โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง’ ชี้โอกาสลงทุน ‘K-CCTV’ กองทุนหุ้นจีน A-Shares แห่งเดียวในไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 พ.ย. 2563 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2563 เวลา 11.17 น. • The Bangkok Insight

เคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง มองจีนยังอยู่แถวหน้า ชี้โอกาสครั้งสำคัญกับการลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ผ่านกองทุน K-CCTV รับทิศทางของจีน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับใหม่ แนวโน้มการฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่น ปัญหา โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย อุตสาหกรรมยุคใหม่เติบโตดี

น.ส.ศิริพร สุวรรณการ Managing Director – Financial Advisory Head Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง และบลจ. กสิกรไทย มองเห็นศักยภาพของตลาดหุ้นจีน A-Shares ที่จะเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้ รวมทั้งการเปิดเสรีตลาดการเงินอย่างต่อเนื่อง และการที่ Morgan Stanley Capital International (MSCI) บริษัทจัดทำดัชนีราคาหุ้นชั้นนำของโลก ได้รวมหุ้นจีน A-Shares ในการคำนวณดัชนีตลาดเกิดใหม่ (MSCI Emerging Markets Index) นั่นหมายถึง การเปิดประตูให้นักลงทุนนอกประเทศจีน ทำให้มีทั้งสภาพคล่องและความเชื่อมั่นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีมาก เมื่อจีนกำลังท้าทายมหาอำนาจเดิมอย่างสหรัฐ ทั้งในเรื่องของธุรกิจการค้า ตลาดการเงิน รวมทั้งเทคโนโลยี ซึ่งไม่ใช่เพียงความล้ำสมัย แต่หมายถึงการเข้าถึงข้อมูล และความมั่นคงของชาติ จึงเป็นที่มาของการออกแบบกลยุทธ์การจัดการกองทุน K-CCTV ที่มีความโดดเด่น 2 ข้อ ได้แก่

1. เป็นกองทุนหุ้นจีน A-Shares เดียวในไทย ที่มีกลไกควบคุมความเสี่ยง หากตลาดหุ้นจีนมีความผันผวนสูงขึ้น กองทุนสามารถเปลี่ยนมาถือเงินสด หรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพิ่ม จึงช่วยลดความเสี่ยงขาลงได้ระดับหนึ่ง

2. สร้างผลตอบแทนจากการจัดการเชิงรุก (Active Management) ผ่านการคัดเลือกกองทุนหลัก จาก 2 ผู้จัดการกองทุนระดับโลก ที่คร่ำหวอดในตลาดหุ้นจีนและสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทั้ง UBS Asset Management และ Schroders ซึ่งกองทุนหลักทั้งสองมีกลยุทธ์ต่างกัน จะช่วยเพิ่มความหลากหลายในแหล่งที่มาของผลตอบแทน และกระจายความเสี่ยง"

ทั้งนี้ ตั้งแต่จัดตั้ง กองทุน K-CCTV ให้ผลตอบแทนที่ประมาณ 62% และแม้วิกฤตโรคโควิด-19 จะเริ่มต้นจากจีน แต่จีนสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที ทำให้สามารถส่งผ่านผลตอบแทนมาที่กองทุนตั้งแต่ช่วงต้นปี ที่ประมาณ 22% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2563)

ทางด้าน ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษาและอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากแผนกลยุทธ์ของจีนฉบับที่ 14 (ปี 2564 - 2568) มี 3 คำสำคัญ ได้แก่

  • Dual circulation

ใช้เศรษฐกิจภายใน เป็นแกนกลางเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายนอก ใช้พลังการบริโภคอันมหาศาลในประเทศ สร้างเป็นวิสัยทัศน์ Globalization 2.0 หรือโลกาภิวัฒน์ยุคใหม่ เปลี่ยนจากโลกออฟไลน์ สู่การค้าดิจิทัล จากการเติบโตของบริษัทขนาดใหญ่เป็นขนาดกลางและเล็ก จากบทบาทของประเทศพัฒนาแล้วสู่ประเทศกำลังพัฒนา และเปลี่ยนผู้กำหนดกฎ กติกาจากสหรัฐ เป็นจีน เพราะกติกากำหนดโดยผู้บริโภค

  • China 5.0

ต่อยอดเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) 5G และ Internet of Things จากข้อได้เปรียบที่ตลาดจีนเป็นผู้บริโภคออนไลน์ขนาดใหญ่ จึงมีข้อมูลมหาศาล

  • Clean energy

จีนตั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องทำให้ได้ภายในปี 2603 คือจีนจะเป็นประเทศปลอดคาร์บอน (Carbon Neutrality) อย่างไรก็ตาม จีนยังมีความเสี่ยงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง วิกฤตการเงิน และเทคโนโลยีที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะมีพลังในการสร้างสรรค์แค่ไหน

ขณะที่ นายเจีย ซ่ง ผู้จัดการกองทุนจาก UBS Asset Management กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐ จะอยู่อีกนาน นักลงทุนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรประมาท ความสำเร็จของการลงทุนที่ผ่านมา เกิดจากการใช้โอกาสในช่วงตลาดผันผวนเข้าสะสมหุ้น ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากกลยุทธ์ของจีนที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเน้นภาคลงทุนสู่การบริโภคและบริการ

ตัวอย่างปัจจัยขับเคลื่อนระยะยาว ที่เป็นตัวบ่งชี้ธุรกิจผู้ชนะ (Long term winner) ได้แก่

  • การยกระดับการบริโภคด้วยสินค้าคุณภาพและราคาสูงขึ้น
  • การขยายตัวของเมืองและความเจริญ
  • นวัตกรรมและการสร้างกระบวนการทำงานอัตโนมัติ
  • การรองรับตลาดผู้สูงอายุ

น.ส. ดิออน เฉิง จาก Schroders กล่าวว่า ปีนี้ ตลาดหุ้นจีนให้ผลตอบแทนดี เพราะความสำเร็จของการควบคุมโรคโควิด-19 และเศรษฐกิจฟื้นกลับมาเร็ว

ตัวเลข GDP ในอนาคต อาจดูไม่สูง เพราะแรงฉุดจากธุรกิจยุคเก่าเช่น สถาบันการเงิน และโภคภัณฑ์ แต่ธุรกิจยุคใหม่ในอุตสาหกรรม ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ หรือวิถีชีวิตยุคใหม่ เช่น เทคโนโลยี และการดูแลรักษาสุขภาพ จะยังเติบโตได้ดี

สำหรับ ผลงานของกองทุนที่โดดเด่นในปีนี้ มาจากการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก ที่ตอบสนองต่อการยกมาตรฐานอุตสาหกรรม การผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้าจากกรณีความขัดแย้งกับสหรัฐ รวมทั้งสินค้า และบริการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

"ภายใต้ลักษณะเฉพาะ และโอกาสการเติบโตของตลาดหุ้นจีน ประกอบกับความสามารถของทีมผู้จัดการกองทุนในการคัดเลือกหุ้นที่น่าสนใจ กระจายความเสี่ยง และจัดการความผันผวน จะช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาวด้วยการลงทุนในกองทุน K-CCTV" น.ส. ศิริพร กล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...