โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

" ขจร" ผักพื้นบ้านปลูกง่าย ต้นทุนต่ำ ปลูกครั้งเดียวเก็บได้นาน 5 ปี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 22.00 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 22.00 น.

ดอกขจร หรือ ดอกสลิด ถือเป็นพืชทนแล้ง ชอบแสงแดดร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ชอบที่แฉะน้ำท่วมขัง ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ปลูกได้ทุกฤดู แต่จะแนะนำให้ปลูกช่วงปลายฝนต้นหนาว หลังจากปลูก 3 ถึง 4 เดือน เริ่มให้ดอก ดอกจะออกให้เก็บช่วงหน้าร้อนถึงหน้าฝน ก็คือถ้าเราปลูกช่วงปลายฝนต้นหนาว ระยะที่เราจะได้เก็บ จะประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ยาวไปถึงเดือนตุลาคม

การเตรียมดิน…เหมือนกับปลูกพืชทั่วไป ไถตากดินทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ แล้วไถอีกครั้งจากนั้นขุดหลุมปลูกได้เลย หลุมขุดลึกแค่พอกลบกิ่งชำ 1 ไร่ ปลูกได้ 400 ต้น ระยะห่างระหว่างต้น 1.50 เมตร

ระบบน้ำสปริงเกลอร์ช่วยชะล้างโรคแมลง

วิธีปลูก… ขจร เป็นพืชไม้เลื้อย ก่อนปลูกต้องทำค้างก่อน ค้างที่ทำแล้วได้ผลดีเรียกว่าค้างโต๊ะ ลักษณะเป็นรูปตัวยูคว่ำ มีไม้ด้านข้างยาวไปตลอดแนว และใช้ตาข่ายคลุมด้านบน ช่วยลดลมปะทะ ถ้าเป็นค้างแบบแนวตั้งเมื่อลมมาจะต้านลมเยอะ อาจทำให้ต้นล้มได้

ระบบน้ำ…เป็นระบบสปริงเกลอร์ ใน 2 สัปดาห์แรกเปิดน้ำรดทุกวัน ช่วยให้โตเร็ว รากเดินดี หลังจากนั้นสังเกตว่าใบเริ่มแตก ให้ลดน้ำลงเหลือ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ตามสภาพอากาศ

โรคแมลง…ส่วนใหญ่ที่เจอคือ เพลี้ยไฟ ขจรเป็นพืชที่ต้องดูแลทุกวัน ถ้าเดินเจอให้ตัดเอาไปทิ้ง เพื่อป้องกันการระบาด

**ผลผลิตดก 2 ไร่

สร้างรายได้เฉียดแสนต่อเดือน**

ดอกขจรเป็นพืชใช้เงินลงทุนน้อย ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บผลผลิตได้นาน 5 ปี ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลด้วย ในการปลูกจะมีค่าใช้จ่ายหลักๆ คือ ค่าต้นพันธุ์ ส่วนค่าทำค้างขึ้นอยู่กับวัสดุ ถ้าเกษตรกรท่านใดมีไม้เป็นอุปกรณ์เดิมอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อหา จะช่วยลดต้นทุนไปได้เยอะ จะเสียเฉพาะค่าตาข่าย

ส่วนในเรื่องของผลผลิต ปลูก 2 ไร่ ถือว่าสร้างรายได้ดีเลี้ยงครอบครัวได้สบาย รายได้แซงงานประจำไปแล้ว

“ตอนปลูกที่นี่จะเริ่มปลูกช่วงปลายฝนต้นหนาว ดอกขจรปลูกครั้งหนึ่งเก็บผลผลิตได้นาน 3-5 ปี เก็บดอกได้ตลอดยกเว้นช่วงหน้าหนาว”

ช่วงหน้าหนาวของทุกปี คือฤดูกาลตัดแต่งทำสาวต้นขจร เพื่อให้ดอกจะได้ช่อใหญ่และดก

เริ่มให้ดอกเดือนที่ 3-4 แต่ในช่วงแรกดอกจะยังไม่ติดหมด อาจจะมีร่วงบ้าง จะเริ่มเก็บดอกได้จริงจังช่วงเดือนที่ 5 เก็บไปตลอด ให้ผลผลิตนาน 7-8 เดือน หยุดให้ดอกช่วงหน้าหนาว

ช่วงพีคๆ เก็บดอกได้รอบละกว่า 80-90 กิโลกรัม

“เก็บแบบวันเว้นสองวันเพราะจะได้มีเวลาไปทำงานอย่างอื่นด้วย งานอย่างอื่นคืองานตัดแต่งกิ่ง ดูแลสวนเช็คความเรียบร้อยต่างๆ ภายในสวน ผลผลิตที่นี่ถือว่าดก แต่ในความดก เกี่ยวกับช่วงอายุของต้นด้วย สมมติว่าของผมที่ผ่านมา ต้นยังสดใหม่ ช่วงปีแรกอาจจะยังไม่เยอะมาก จะไปเยอะปีที่สองและสาม พอปีสี่ปีห้าดอกจะเริ่มลดลง” เจ้าของบอก

ปักค้างขึงตาข่าย ลักษณะรูปตัวยู

**การตลาดไปได้สวย

ราคาดีมาตลอด 5 ปี**

ปลูกดอกขจรขายมานานกว่า 5 ปี ราคาดีมาโดยตลอด ราคาขายส่งมีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวน กิโลกรัมละ 50-100 บาท หากมีเวลาแบ่งไปขายที่ตลาดจะได้ราคาดี เพราะเราสามารถแบ่งขายได้ขีดละ 20 บาท 1 กิโลกรัม ก็ได้เงิน 200 บาท และนอกจากการขายดอก เจ้าของยังทำกิ่งพันธุ์ขายด้วย

ตอนนี้ขายอยู่ 3 แบบ

1. กิ่งสดแช่น้ำยาเร่งราก ราคากิ่งละ 10 บาท

2. ตุ้มตอนเหมือนกิ่งตอนทั่วไป เอาขุยมะพร้าวไปห่อ อันนี้ตุ้มละ 8 บาท

3. แบบชำพร้อมปลูก ถ้าเป็นชำพร้อมปลูกถ้าส่งต่างจังหวัดไกลๆ จะส่งแบบล้างรากเอาดินออก คิดราคาต้นละ 10 บาท แต่ถ้าหากมารับที่สวนต้นสมบูรณ์พร้อมปลูกราคาต้นละ 25 บาท ตลาดของดอกขจร ส่วนใหญ่จะเป็นแถบภาคอีสาน ด้วยดอกขจรทำอาหารได้หลายประเภท ต้ม ทอด แกง ผัด ทำได้หมด ตลาดไปได้อีกไกล เพราะคนทำดอกขจรแบบจริงจังยังมีน้อย แล้วดอกขจรจะมีเสน่ห์เฉพาะตัว บริโภคได้ทุกกลุ่ม รสชาติจะออกหวานนิดๆ กินง่าย ประกอบอาหารได้หลายอย่าง เจ้าของบอก

ต้นอายุ 3 ปี ทำสาวได้ 5 เดือน กำลังให้ดอก

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ” ขจร” ผักพื้นบ้านปลูกง่าย ต้นทุนต่ำ ปลูกครั้งเดียวเก็บได้นาน 5 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...