โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โค้ดดิ้ง’ ภาษาที่ 3 ปั้นเด็กไทย สู่ยุคดิจิทัล

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ก.ค. 2562 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2562 เวลา 03.52 น.

ควันหลงการอภิปรายแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วงวันที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีประเด็น น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมการเรียน โค้ดดิ้ง (Coding)

ก่อนที่ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.จะลุกขึ้นชี้แจงว่า ตั้งใจว่าในฐานะที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ ได้ขอให้เพิ่มการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ coding เป็นภาษาที่ 3 ในอนาคต

เพื่อเตรียมเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

หลายคนที่ฟังการอภิรายในวันนั้นอาจยังสงสัยว่า โค้ดดิ้ง คืออะไร

โค้ดดิ้ง คือการเขียนชุดคำสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย “โค้ด (Code)” เพื่อให้โปรแกรมทำตามคำสั่ง อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการสั่งงานคอมพิวเตอร์ให้ทำตามที่เราต้องการ โดยการใช้ภาษาของคอมพิวเตอร์ เช่น C++, PHP, Java หรือ Python

ฟังแล้วดูเหมือนจะยากมากสำหรับคนรุ่นเก่าๆ และพ่อแม่บางราย ว่าภาษาที่ 3 ดังกล่าวนี้จะยากเกินไปหรือเปล่า ลูกๆ จะเรียนได้ไหม หรือว่ามีความจำเป็นมากแค่ไหนที่จะต้องเรียน

โค้ดดิ้งเป็นทักษะที่ช่วยให้เด็กคิดทุกเรื่องอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งจะส่งผลให้เกิดทักษะการแก้ปัญหา คือสามารถแตกปัญหาออกเป็นส่วนๆ เพื่อหาสาเหตุและวิธีแก้ไขในแต่ละส่วนไปทีละเปลาะ อีกทั้งในแต่ละขั้นตอนการเขียนโค้ดจะได้เรียนรู้ระบบการวางแผน เมื่อฝึกฝนไปสักพักก็จะทำให้เข้าใจหลักการและจับประเด็นได้ดีขึ้น โดยวิชาโค้ดดิ้งที่เด็กไทยได้เรียนอยู่ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาบังคับในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) จากเดิมที่เด็กไทยได้เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ในฐานะผู้ใช้ ในหลักสูตรนี้จะสอนให้เป็นผู้เขียน ผู้พัฒนา และได้ฝึกหัดคิดอย่างเป็นระบบคอมพิวเตอร์มากขึ้น

โครงสร้างหลักสูตรแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักคือ 1.วิทยาการคอมพิวเตอร์ หัวใจหลักของวิชานี้ทำให้คิดได้เป็นขั้นตอน โดยใช้การเขียนโปรแกรมมาเป็นเครื่องมือ 2.เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูล จัดการข้อมูล นำข้อมูลมาประมวลผล และทำการตัดสินใจจากพื้นฐานของข้อมูลได้

3.รู้เท่าทันดิจิทัล ซึ่งการรู้ทันเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งสามารถสร้างสรรค์ผลงานบนเทคโนโลยีเริ่มต้นการ Coding ด้วยตัวเอง

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้สร้างโปรแกรมโค้ดดิ้งแบบง่ายเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับเด็กบางกลุ่มที่ยังไม่คุ้นเคยกับการเขียนโค้ดดิ้ง

ชื่อว่าโปรแกรม คิดไบรท์ (Kidbright) หรือบอร์ดสมองกล

เป็นผลงานวิจัยและพัฒนาโดยเนคเทค

มีเป้าหมายในการเป็นเครื่องมือเพื่อเสริมการเรียนรู้เยาวชนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ “วิทย์สร้างคน” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของทุกประเทศทั่วโลก ทำให้หลายประเทศเริ่มมุ่งเป้าส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีในเยาวชนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะความสามารถในการเขียนโปรแกรมซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนากระบวนความคิดเชิงตรรกะร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นและเทคโนโลยีด้วยตนเองในอนาคต ทำให้เด็กเกิด technology & digital confidence ว่า ฉันก็ทำได้”

