โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความทุกข์-ไม่ยุติธรรมที่เกิดกับกะเหรี่ยงบางกลอย เป็นหน้าที่ต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

Khaosod

อัพเดต 12 เม.ย. 2564 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 07.11 น.
ความทุกข์และไม่ยุติธรรมที่เกิดกับ “ชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน” เป็นหน้าที่ต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ความทุกข์-ไม่ยุติธรรมที่เกิดกับ “ชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน” เป็นหน้าที่ต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ใช้กฎหมายอยู่เหนือความยุติธรรม 

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.64 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ตน และนายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย พร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ร่วมคณะตัวแทนครูนักเรียนจากโรงเรียนเอกชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส)

เยี่ยมเยียน มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสัมผัสชีวิตจริง ณ ชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และขอบคุณหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯทุกคนที่อำนวยความสะดวกเปิดพื้นที่ให้รับฟังมุมมองข้อมูลอย่างอิสระภายใต้กติกาของหน่วยงาน ด้วยครับ

ตัวแทนชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอยให้การต้อนรับ พาเยี่ยมชมสภาพชีวิต เล่าข้อเท็จจริง ประสบการณ์การกดทับทางวัฒนธรรม และปัญหาที่สะท้อนถึงผลกระทบจากนโยบายและกฎหมายตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่ปัญหาชุมชนเกิดจากนโยบายและกฎหมาย การจัดการทรัพยากรที่ดิน-ป่าไม้ของของรัฐได้สร้างผลกระทบต่อเนื่องกับประชาชน และบั่นทอนศักยภาพของประเทศมาตลอดยุคสมัย

ที่รัฐนั้น คือผู้ผูกขาดรวมศูนย์อำนาจการจัดการ การบังคับให้อพยพโยกย้ายโดยอ้างว่าได้มีการจัดพื้นที่รองรับไว้แต่รัฐมุ่มเพียงใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่ได้ถามชุมชนและไม่มีส่วนรวม และมีการทำลายพืชผลอาสินและห้ามเข้าทำกิน การยึดพื้นที่และห้ามเข้าทำกินหรือถูกให้ออกจากพื้นที่ การจับกุมดำเนินคดี การข่มขู่บังคับให้ลงลายมือชื่อยินยอมออกไปจากที่ดินทำกิน

การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายด้านป่าไม้ที่สำคัญหลายฉบับในปี 2562 ชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดินที่ถูกจับกุมดำเนินคดีอีกระลอกจำนวน 22 คน ที่ปรากฏต่อสังคม ผู้แทนชุมชนเห็นว่าความขัดแย้งที่ฝากให้รัฐนำไปทบทวนการใช้กฎหมายและนโยบายบังคับให้เปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมอัตลักษณ์ วิถีชีวิตความเชื่อ จะทำให้ปัญหาใหม่อีกหลายปัญหาตามมาที่นับวันจะรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ สิทธิทางชาติพันธุ์ สิทธิการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น กระบวนการยุติธรรม อำนาจของหน่วยงานรัฐ นโยบายจัดการที่ดินป่าไม้ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องโครงสร้างอำนาจของประเทศที่ไม่อาจมองเป็นเพียงรายกรณีปัญหาได้

ในเรื่องความไม่ยุติธรรม ผู้แทนชุมชน ได้เล่าเรื่อง

- การตายของ อ.ป๊อด-ทัศน์กมล โอบอ้อม ชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจานที่ถูกยิงตาย

- การถูกรัฐขับไล่ให้ย้ายถิ่นด้วยวิธีการรุนแรง เผาบ้านเรือน จาก ‘บางกลอยบน’ และ ‘ใจแผ่นดิน’ ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มานานตั้งแต่บรรพบุรุษ ก่อนที่ประกาศเป็น ‘อุทยานแห่งชาติ’ ซึ่งครอบคลุม ชุมชนและบ้าน’ ของกะเหรี่ยงบางกลอยไปด้วย ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยว่า การขับไล่ด้วยวิธีการรุนแรง เผาบ้าน ทำลายสิ่งของโดยเจ้าหน้าที่อุทยาน เป็นการกระทำโดยมิชอบ ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ต้องชดใช้ให้ชาวกะเหรี่ยง พร้อมรับรองว่าใจแผ่นดินเป็นชุมชนดั้งเดิม มีมานานก่อนจะมีอุทยาน และ

