โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Interview: น้องแมนต้า เด็กหญิงธรรมดาที่ไม่ธรรมดา แห่งมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์ซีซั่น 2

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 15 ก.พ. 2563 เวลา 12.50 น. • INTERVIEW

หลังจากที่รายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์ซีซั่นที่ 2 ได้ส่งให้ น้องแมนต้า—พริมา สิงหะผลิน เด็กหญิงวัย 12 ปี ที่ผลงานโดดเด่นจนได้รับเลือกเป็นจานที่ดีที่สุดหลายต่อหลายครั้ง

แต่กว่าจะมาถึงรอบชิงชนะเลิศ เด็กหญิงวัย 12 คนนี้ก็ต้องเสียน้ำตาให้กับความผิดหวังและผิดพลาดของตัวเองไม่น้อย

เรามีโอกาสได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียน มานั่งคุยกับน้องแมนต้าและคุณแม่ ดนยา สิงหะผลิน เพื่อถามถึงเรื่องราวการเติบโตที่เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่เดือนระหว่างการแข่งขัน

“มันทำให้หนูมีความพยายามมากขึ้น

เพราะปกติเวลาหนูเจออะไรยากๆ ก็จะเบื่อ ก็จะไม่ทำแล้ว”

แนวทางการเลี้ยงน้องแมนต้าเป็นอย่างไรบ้าง

คุณแม่: จริงๆ ไม่ได้กำหนดเป็นแนวทาง เพราะเรามีกันแค่สองคน ส่วนใหญ่ไปไหนก็ไปด้วยกัน ทำทุกอย่างด้วยกันมากกว่า

แล้วน้องแมนต้าได้ความชอบทำอาหารมาได้อย่างไร 

คุณแม่: จริงๆ เขาก็ทำอาหารมานานแล้ว แต่ทำเมนูง่ายๆ  เช่น scrambled eggs หลังจากนั้นเขาก็เริ่มอยากทำอะไรที่มันจริงจังมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะว่า ส่วนตัวแม่ชอบดูพวกรายการมาสเตอร์เชฟ ดูของแทบทุกประเทศเลย พอเขาอายุประมาณ 8-9 ขวบ เราก็ดูด้วยกัน เขาก็บอกว่าชอบ อยากลองทำ เขาอาจจะทำได้ไม่เหมือน แต่ก็มาดัดแปลงเป็นเมนูในแบบของเขาเอง

แล้วก่อนหน้านั้น น้องแมนต้ามีแววว่าจะชอบทำอะไร

คุณแม่: ไม่มีเลยค่ะ เขาเป็นคนจับจด เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ก็เลยไม่คิดว่าเขาจะมาถึงจุดนี้ได้ (หัวเราะ) อาจเป็นเพราะเราไปเที่ยวกันบ่อยมาก ปีนึงเราไปเทียวกันประมาณสามทริป ตอนไปเที่ยว พอมีเวลาว่าง ก็จะไปเข้าคอร์สสั้นๆ พวก Kitchen experience ตามประเทศที่เราไป แต่ก็ไม่ได้เรียนจริงจัง เหมือนเป็นเวิร์กช็อปหรือหากิจกรรมทำมากกว่า เพราะถ้าไปเที่ยวดูเมืองเยอะๆ เขาก็จะเบื่อ เลยต้องหาอะไรให้เขาทำระหว่างเที่ยวบ้าง

ตอนที่ดูรายการแข่งทำอาหาร อะไรทำให้แมนต้ารู้สึกอยากลุกขึ้นมาทำอาหารเองบ้าง

น้องแมนต้า: หนูเห็นเมนูที่เขาทำมันดูน่ากินค่ะ อยากลองกินดู เพราะหนูไม่เคยเห็นเมนูแบบนี้ในร้านอาหาร ก็เลยลองๆ เดาสูตรเขา แล้วลองทำเอง แล้วก็ทำอย่างนั้นมาเรื่อยๆ ค่ะ

คุณแม่: แล้วเขาก็ชอบอยากลองคิดสูตรใหม่ พอเขาลองสูตรใหม่คุณแม่ก็จะชวนเพื่อนมาช่วยชิม เขาก็จะเป็นคนทำอาหารเลี้ยงเพื่อนคุณแม่ เพราะไลฟ์สไตล์คุณแม่จริงๆ ไม่ได้ชอบทำอาหารเขาก็บอกว่าคุณแม่ทำอาหารไม่อร่อย (หัวเราะ)

