โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] กระสือสยาม: จับปลาหลายมือ จากกระสือกลายเป็นกระปลกกระเปลี้ย

BT Beartai

อัพเดต 04 เม.ย. 2562 เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2562 เวลา 12.01 น.
[รีวิว] กระสือสยาม: จับปลาหลายมือ จากกระสือกลายเป็นกระปลกกระเปลี้ย

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

เรื่องราวความรักความผูกพันของ  “โมรา” และ “วีณา” สองสาวพี่น้อง เมื่อคนหนึ่งกำลังรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามสายเลือดนักล่า และอีกคนต้องยอมพลีทั้งชีวิตฝึกฝนวิชาเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาตญาณนักฆ่า จากความแค้นที่ฝังลึกในอดีตกับกระสือคู่อาฆาต สู่การต่อสู้กับชะตากรรมที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง…ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดอย่างไร

กลับมาทีไรต้องมีของให้ว้าวทุกที สำหรับผู้กำกับรุ่นใหญ่ของค่ายสหมงคลฟิล์มอย่าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ยิ่งผลงานหลังสุดอย่าง ลูกทุ่งซิกเนเจอร์  เมื่อปี 2559 ก็เป็น 1 ใน 10 หนังที่ดีที่สุดของปีซึ่งมาจากการจัดอันดับของเว็บเราด้วย มารอบนี้ปรัชญานำเสนอผีกระสือในแง่มุมใหม่ หลังจากมีหนังผีกระสือออกมาก่อนหน้านี้มากมาย ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นในการนำเสนอต่างกันไป โดยเฉพาะที่เพิ่งฉายไปก่อนหน้าไม่กี่สัปดาห์อย่าง แสงกระสือ ของค่ายทรานสฟอร์เมชั่นที่สร้างปรากฏการณ์ปากต่อปากมากมายกับคอหนังบ้านเราด้วย ก็เป็นทั้งแรงขับและกำแพงสำหรับหนัง กระสือสยาม ไปพร้อมกัน แต่ดูจะหนักไปทางเป็นตัวเปรียบเทียบที่ทำให้หนังทำเงินลำบากกว่าปกติเสียมากกว่า

สำหรับ กระสือสยาม ดูจากรอยแผลของหนังเหมือนว่าจะตั้งต้นเริ่มโปรเจ็กต์ด้วยแนวคิดแบบหนึ่ง ก่อนหนังจะถูกปรับไปมาจนกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ไป หนังมีพลอตที่กระสือเป็นดั่งลัทธิแม่มดที่ส่งต่อกันทางเลือด โดยมีนางพญากระสือเป็นสองพี่น้อง ราตรี-ดวงดาว (แต่ตอนเปิดตัวดันมี 5 คน – คุโรมาตี้ไปอีก) ซึ่งแสดงโดย หญิง รฐา กับ แม็กกี้ อาภา (ภาคชราของดวงดาวก็ได้รุ่นเก๋า วาสนา ชลากร มารับบท) และอีกฝั่งก็เป็นตระกูลหมอผีของแม่วีณา ที่เกิดเรื่องเพราะ ลุงสิงห์ (ต๊อก ศุภกร) คนส่งยาสมุนไพรดันไปสมสู่กับกระสือทรยศจนมีทายาทคือโมรา (มิวนิค นันท์นภัส) การช่วยเหลือสิงห์กับลูกครั้งนั้นทำให้แม่ของวีณาตาย ส่วนดวงดาวก็สูญเสียพลังอมตะไป ด้านทารกโมรากับทารกวีณาก็โดนเลือดกระสือสาดใส่ หากแต่เป็นโมราที่โชคร้ายติดเชื้อกระสือในครั้งนั้น แล้ว วีณา (โจโจ้ พลอยยุคล) ก็มาอยู่ภายใต้การดูแลของสิงห์ที่รอดชีวิตมาและพยายามถ่ายทอดวิชาของแม่วีณาให้กับวีณาเพื่อเติบโตมาพิทักษ์โมรายามเมื่อพญากระสือราตรีกลับมาแก้แค้น