- กรณี ‘บิลลี่’ พอละจี รักจงเจริญ หลานชายแท้ๆ ของ ‘ปู่คออี้’ ที่รู้ภาษาไทย เป็นผู้กล้าหาหลักฐานเพื่อดำเนินการกับผู้ฆ่า อ.ป๊อก และนำเรื่องห้องศาลปกครองกรณีการขับไล่ด้วยวิธีการรุนแรง เผาบ้านบ้านเรือน จนในที่สุด บิลลี่ ได้ถูกทำให้หายตัวไปเมื่อปี 2557

จนต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงยืนยันว่า ‘บิลลี่ตายแล้วและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 4 คน กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินคดี มีความเห็นสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ฯ จำนวน 7 ข้อหารวมถึงข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ฆ่าบิลลี่) ด้วย แต่อัยการคดีพิเศษมีคำสั่งไม่ฟ้องเจ้าหน้าที่ฯ จำนวน 6 ข้อหา สั่งฟ้องต่อศาลทุจริตฯ เพียงข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม. 157) เพียงข้อหาเดียว คดี บิลลี่

ปัจจุบัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการจึ่งมีความเห็นแย้งให้ฟ้อง ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาด เมื่อ สิงหาคม 2563 ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างรอคำสั่งอัยการสูงสุดว่าจะสั่งฟ้อง หรือไม่ฟ้อง

- กรณีการกดทับทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้อยค่าลง ฯลฯ

คณะ “ชุมชนมุสลิมจังหวัดชายแดนใต้” ที่รับฟังข้อเท็จจริง “ชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน” พบว่า “ความทุกข์และไม่ยุติธรรมแห่งนี้รุนแรงมาก จำเป็นต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

ตัวแทนครูโรงเรียนเอกชนฯ ได้แสดงความรู้สึก ว่า “ความเดือดร้อนของพี่น้องชาติพันธ์จากการถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐต่อชาวบางกลอยเราเข้าใจความรู้สึกนั้นและรู้สึกเห็นเป็นอย่างยิ่ง พระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์และในความเป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันทุกชาติพันธ์ เมื่อทราบเรื่องของชาวกะเหรี่ยงบางกลอยออกหน้าสื่อต่างๆเราจึงคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราต้องมาถึงบางกลอยให้ได้เพราะอย่างน้อยก็เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่น้องกะเหรี่ยงบางกลอยให้เขาได้ทราบว่าเขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง เราอยากขอพรจากพระเจ้าให้ช่วยปกป้องคุ้มครองมนุษยชาติของพระองค์ ให้รอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง”

ส่วนตัวอยากฝากรัฐบาลถึง การแก้ปัญหา ความขัดแย้งเรื่องทรัพยากรที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำฯ กับ “ชุมชนชาติพันธุ์บางกลอย” จะต้องปรับปรุงแก้ไขกฏหมายที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมบนพื้นฐานประชาธิปไตย และมิติที่ต้องให้ความสำคัญคือ สิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิทางชาติพันธุ์ตามหลักการสากล กับสิทธิการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น กระบวนการยุติธรรม

ต้องให้กลุ่มชาติพันธุ์และคนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมใช้อำนาจ และการพัฒนาในการจัดการที่ดินป่าไม้เพื่อชุมชนได้สิทธิที่จะเข้าถึง ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ในที่ดิน ทรัพยากร แหล่งน้ำ และป่าไม้ที่อยู่ในที่ดินนั้น มีมาตรฐานการครองชีพ มีสถานที่อาศัยที่มีความมั่นคง มีความสงบสุข และมีศักดิ์ศรี เพื่อพัฒนาวัฒนธรรมของตน และมิติเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้บริหารและเป็นผู้ปฏิบัติงานจะต้องเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความเป็นจริง และไม่ใช้กฎหมายอยู่เหนือความยุติธรรม ที่ความอยู่รอดของชีวิตมนุษย์ต้องสำคัญที่สุดด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...