พอลูกอยากลองคุณแม่ก็เริ่มส่งเสริมเต็มที่

คุณแม่: คือเหมือนเรารู้ว่าเขาชอบทำกิจกรรม เราก็สอดแทรกกิจกรรมที่เขาชอบเวลาไปเที่ยว เราไม่เคยผลักดันให้เขาไปเรียน บางทีเขาก็หาข้อมูลมาเอง เช่น เขาเห็นว่าที่ไหนมีคอร์สสั้นๆ ครึ่งวัน สอนแต่งหน้าเค้ก สอนทำคุกกี้ เขาก็จะมาขอไปเรียนเอง คุณแม่ไม่เคยบอกให้เขาไปเรียนจริงจัง อย่างไปแข่งรายการมาสเตอร์เชฟฯ เขาก็เป็นคนอยากไปแข่งเอง

“จริงๆ เราแค่ชอบเที่ยว จนบางทีเขาก็บ่นว่าคุณแม่พาไปเที่ยวบ่อย อยู่นิ่งๆ บ้างก็ได้ แต่เวลาไปเที่ยวเราก็พยายามมีกิจกรรมอะไรแปลกๆ ให้เขาลองทำ”* *

จากการเป็นครอบครัวที่เดินทางบ่อย น้องแมนต้าน่าจะมีกิจกรรมที่ชอบนอกเหนือจากการทำอาหาร

น้องแมนต้า: หนูชอบดำน้ำค่ะ หนูเริ่มดำน้ำตั้งแต่ประมาณ 9 ขวบ เพราะหนูชอบทะเล ชอบสัตว์ทะเล ชอบเวลาลงไปใต้น้ำลึกๆ อีกกิจกรรมที่ชอบก็คือยิงธนู ก็จะไปเล่นทุกสัปดาห์ที่ว่างเลยค่ะ

คุณแม่: จริงๆ การยิงธนูเริ่มจากตอนที่พาเขาไปเชียงใหม่ แล้วไม่มีอะไรทำ เลยลองไปยิงธนู พอเขายิงแล้วเกิดชอบ ก็เลยเริ่มไปเรียนยิงธนู

เหมือนคุณแม่ก็สนับสนุนให้น้องทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง

คุณแม่: ก็ไม่ขนาดนั้นค่ะ จริงๆ เราแค่ชอบเที่ยว จนบางทีเขาก็บ่นว่าคุณแม่พาไปเที่ยวบ่อย อยู่นิ่งๆ บ้างก็ได้ (หัวเราะ) แต่เวลาไปเที่ยวเราก็พยายามมีกิจกรรมอะไรแปลกๆ ให้เขาลองทำอย่างไปค่ายดำน้ำ เราก็ให้เขาไปเป็นอาทิตย์ คุณแม่ไม่ได้ไปด้วย หรือบางทีเขาก็มาขอไปค่ายที่เอ็กซ์ตรีมหน่อย คือไปภาคใต้แล้วก็ขึ้นภาคเหนือเป็นอาทิตย์เหมือนกัน กลับมาบ้านทีเหาขึ้นหัวเลย (หัวเราะ)

กลับมาที่การทำอาหาร ทำไมถึงอยากลองแข่งขันรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์

น้องแมนต้า: เพราะว่าหนูดูมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ของออสเตรเลีย แล้วหนูก็เลยอยากลองทำดู จริงๆ หนูสมัครตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ว่าหนูต้องสละสิทธิ์ เพราะหนูไม่คิดว่าตัวเองจะเข้าถึงรอบแจกผ้ากันเปื้อน หนูก็เลยจองทริปไปเที่ยว แล้วมันแพงมาก หนูเลยต้องยอมสละสิทธิ์ แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าจะมาสมัครใหม่ปีนี้

คิดไว้ไหมว่าจะได้เข้ามาถึงรอบชิง

น้องแมนต้า: หนูไม่คิดว่าหนูจะชนะ แต่หนูอยากเข้าถึงรอบ 5 คน พอเข้ามาได้แล้ว ก็อยากเข้าถึงรอบ 3 คน

ช่วงแรกๆ ของการแข่งขัน น้องแมนต้าได้รับเลือกเป็นจานที่ดีที่สุดหลายครั้ง แล้วก็มาเริ่มพลาดในช่วงหลัง คิดว่าเป็นเพราะอะไร 

น้องแมนต้า: หนูซ้อมน้อยไปหน่อยค่ะ เหมือนหนูซ้อมที่บ้านสิบชิ้นก็คิดว่ามันได้แล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าคนอื่นๆ เขาซ้อมกันเป็นร้อยชิ้น

