โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ส่งออกมันสำปะหลังรับส้มหล่น จีนขาดของสต๊อกข้าวโพดหด-ราคาแพง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ต.ค. 2563 เวลา 16.29 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2563 เวลา 01.15 น.
ภาพ : pixabay

ผู้ส่งออกไทยลุ้นอานิสงส์ จีนขาดวัตถุดิบ คาดปี 2564 ส่งออกเพิ่ม 10% หลังสต๊อกข้าวโพดจีนลด-ราคาแพง เร่งนำเข้าวัตถุดิบเพื่อนบ้าน 10 ล้านตัน “พาณิชย์” ไฟเขียวงบฯ 1,400 ล้านบาท อุ้มเกษตรกรทำลายมันติดโรคใบด่าง 26 จังหวัด

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์การส่งออกมันสำปะหลังปี 2563/2564 จะเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมาส่งออกได้ 22.89 ล้านตัน แบ่งเป็นมันเส้นปริมาณ 6.77 ล้านตัน และแป้งมัน 16.12 ล้านตัน

ผลจากตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะปริมาณสต๊อกข้าวโพดในจีนลดลงเหลือ 260 ล้านตัน ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ที่คาดว่าจะมี 277 ล้านตัน

ประกอบกับราคาข้าวโพดสูงขึ้น จาก 1,600 หยวนต่อตัน เป็น 2,200 หยวนต่อตัน ส่วนราคามันเส้นในจีน อยู่ที่ 2,050-2,070 หยวนต่อตัน ต่ำกว่าราคาข้าวโพด จึงทำให้จีนต้องการมันสำปะหลังไปเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ทดแทนข้าวโพด

“การส่งออกมันสำปะหลังของไทยในปี 2564 มีโอกาสจะขยายตัวมาก ไม่ใช่เพียงมันเส้น แต่มีโอกาสที่จะส่งออกมันอัดเม็ดเพื่อผลิตอาหารสัตว์ได้เพิ่มเช่นกัน โดยปัจจุบันตลาดมันอัดเม็ดของไทยอยู่ที่ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐ ส่วนกรณีที่จีนห้ามข้าราชการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในและนอกเวลาราชการจะมีผลต่อการนำเข้ามันสำปะหลังหรือไม่นั้น ส่วนใหญ่แล้วมันสำปะหลังที่จีนนำเข้าจากไทยเพื่อผลิตแอลกอฮอล์นั้นใช้ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับงานก่อสร้าง มีบ้างแต่ส่วนน้อยที่ใช้ในกลุ่มเครื่องดื่ม ดังนั้นไม่มีปัญหาในเรื่องนี้”

ขณะที่สถานการณ์ผลผลิตมันสำปะหลังปี 2563/64 คาดว่ามีปริมาณ 28 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 11.84% จากผลผลิตปี 2562/63 ที่มี 25 ล้านตัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่ 34.67 ล้านตัน จึงมีการนำเข้าหัวมันจากกัมพูชาและ สปป.ลาวเพิ่มขึ้น 10 ล้านตัน เพื่อนำมาแปรรูป ทั้งนี้คาดว่าแนวโน้มความต้องการใช้มันสำปะหลังภายในประเทศ เฉลี่ย 11 ล้านตัน แบ่งเป็นอาหารสัตว์ 1 ล้านตัน การผลิตเอทานอลประมาณ 1.5 ล้านตัน แป้งมัน 1.5 แสนตัน

“การผลิต 2563/64 อยู่ที่ 28 ล้านตันเพิ่มขึ้น 11.84% เป็นผลมาจากพื้นที่การเพาะปลูกมันสำปะหลังโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 8.5 ล้านไร่ เป็น 8.9 ล้านไร่ขยายตัว 5.09% เป็นผลจากหลายพื้นที่แห้งแล้ง ไม่เหมาะที่จะปลูกอ้อยและข้าวโพด เกษตรกรหันมาปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น”

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าในส่วนการดูแลปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ล่าสุดนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

และเห็นชอบอนุมัติโครงการการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นจาก 22 จังหวัด เป็น 26 จังหวัด พื้นที่ความเสียหายประมาณ 3.2 แสนไร่ วงเงินช่วยเหลือ 1,400 ล้านบาท นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงเดือนกันยายน 2564 โดยหลังจากนี้จะนำมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในการช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อรับเงินชดเชยสำหรับการทำลายมันสำปะหลังที่ติดโรคใบด่าง โดยมอบให้คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลังระดับจังหวัดทำหน้าที่ดำเนินการตลอดอายุตามคณะกรรมการ นบมส.เพื่อให้การปฏิบัติเกิดความรวดเร็ว รวมทั้งดูแลราคาและการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ด้วย

พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด และให้กรมส่งเสริมการเกษตรประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรซื้อท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพที่ได้รับการรับรอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคนี้

ทั้งนี้ ราคาส่งออกมันเส้นปัจจุบัน ตันละ 260-265 เหรียญสหรัฐ ทรงตัวจากเดือนก่อน ส่วนราคาแป้งมัน ตันละ395-405 เหรียญสหรัฐ ทรงตัวจากราคาเดือนก่อน ส่วนราคาในประเทศ ล่าสุดมันเส้น กก.ละ 6.90-7.30 บาท แป้งมัน กก.ละ 13.10 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...