นี่คือพลอตทางแอคชันไสยศาสตร์ที่น่าจะถูกแนวส่งจริตแบบปรัชญาในสายบู๊ให้ได้ปล่อยของ ประหนึ่งหนัง Underworld หรือ Blade ภาคกระสือก็ไม่ปาน และความซับซ้อนที่กล่าวมาของพลอตนี้ก็ถูกเล่าด้วยเสียงของวีณาและฉากแฟลชแบ็กตอนเปิดเรื่องแบบรวบรัด ไร้ลีลาการปิดบังสร้างปริศนาใด ๆ ให้สงสัย มีเพียงตัวละครอย่างโมราที่ดูจะไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวว่าเธอจะกลายเป็นกระสือ ในขณะที่คนอื่นรวมถึงคนดูทั้งโรงก็เห็นชะตากรรมล่วงหน้าแบบหนังสูตรสำเร็จยันท้ายเรื่องไปแล้ว ขณะเดียวกันครึ่งแรกของหนัง ตัววีณาก็โตมาแบบพร่ำเอาแต่จะปกป้องน้องสาวอยู่เท่านั้นเหมือนเด็กโดนล้างสมอง คือแทบจะมีมิติเดียวจนน่าแปลกใจว่าหนังเรื่องนี้มีพัฒนาการตัวละครบ้างไหม? ช่วงเริ่มต้นคนดูอย่างเราก็จึงได้แต่นึกว่าแล้วพวกตูจะแทนตัวเองไปในหนังให้เอาใจช่วยใครหรืออะไรดี เพราะทุกตัวละครดูจดจ้องอยู่กับตนเองและถีบคนดูออกห่างเสียเหลือเกิน แม้แต่คนเล่าเรื่องที่น่าจะเป็นสายตาแทนคนดูแบบวีณาก็ดันเป็นตัวละครที่ผูกโยงด้วยยากจริง ๆ

นอกจากนั้นหนังสร้างพลอตแปลกใหม่ให้กระสือมีความเป็นองค์กร เบื้องหน้าเปิดสถาบันความงามกลางสยาม (ที่มาของชื่อหนังมีแค่นี้ล่ะ) แต่เบื้องหลังคือคลีนิกทำแท้งเถื่อนที่คอยสูบกินเลือดเนื้อของทารกที่ถูกฆ่า ดูมีความน่าสนใจ แต่หนังสร้างโลกใบใหม่โดยขาดรากฐานที่ชัดเจนพอให้คนเชื่อถือ เราไม่รู้ว่ากระสือทำไมมีพลังเวทย์ สร้างสาวกอย่างไร มีวงจรลำดับชั้นทางสังคมแบบไหน จุดอ่อนคืออะไร ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวที่ทำให้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ง่าย และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหนังหลักลอยขนาดว่ากระสือร่างคนยังดูทรงพลังกว่ากระสือร่างไม้ตายที่ถอดหัวเสียอีก ซึ่งจุดนี้สร้างหายนะให้ฉากไคลแมกซ์กระสือไล่ฟัดอย่างกับสุนัขกัดกันของหนังไปเต็ม ๆ

โดยสรุปคือพลอตฝั่งนี้ใหม่แต่กลวง ขาดการเล่าเรื่องที่สนุก ใส่ปริศนาอย่างเช่นผีตายท้องกลมมาแบบน่ารำคาญมากกว่าสมเหตุสมผล จักรวาลผีที่กว้างใหญ่มีแค่กระสือกับผีตายท้องกลมตัวเดียวดูเป็นอะไรที่ทำลายความเชื่อของคนดูต่อหนังอย่างสิ้นเชิง ยิ่งการพึ่งพาความวาบหวิวร่างผู้หญิงพริตตี้สาวกกระสือเปลือย และไฟฉาบหน้าผีสีเขียวแบบยุคโบร่ำโบราณ มันก็ชวนให้คิดว่ารสนิยมการทำหนังของทีมงานมันเก่าไป ไม่ทันยุคทันสมัยเสียแล้ว ทื่อและขาดศิลปะไปมาก ๆ เรื่องความบันเทิงอยากให้ทีมงานลองศึกษาแนวทางของหนังไทยอย่าง สยึมกึ๋ย ดูครับ ถ้าจะมาเล่นทางนี้

หาภาพตัวอย่างกระสือในหนังไม่ได้แต่ให้อารมณ์ที่ดูดีกว่านี้นิดหน่อยล่ะนะ

ส่วนอีกพลอตหนึ่งที่เห็นชัด คือเป็นเรื่องของสองสาวพี่น้องต่างสายเลือด วีณา เด็กวัยรุ่นที่มีความฝันอยากทำนู่นนี่ตามวัย แต่เธอเกิดมาด้วยการปลูกฝังว่าต้องปกป้องน้องสาวและทิ้งความฝันต่าง ๆ มาคร่ำเคร่งฝึกวิชาเอาเป็นเอาตายเพื่อช่วยน้องสาวที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน ด้านโมราคือเด็กสาวที่ก้ำกึ่งความเป็นเด็กและสาว เธอต้องอยู่แยกจากครอบครัวเพราะอาการป่วยที่ไม่มีใครยอมอธิบาย เธอโหยหาความรักจากพ่อและพี่สาวที่สนิทกัน จนเมื่อแตกเนื้อสาวเธอก็มีเสน่ห์ขึ้นจนมีรุ่นพี่คนดังของโรงเรียนมาตามจีบ แต่เผอิญรุ่นพี่คนนั้นคือคนที่วีณาแอบหลงรักอยู่ จึงเกิดความขัดแย้งในใจวีณาว่าเธอเสียสละตนเองอยู่แบบนี้เพื่ออะไร และนั่นทำให้โจโจ้ได้แสดงฉากระเบิดอารมณ์ที่น่าจดจำมากที่สุดของหนัง ในขณะตัวมิวนิคเองก็ถ่ายทอดความเป็นเด็กที่งงงวยต่อการเปลี่ยนแปลงของตนเองและสิ่งรอบตัวได้อย่างดี ทั้งยังทุ่มเทกับการแสดงมาก ๆ ด้วย

