จนอาจทำให้เกิดความร้อนสูง และเกิดการลุกไหม้ได้

เพื่อการทานอาหารอย่างมั่นใจ

 

ภาพประกอบทั้งหมดโดยสมาชิก “สมาคมเราจะผอมด้วยเมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน”**

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...