โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิแพ้เชื้อรา เราคุมและหลีกเลี่ยงมันได้

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 04.30 น. • Motherhood.co.th Blog

ภูมิแพ้เชื้อรา เราคุมและหลีกเลี่ยงมันได้

หากลูกน้อยหรือคนในครอบครัวของคุณมีอาการไอและมีเสมหะเรื้อรัง รวมถึงหอบหืด นั่นอาจจะไม่ใช่ภูมิแพ้ธรรมดา แต่อาจเป็น "ภูมิแพ้เชื้อรา" อีกภัยเงียบหนึ่งซึ่งแฝงตัวอยู่ในบ้านของคุณมาโดยตลอด แต่คุณไม่รู้ตัวมาก่อน วันนี้ Motherhood จะนำข้อมูลเกี่ยวกับอาการและการป้องกันอย่างยั่งยืนมาให้คุณค่ะ

หลายบ้านมีเชื้อราอยู่แต่ไม่เคยรู้ตัว

ภูมิแพ้เชื้อรา (Mold allergy) คืออะไร ?

เชื้อราเป็นเชื้อขนาดเล็กที่มีสปอร์แพร่กระจายอยู่ทั่วไปในอากาศ เชื้อราชอบสิ่งแวดล้อมที่ชื้นและต้องการปัจจัย 4 ประการเพื่อเจริญเติบโต ได้แก่ อาหาร อากาศ อุณหภูมิที่เหมาะสม และน้ำ เชื้อราสามารถพบได้จากนอกบ้าน ภายในบ้าน และในสิ่งก่อสร้างทั่วไป

โดยปกติแล้ว คนเราจะหายใจเอาสปอร์เชื้อราในอากาศเข้าไปในร่างกาย แต่บางคนจะเกิดอาการแพ้หรืออาการหอบหืด (Asthma) หากได้รับเชื้อรามากเกินไป ภาวะนี้เรียกว่าภูมิแพ้เชื้อรา (Mold allergy)

สปอร์เชื้อรามีขนาดเล็กประมาณ 2-5 ไมครอน จึงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พวกมันสามารถปลิวกระจายไปได้ไกล และสามารถเข้าสู้ทางเดินหายใจได้ถึงหลอดลมฝอย สปอร์เชื้อราจะเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิที่เหมาะสม เชื้อราที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุของภูมิแพ้ ได้แก่

  • Penicillium เป็นเชื้อราสีเขียวตามบ้าน พบได้บริเวณที่มีอาหารเน่าเสีย เช่น ขนมปัง ผลไม้ ชีส เศษใบไม้ หรือสิ่งสกปรก
  • Aspergillus เป็นเชื้อราสีดำ พบตามอาหารบูด อยู่ตามเศษอาหารที่ทิ้งค้างคืน
  • Cladosporium เป็นเชื้อราที่พบนอกบ้าน พบตามซากพืช ซากสัตว์ พื้นดิน รวมทั้งตามอาหาร บริเวณตู้เย็น และบริเวณที่อับชื้นในตัวบ้าน
  • Alternaria พบได้ตามพื้นดิน ใบไม้ ต้นไม้แห้งที่หมักหมม

อาการของภูมิแพ้เชื้อรา

ภูมิแพ้เชื้อรามีอาการและสัญญาณเตือนเช่นเดียวกับที่มีในภูมิแพ้ทางเดินหายใจส่วนบนประเภทอื่น ๆ สัญญาณเตือนและอาการของเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) ที่เกิดจากแพ้เชื้อรา ได้แก่

  • จาม
  • น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
  • ไอและมีของเหลวหลังโพรงจมูก
  • มีอาการคันที่ดวงตา จมูก และคา
  • น้ำตาไหล
  • ผิวหนังแห้งและลอก

อาการแพ้เชื้อรามีความแตกต่างหลากหลายกันไปในแต่ละบุคคล และมีอาการตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงรุนแรง อาจเกิดอาการทั้งปีหรืออาการที่กำเริบเพียงในบางช่วงเวลาของปี อาจสังเกตเห็นอาการต่าง ๆ เมื่ออากาศชื้นหรือเมื่ออยู่ในพื้นที่ภายในหรือภายนอกที่มีความหนาแน่นของเชื้อราสูง