ทั้งนี้ ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมไม่เพียงเป็นความรู้พื้นฐานของนักเรียนสายวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของสังคมวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมการสร้างนวัตกรรมที่จะนำประเทศก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้สำเร็จและยั่งยืน ที่ผ่านมา มีหลายประเทศได้ขับเคลื่อนการยกระดับความสามารถด้านการเขียนโปรแกรมของเยาวชนอย่างจริงจัง

ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอังกฤษได้ส่งเสริมเยาวชนโดยการออกแบบและมอบบอร์ด Micro:bit ให้เด็กนักเรียนอายุ 11-12 ปีฟรี เพื่อให้ได้เรียนรู้ฝึกฝนการเขียนโปรแกรมโดยความร่วมมือกับ BBC ในประเทศไทยนั้น แม้เริ่มมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการสอนเขียนโปรแกรมมากขึ้น แต่ยังมีเฉพาะในโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนขนาดใหญ่เท่านั้น ขณะที่โรงเรียนในชนบทนั้นแทบไม่มีโอกาส เนื่องจากขาดทั้งเครื่องมือการสอนและบุคลากรที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี ยังมีโอกาสมีมากมายในการสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสมผ่านการรณรงค์และสนับสนุนโดยเครือข่ายชมรมวิทยาศาสตร์” รัฐมนตรี อว.กล่าว

นายชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า เพื่อลดการเหลื่อมล้ำทางการเรียนรู้ดังกล่าว เนคเทคจึงพัฒนา บอร์ดส่งเสริมการเรียนการเขียนโปรแกรม KidBright ขึ้น เพื่อเป็นสื่อการเรียนการเขียนโปรแกรมที่มีคุณภาพในโรงเรียน พร้อมทั้งจัดทำโครงการ Coding at School ด้วยการพัฒนาและผลิตบอร์ด KidBright จำนวน 200,000 ชุด มอบให้กับโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-3 นำร่องจำนวน 1,000 โรงเรียนทั่วประเทศ และอบรมการสอนการเขียนโปรแกรมให้กับบุคลากรผู้ฝึกสอนตามภูมิภาค จำนวน 500 คน ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสื่อการสอนได้อย่างเท่าเทียม

ผู้อำนวยการเนคเทคกล่าวว่า คิดไบรท์เป็นบอร์ดสมองกลฝังตัวที่ทำงานตามชุดคำสั่ง ที่มาพร้อมกับชุดเซ็นเซอร์แสงและอุณหภูมิ สามารถเรียนรู้การใช้งานง่าย ผู้เรียนสามารถสร้างชุดคำสั่งโดยการลากบล็อกคำสั่งมาวางต่อกันในโปรแกรมคล้ายการต่อชิ้นเลโก้ โดยใช้งานผ่านเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนภายใต้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ IOS และเว็บเบราเซอร์ โดยเมื่อสร้างชุดคำสั่งบนสมาร์ทโฟนแล้ว ชุดคำสั่งดังกล่าวจะถูกส่งไปที่บอร์ด KidBright และระบบเฉพาะที่เชื่อมต่ออยู่ให้ทำงานตามที่ต้องการ เช่น รดน้ำต้นไม้ตามระดับความชื้นที่กำหนด หรือเปิดปิดไฟตามเวลาที่กำหนด ซึ่ง KidBright มีราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในท้องตลาด

“บอร์ดสมองกลฝังตัวคิดไบรท์ ถือเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยให้เยาวชนไทยมีองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม ที่สามารถต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ด้าน STEM อย่างมุ่งมั่น มีความคิดเชิงตรรกะที่เป็นระบบ และสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันได้ด้วยตัวเอง เช่น ระบบควบคุมการเพาะเห็ดในโรงเรือน ระบบเปิดปิดถังขยะอัตโนมัติ ระบบเปิดปิดไฟในโรงเรียน

“นอกจากนี้คิดไบรท์ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสสร้างความเท่าเทียมทางด้านการศึกษา และช่วยยกระดับความสามารถของเด็กไทยสู่ Education4.0 เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อน Thailand 4.0 ได้อย่างแท้จริง” ผู้อำนวยการเนคเทคกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...