คือถ้าจะเล่นทางดราม่านี้หนังก็จะกลายเป็นแนวก้าวผ่านวัย ที่พูดถึงความรักระหว่างพี่สาว-น้องสาวได้น่าสนใจ โดยอาจมีคู่เทียบคือตัวราตรี-ดวงดาว ที่ทำให้เห็นว่าความรักของพี่สาวนั้นยิ่งใหญ่และยอมแลกได้ทุกอย่าง ซึ่งกลายเป็นข้อถกเถียงทางความถูกผิดในการกระทำของฝั่งกระสือด้วย แต่น่าเสียดายว่าหนังก็ไม่ได้เล่นทางนี้ชัดจนเรารู้สึกอะไร เพราะหนังจับปลาสองมือจนมั่วตั้วไปหมดว่าจะเอาล่าผี หรือจะเอาดราม่า กลายเป็นคนดูไม่รู้สึกอะไรสักอย่าง ไม่เอาใจช่วยสักทาง

ด้วยเช่นนี้หนังจึงลอยอยู่บนห้วงฟุ้งแฟนตาซีอยากทำอยากให้มีฉากนั้นฉากนี้ โดยลืมสร้างฐานความน่าเชื่อถือ และที่สำคัญความสนุกให้คนดู ทั้งยังซ้ำเติมความง่อยเปลี้ยนี้ด้วย ซีจีที่ชวนนึกถึงโลโก้ช่อง 7 ที่ปะหัวก่อนหนังฉาย ทั้งลอยจืดชืดเหมือนเอาภาพ 2 มิติมาแปะเคลื่อน ๆ เอา ยิ่งพอเทียบกับ แสงกระสือ คือเห็นความใส่ใจชัดเจนมากว่าน้อยเกินมาตรฐานหนังโรง คือถ้าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวยุคโบราณ ซีจีพวกนี้ยังคงดูจงใจคัลท์ได้บ้าง แต่นี่ผีโมเดิร์นแต่โปรดักชั่นดันง่อยกว่าผีวินเทจแบบ แสงกระสือ มันคืออะไร?

โดยสรุป นี่คือหนังที่เราไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากมายเลย แอบเชียร์ว่าขอแค่ดูสนุกก็เพียงพอให้คะแนนเกินครึ่งในใจแล้ว แต่กระนั้นผู้สร้างก็ยังเหยียบย่ำความรู้สึกเราแบบไม่มีชิ้นดี พูดตรง ๆ ว่าเสียดายครับกับความกล้าคิดพลอตใหม่ ๆ และยังเป็นโอกาสของนักแสดงรุ่นใหม่หลาย ๆ คนที่ยอมทุ่มเทตัวเองเพื่อหนังขนาดนี้ ก็ลึก ๆ เชื่อว่าหนังเรื่องนี้คงจะผ่านปัจจัยอะไรร้อยแปดมาเยอะมากที่ทีมงานเองก็คงไม่ได้พอใจ จนหนังผิดเพี้ยนมากขนาดนี้ (เพราะถ้าพวกพี่ดูหนังเรื่องนี้ของตัวเองแล้วพอใจ รสนิยมทำหนังพี่ไม่โอเคและพี่ควรหยุดได้แล้ว) ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานนักแสดงทุกคนในหนัง สู้และก้าวผ่านมันไปให้ได้ครับ ยังอยากเชียร์หนังไทยไปเรื่อย ๆ ครับ น้องมิวนิคและโจโจ้ยังมีอนาคตอีกมากจริง ๆ

ถึงเวลาพิสูจน์ใจมิวนิคเอฟซี หุ้นร่วงยิ่งต้องช้อนซื้อช่วย ซื้อตั๋วกันเลย

แชร์โพสนี้

[รีวิว] กระสือสยาม: จับปลาหลายมือ จากกระสือกลายเป็นกระปลกกระเปลี้ย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...