ช่วงที่โดนกรรมการตำหนิบ่อยๆ รู้สึกเบื่อไหม

น้องแมนต้า: ไม่เบื่อ แต่รู้สึกเสียใจที่ตัวเองทำได้ไม่ดีพอ

คิดว่ารอบไหนยากที่สุด

น้องแมนต้า: หนูว่าน่าจะเป็นรอบปิดตาแล้วชิมอาหาร เพราะปกติหนูไม่กินอาหารหลายอย่าง เช่น พวกเครื่องใน หรือเนื้อแปลกๆ แกงหนูก็ไม่ค่อยกิน ยอดมะพร้าวหนูยังไม่รู้จักเลยค่ะ ปลาหมึกหนูก็ไม่กิน เพราะคุณแม่ไม่กินค่ะ แต่หนูก็ต้องเอาสิ่งที่หนูไม่กินมาซ้อมทำอาหารบ่อยๆ

มีอาหารอะไรที่ปกติแมนต้าไม่กินและไม่เคยทำ แต่ต้องมาทำในรายการ

น้องแมนต้า: มีค่ะ อย่างกระทงทอง หนูก็ต้องลองกินก่อน จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง ปลาหมึกหนูก็ไม่กิน แต่ก็ยังพอกินได้ ไม่เหมือนเครื่องใน ถ้าเป็นเครื่องในหนูไม่กินเลย แต่หนูก็เตรียมตัวไว้ เช่น กึ๋นไก่ หรือไส้วัว ก็เคยเอามาลองฝึกทำอาหารค่ะ

พอเข้าถึงรอบ 3 คนสุดท้าย น้องแมนต้าและคุณแม่ต้องเตรียมตัวกันอย่างไร

คุณแม่: ทุกจานที่เขาทำจะเป็นจานที่ปกติชอบกินหรือชอบทำอยู่แล้ว เราจะเลือกเริ่มต้นจากสิ่งที่เขาชอบ แล้วก็มาช่วยกันคิดว่าเอา element นั้นมาเพิ่มดีไหม

น้องแมนต้า: มีรอบนึงหนูทำถั่วผัด เพราะว่าหนูเคยไปไอซ์แลนด์แล้วอยากกินซูชิ แต่หนูไปวันแรกไม่ทัน ก็เลยกลับมาใหม่วันที่สอง แล้วหนูคิดว่าหนูอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้มาร้านนี้แล้ว หนูก็เลยอยากลองชิม หลายๆ เมนูในร้าน หนูเลยลองกินถั่วเพราะปกติหนูไม่กิน พอลองชิมแล้วมันอร่อยดี เลยกลับมาลองทำแล้วเดาสูตรเอา

คุณแม่: เพื่อนๆ คุณแม่มาชิมแล้วก็ชอบกัน

น้องแมนต้า: หนูบอกสูตรไม่ได้นะคะ มันเป็นความลับ ต้องเอาไปเดาเอง (หัวเราะ)

แมนต้าคิดว่าการแข่งขันรายการนี้ให้อะไรกับเราบ้าง

น้องแมนต้า: หนูคิดว่ามันทำให้หนูมีความพยายามมากขึ้น เพราะปกติเวลาหนูเจออะไรยากๆ ก็จะเบื่อ ก็จะไม่ทำแล้ว

ปกติ ถ้าแมนต้าอยากทำอะไรแล้วทำไม่สำเร็จ จะลองทำซ้ำไหม

น้องแมนต้า: ถ้าเป็นอะไรที่หนูชอบ หนูก็จะทำ แต่ถ้าอะไรที่หนูไม่ชอบกิน หรือมีใครบอกให้หนูลองทำแล้วมันไม่เวิร์ก หนูก็อาจจะไม่ทำอีก แต่ถ้าเป็นอะไรที่หนูอยากทำเองแล้วครั้งแรกมันไม่เวิร์ก หนูก็อยากจะทำอีกรอบ เพราะว่าหนูอยากกิน และจะทำจนกว่าจะได้กิน (หัวเราะ)

“ส่วนการแข่งขัน เขาเข้าไปแล้วชอบ เขาเลยมีแพสชั่นอย่างมากที่จะ พยายามไม่ให้ตัวเองตกรอบ เพราะเขาอยากแข่งรอบถัดไป เป็นส่วนที่เราได้เห็นว่าน้องมีความพยายาม และก็ทุ่มเทอย่างมาก แล้วเขาก็อยากที่จะตื่นเช้าและก็ไปแข่ง”* *