พรมที่พื้นก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อราอย่างดี

หอบหืดและการแพ้เชื้อรา

หากมีอาการแพ้เชื้อราร่วมกับหอบหืด อาการหอบหืดอาจได้รับการกระตุ้นจากการสัมผัสสปอร์เชื้อรา ในผู้ป่วยบางราย การสัมผัสเชื้อราบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการหอบหืดที่รุนแรง สัญญาณเตือนและอาการของหอบหืด ได้แก่

  • ไอ
  • หายใจมีเสียง
  • หายใจลำบาก
  • แน่นหน้าอก

สาเหตุของภูมิแพ้เชื้อรา

อาการแพ้เชื้อรากระตุ้นโดยการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่มีความไวมากเกินไป เมื่อเราหายใจเอาสปอร์เชื้อราขนาดเล็กในอากาศเข้าไป ร่างกายจะรับรู้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมและสังเคราะห์แอนติบอดีที่ทำให้เกิดภูมิแพ้เพื่อต่อต้านเชื้อราดังกล่าว

หลังจากได้รับเชื้อราแล้ว ร่างกายจะยังคงสังเคราะห์แอนติบอดีที่คอยตรวจจับสิ่งแปลกปลอมนี้ เพื่อให้การสัมผัสเชื้อราในครั้งต่อไปทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีปฏิกิริยาตอบสนอง ปฏิกิริยานี้กระตุ้นการปล่อยสารต่าง ๆ เช่น ฮิสตามีน (Histamine) ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้เชื้อรา แต่การแพ้เชื้อราชนิดหนึ่งไม่จำเป็นต้องหมายความว่าจะแพ้เชื้อราชนิดอื่น ๆ ด้วย

ปัจจัยเสี่ยงการแพ้เชื้อรา

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่จะทำให้เกิดอาการแพ้เชื้อรา

  • มีประวัติครอบครัวเป็นภูมิแพ้ หากมีอาการภูมิแพ้และหอบหืดถ่ายทอดในครอบครัว เท่ากับมีโอกาสมากขึ้นที่จะแพ้เชื้อรา
  • ประกอบอาชีพที่สัมผัสเชื้อรา อาชีพที่อาจมีการสัมผัสเชื้อรามาก ได้แก่ การทำฟาร์ม การเลี้ยงโคนม การทำซุง การอบขนม โรงสี งานไม้ งานในเรือนกระจก การทำไวน์ และการซ่อมเฟอร์นิเจอร์
  • การอาศัยในบ้านที่มีความชื้นสูง หากความชื้นภายในบ้านมีค่าสูงกว่าร้อยละ 50 อาจทำให้สัมผัสเชื้อรามากขึ้น เชื้อราสามารถเจริญเติบโตได้มากในทุกที่หากมีภาวะที่เหมาะสม ได้แก่ ชั้นใต้ดิน ด้านหลังผนัง หลังวงกบ ในปูนที่เคลือบด้วยสบู่ พื้นผิวชื้นอื่น ๆ แผ่นรองพรม และในพรมเอง การสัมผัสเชื้อราในบ้านในปริมาณมากอาจกระตุ้นอาการแพ้เชื้อราได้
  • การทำงานหรือการอาศัยอยู่ในสิ่งก่อสร้างที่มีความชื้นมากเกินไป ได้แก่ ท่อรั่ว รอยน้ำรั่วในระหว่างที่มีพายุฝน และความเสียหายจากน้ำท่วม เมื่อมีความชื้นสูง ความชื้นดังกล่าวก็ทำให้เชื้อราเจริญเติบโต
  • การอาศัยอยู่ในบ้านที่มีการระบายอากาศไม่ดี ขอบหน้าต่างและขอบประตูที่แน่นอาจกักเก็บความชื้นไว้ภายใน และป้องกันไม่ให้มีการระบายอากาศที่ดี ซึ่งเป็นภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา บริเวณที่มีความชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องใต้ดิน เป็นบริเวณได้รับผลกระทบได้มากที่สุด
ยาพ่นจมูกได้รับความนิยมในการใช้รักษา

การวินิจฉัยโรค

นอกไปจากการพิจารณาสัญญาณเตือนและอาการต่าง ๆ แล้ว แพทย์อาจทำการตรวจร่างกายเพื่อคัดแยกเอาความผิดปกติทางสุขภาพอื่น ๆ ออกไป นอกจากนี้ แพทย์ยังอาจแนะนำการทดสอบหนึ่งอย่างหรือมากกว่า เพื่อดูว่าเป็นภูมิแพ้ที่สามารถวินิจฉัยได้หรือไม่ การทดสอบดังกล่าว ได้แก่

