โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Plant-based Thai Diet : งานวิจัยเพื่อคนไทยแข็งแรงของ ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 21 ก.ค. 2563 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 08.57 น.

คุณนก-ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ ปรากฏตัวที่สตูดิโอของเราด้วยรอยยิ้มสวยสดชื่นและบุคลิกงดงามน่าชื่นชม อดีตนางสาวไทยประจำปี 2541 คนนี้ไม่ได้เป็นแค่ไอคอนด้านสุขภาพและความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นว่าที่ดอกเตอร์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ครั้งนี้คุณนกมาพร้อมกับเรื่องราวมีสาระผ่านงานวิจัยปริญญาเอกของเธอเกี่ยวกับอาหารไทยแพลนต์เบส ซึ่งหลายคนคิดไม่ถึงเลยว่าเป็นอาหารที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องชะลอวัยด้วยเช่นกัน  

Plant-based Thai Diet : งานวิจัยเพื่อคนไทยแข็งแรงของ ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ

  งานวิจัยของคุณนกเกิดจากการศึกษาเชิงลึกที่เธอมองเห็นถึงปัญหาเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ อันเป็นผลมาจากการกินที่เธอเรียกสั้นๆ ว่า “อ้วน-มัน-ดัน-ดื้อ” นั่นคือโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน มะเร็ง และอัลไซเมอร์   “ความอ้วนทำให้อักเสบและความอักเสบทำให้อ้วน” คุณนกเริ่มต้นได้อย่างน่าสนใจ ความอ้วนที่อันตรายที่สุดนั้นคือ “อ้วนลงพุง” (ซึ่งไทยเราติดอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!) เจ้าไขมันตัวร้ายที่เกาะอยู่ในช่องท้องนี่เองคือต้นเหตุที่ปล่อยสารอักเสบออกมารบกวนฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องทั้งอินซูลิน เกรลิน และเลปติน ทำให้ร่างกายเราเพี้ยน รวน จากที่ควรอิ่มก็ไม่อิ่ม อยากกินนั่นนี่ไม่หยุด ยิ่งกินก็ยิ่งอ้วน ยิ่งอ้วนก็ยิ่งอักเสบ วนเวียนไปอย่างนั้น   คุณนกอธิบายต่อว่าร่างกายของคนมีการอักเสบอยู่ 2 แบบคืออักเสบเฉียบพลัน เป็นการแสดงออกของร่างกายในการตอบสนองตามธรรมชาติเพื่อกำจัดเชื้อโรค เช่น เมื่อเราถูกมีดบาดแล้วรู้สึกถึงการปวด บวม แดง ร้อน มีไข้ นั่นหมายถึงร่างกายกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดในการกำจัดเชื้อโรคออกไป ขณะที่อักเสบเรื้อรังนั้นไม่มีอาการใดๆ แต่เหมือนเป็น “ระเบิดเวลา” ที่อยู่ในตัวเรา (พร้อมระเบิดเมื่อไรก็ได้) อีกทั้งเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ ทั้งโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และอาจไปไกลถึงมะเร็งและอัลไซเมอร์ ซึ่งการจะรู้ว่าเรามีค่าอักเสบเรื้อรังอยู่ในตัวหรือไม่ ต้องใช้วิธีตรวจค่า hs-CRP หรือค่า Homocysteine ด้วยการตรวจเลือด ซึ่งควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  

Plant-based Thai Diet : งานวิจัยเพื่อคนไทยแข็งแรงของ ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ

  “ค่าอักเสบซึ่งเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์จะอยู่ที่ไม่เกิน 5 สำหรับ hs-CRP แต่ทางศาสตร์ชะลอวัยเราต้องการให้ค่าใกล้ 0 มากที่สุดค่ะ ส่วนค่า Homocysteine จะไม่เกิน 15 แต่หากตรวจแล้วมีค่า 7-8 ก็ต้องเริ่มทำอะไรบางอย่างเพื่อลดค่าอักเสบ”   สาเหตุที่ก่อให้เกิดการอักเสบก็มีหลายปัจจัยทั้งเรื่องอากาศ (การสูดควันบุหรี่ หรือฝุ่น PM2.5) ความเครียด การอดนอน ทรานส์แฟต และพันธุกรรม (ซึ่งเธอบอกว่ามีผลแค่ 30 % เท่านั้น) และวิธีการลดการอักเสบได้ผลคือการกินอาหารต้านอักเสบ ซึ่งวิธีกินเพื่อสุขภาพดีที่ได้การยอมรับไปทั่วโลกนั้นมีทั้งการกินแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) ของผู้คนแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เน้นการกินผัก ผลไม้ และธัญพืชเป็นหลัก รวมทั้งอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวอย่างน้ำมันมะกอก อัลมอนด์ วอลนัต ไม่กินเนื้อแดง แต่นิยมกินไก่และอาหารทะเล   ขณะที่พื้นที่แห่งความสุขอย่างเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่นก็มีวิธีการกินเป็นของตัวเอง เรียกว่า “Okinawa Diet” อาหารหลักคือผัก ข้าว เส้นหมี่ ธัญพืช ชาเขียว อาหารทะเล มิโซะ พ่วงมาด้วยของดีประจำถิ่นอย่างมะระญี่ปุ่นและมันฝรั่งหวาน เป็นคำตอบที่ว่าเหตุใดผู้คนที่โอกินาวาจึงมีอายุยืนยาวและแข็งแรง รวมถึงการกินแบบแพลนต์เบส (Plant-based) หรือเน้นการกินพืชเป็นหลัก ซึ่งคุณนกนำมาปรับใช้ในงานวิจัยเรื่องอาหารไทยแพลนต์เบสต้านอักเสบ (Plant-based Thai Diet) ที่เธอทำวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างที่มีน้ำหนักเกิน  