ตอนนี้ไม่ต้องไปแข่งขันแล้วสิ่งที่อยากทำต่อไปคืออะไร

น้องแมนต้า: หนูอยากขายขนมต่อค่ะ แล้วก็อยากทำเชฟเทเบิ้ลค่ะ

แล้วกิจกรรมอื่นๆ ที่ชอบ เช่น ยิงธนู หรือดำน้ำ มีความคิดอยากไปลงแข่งขันไหม

คุณแม่: คือจริงๆ เขาก็บอกว่าอยากไปแข่งนานแล้ว เพียงแต่ว่าแรงเขายังไม่มี คือถือว่ายิงได้ดี แต่ก็ยิงได้ไม่ไกลมาก คุณครูก็พยายามบอกให้ไปยกน้ำหนักอะไรแบบนี้บ้าง ส่วนดำน้ำก็ไม่เป็นไรค่ะ เขาพอดำน้ำได้

น้องแมนต้า: แม่บอกว่าหนูเตะขาไม่สวยค่ะ แต่หนูว่าเตะสวยมาก (หัวเราะ)

คุณแม่: เขาเตะขาไม่สวย อยู่ใต้น้ำเหมือนถีบจักรเย็บผ้า (หัวเราะ)

คุณแม่เห็นพัฒนาการหรือศักยภาพอะไรที่น้องแสดงออกมาระหว่างการแข่งขันบ้าง

คุณแม่: ปกติเขาเป็นคนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เล่นอันนี้ไปสักพักเขาก็เบื่อ เดี๋ยวอันนี้ก็ไม่ทำแล้ว ก็มีแค่ขนมที่ยังเขาทำขายอยู่ เพราะคุณแม่ขู่ไว้ว่า ถ้าจะทำอะไรก็ต้องทำให้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ใช่ทำแค่สองเดือนแล้วเลิก แบบนี้ไม่ได้

ส่วนการแข่งขัน เขาเข้าไปแล้วชอบ เขาเลยมีแพสชั่นอย่างมากที่จะพยายามไม่ให้ตัวเองตกรอบ เพราะเขาอยากแข่งรอบถัดไป เป็นส่วนที่เราได้เห็นว่าน้องมีความพยายาม และก็ทุ่มเทอย่างมาก แล้วเขาก็อยากที่จะตื่นเช้าและก็ไปแข่ง

คุณแม่คิดไว้ไหมว่าจะน้องมาได้ถึงจุดนี้

คุณแม่: ตอนแรกไม่คิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ จนถึงวันที่แข่งรอบ 3 คนสุดท้าย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจริงๆ เขาก็น่าจะทำได้นะคะ

น้องแมนต้า: วันนั้นเป็นที่สนุกที่สุดเลยค่ะตั้งแต่ที่แข่งมา เพราะว่าหนูชอบกินแกงส้ม แต่ไม่ค่อยได้กิน ส่วนปลาหมึกหนูก็ไม่เคยกิน แต่จานปลาหมึกหนูซ้อมมาเยอะ และหนูตั้งใจในการทำจานนั้นมาก เพราะหนูสนุกในการทำทั้งสองเมนู แต่ตอนทำหนูสับสนมาก เพราะว่าหนูต้องจำสูตรไปให้ครบทุกเมนู

“หนูอยากเป็นเชฟ แล้วก็อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะคิดว่าอาหารมันก็คล้ายๆ วิทยาศาสตร์ค่ะ อย่างอาหารก็ต้องใส่วัตถุดิบลงไปผสม ก็จะเกิดเป็นอะไรใหม่ๆ วิทยาศาสตร์ก็เช่นกัน ต้องเอาอะไรไปผสมจึงจะเกิดสิ่งใหม่”* *

แล้วถ้าพูดถึงอาชีพในอนาคต แมนต้าอยากทำอะไร

น้องแมนต้า: ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะว่าหนูอยากเป็นเชฟ แล้วก็อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะคิดว่าอาหารมันก็คล้ายๆ วิทยาศาสตร์ค่ะ อย่างอาหารก็ต้องใส่วัตถุดิบลงไปผสม ก็จะเกิดเป็นอะไรใหม่ๆ วิทยาศาสตร์ก็เช่นกัน ต้องเอาอะไรไปผสมจึงจะเกิดสิ่งใหม่

แต่ถ้าต้องเลือกเรียน ทั้งสองอย่างมันเหมือนเป็นคนละทาง ตอนนี้เริ่มคิดหรือยังว่าจะเลือกไปทางไหน

น้องแมนต้า: ยังค่ะ อีกสี่ปี แล้วหนูยังต้องเรียนวิชาบังคับที่โรงเรียนก่อน ที่โรงเรียนหนูไม่ได้สอนเกี่ยวกับการทำอาหาร ตอนนี้ก็เรียนพวกวิทยาศาสตร์ทั่วไปอยู่ ก็เลยยังไม่รู้ หรือบางทีหนูก็อาจจะไม่เป็นทั้งสองอย่างก็ได้ค่ะ อาจจะไปเป็นอย่างอื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...