  • การเจาะตรวจผิวหนัง (Skin prick test) การตรวจนี้ใช้สารละลายก่อภูมิแพ้ที่พบได้ทั่วไปหรือสงสัยว่าทำให้เกิดภูมิแพ้ ระหว่างการทดสอบจะทาสารดังกล่าวเข้าไปที่ผิวหนังบริเวณแขนหรือหลัง หากมีอาการแพ้ จะมีตุ่มขึ้นในบริเวณผิวหนังที่ทำการทดสอบ
  • การตรวจเลือด (Blood test) สามารถตรวจวัดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อราได้โดยการวัดปริมาณของแอนติบอดีบางชนิดในกระแสเลือดที่เรียกว่าแอนติบอดี immunoglobulin E (IgE) ตัวอย่างเลือดจะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ซึ่งสามารถตรวจหาร่องรอยการแพ้เชื้อราบางชนิดได้

การรักษา

ยาที่สามารถบรรเทาอาการเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ที่เกิดจากการแพ้เชื้อรา ได้แก่

  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ใช้พ่นจมูก (Nasal corticosteroids) สเปรย์พ่นจมูกนี้ช่วยป้องกันและรักษาการอักเสบที่เกิดจากภูมิแพ้เชื้อราที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน เป็นยารักษาภูมิแพ้ที่ได้ผลมากที่สุดและมักเป็นยาชนิดแรกที่แพทย์สั่งให้ใช้
  • ยาแก้แพ้ (Antihistamines) ยานี้สามารถช่วยเกี่ยวกับอาการคัน จาม และน้ำมูกไหล จะออกฤทธิ์โดยขัดขวางสารฮิสตามีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้เกิดการอักเสบที่ปล่อยจากระบบภูมิคุ้มกันในระหว่างที่มีอาการแพ้
  • ยามอนเทลูคาสท์ (Montelukast) เป็นยาเม็ดที่ใช้ขัดขวางการทำงานของสารลิวโคทรีน (Leukotrienes) ซึ่งเป็นสารเคมีในระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ได้รับการพิสูจน์ว่าใช้ได้ผลในการรักษาหอบหืดที่เกิดจากภูมิแพ้ (Allergic asthma) และได้ผลในการรักษาภูมิแพ้เชื้อราด้วย
ใส่ถุงมือและปิดปากเมื่อใช้น้ำยาฟอกขาวทำความสะอาดเชื้อรา

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์เสียใหม่เพื่อจัดการการแพ้เชื้อรา

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้อาจช่วยให้ทุกคนในครอบครัวรับมือกับอาการแพ้เชื้อราได้

  • กำจัดแหล่งที่ทำให้เกิดความชื้นในชั้นใต้ดิน เช่น รอยรั่วของท่อหรือรอยรั่วของน้ำใต้ดิน
  • ใช้เครื่องกำจัดความชื้นในบริเวณบ้านที่มีกลิ่นอับหรือชื้น
  • รักษาระดับความชื้นให้ต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยซื้อเครื่องวัดความชื้นมาติดไว้ในบ้าน
  • ห้ามปูพรมที่พื้นห้องน้ำหรือชั้นใต้ดิน
  • หากใช้เครื่องปรับอากาศ พิจารณาการติดตั้งระบบปรับอากาศกลางที่ติดตั้งตัวกรองอนุภาคอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง ตัวกรองนี้สามารถดักจับสปอร์เชื้อราจากอากาศภายนอกก่อนแพร่กระจายภายในบ้าน
  • ทำความสะอาดเครื่องประอากาศสม่ำเสมอ
  • ต้องมั่นใจว่าห้องน้ำมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม เปิดเครื่องพัดลมระบายอากาษในระหว่างและหลังอาบน้ำทันทีเพื่อทำให้อากาศแห้ง หากไม่มีพัดลมระบายอากาศ ให้เปิดหน้าต่างหรือประตูในขณะอาบน้ำ
  • เพิ่มการระบายน้ำใต้ดินให้ห่างจากบ้าน โดยกำจัดใบไม้และพืชต่าง ๆ ออกจากพื้น และทำความสะอาดรางระบายน้ำฝนเป็นประจำ
  • ใช้น้ำยาฟอกขาว โดยผสมน้ำยา 1 ส่วน กับน้ำเปล่า 9 ส่วน เพื่อทำความสะอาดส่วนที่มีเชื้อรา และใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูก ขณะทำความสะอาด

 

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...