Plant-based Thai Diet : งานวิจัยเพื่อคนไทยแข็งแรงของ ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ

  “ตอนที่นกทำงานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่มีใครที่ทำอาหารไทยแพลนต์เบสเพื่อลดอักเสบอย่างจริงจัง อาหารสูตรของนกมีมากกว่า 50 เมนู มีเครื่องเทศและสมุนไพรไทย 40 ชนิด มีพืช มีคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการขัดสี มีโปรตีนจากเต้าหู้ เทมเป้ มีบางเมนูที่กินไก่กินปลาได้บ้าง แต่ขอให้ไม่มีฮอร์โมนหรือยาปฏิชีวนะ รวมถึงใช้น้ำมันมะพร้าว ซึ่งใน 1 จานจะมีโปรตีน 1 ใน 4 ส่วน มีคาร์โบไฮเดรตไม่ผ่านการขัดสีอีก 1 ใน 4 ส่วน ที่เหลือต้องเป็นพืชที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง กินแบบนี้สัปดาห์ละ 4 ครั้ง นาน 3 เดือน ซึ่งจะทำให้ค่าอักเสบในเลือดลดลงได้ค่ะ”   วัตถุดิบแบบไทยๆ ที่ช่วยต้านอักเสบได้มีหลายชนิดด้วยกัน อาทิ หอมแดง กระเทียม พริก ผักชี มะกรูด คะน้า ข่า โหระพา มะนาว ยี่หร่า ขมิ้น ส้มโอ ปลาทู ปลาช่อน ฯลฯ นับเป็นของใกล้ตัวที่เราแทบไม่เคยนึกถึงมาก่อน ซึ่งคุณนกตั้งใจจะผลักดันอาหารไทยแพลนต์เบสที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ไปในระดับโลก ซึ่งเราจะได้เห็นงานวิจัยของเธอตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในเร็วๆ นี้  

Plant-based Thai Diet : งานวิจัยเพื่อคนไทยแข็งแรงของ ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ

  Plant-based Thai Diet  : 4 ไอเดียเมนูอาหารไทยต้านอักเสบจากคุณนก-ชลิดา

  • น้ำพริกลงเรือเทมเป้ กะปิในน้ำพริกลงเรือเป็นแหล่งแคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมไปสร้างกระดูกได้ดี ใช้ถั่วเหลืองหมัก (เทมเป้) เป็นโปรตีนแทนเนื้อสัตว์ กินกับข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รีและผักหลากสี 
  • ผัดเผ็ดไก่เน้นสมุนไพร จานนี้สามารถเปลี่ยนเนื้อไก่เป็นเทมเป้ เต้าหู้ หรือเห็ดแทนได้ กินกับข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี กะหล่ำปลีลวก บรอกโคลี หรือพืชตระกูลครูซิเฟอรัส (Cruciferous) อย่างคะน้า ผักแขนง
  • ห่อหมกปลาช่อนใบยอ พริกแกงแดงและเนื้อปลาช่อนมีฤทธิ์ต้านอักเสบได้ (อีกทั้งยังมีโอเมกา-3) เสิร์ฟคู่ข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี กะหล่ำปลีลวก บรอกโคลี หรือผักอื่นๆ ตามชอบ
  • แกงเหลืองสับปะรดปลาช่อน พริกแกงเหลืองแบบภาคใต้มีส่วนผสมของพริกแกงเหลือง ขมิ้นชัน ตะไคร้ หอมแดง ที่มีฤทธิ์ต้านอักเสบ  ต้มกับปลาช่อน กินพร้อมข้าวไรซ์เบอร์รีหรือข้าวกล้อง สับปะรด กะหล่ำปลีลวก หรือผักอื่นๆ ตามชอบ    เรียบเรียงจากบทความ Stay Young & Healthy! ถึงเวลากิน (เพื่อ) ชะลอวัย โดย พิจิกา ยะหัตตะ คอลัมน์ Cover Story นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับที่ 238 เดือน กรกฎาคม 2563
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...