โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอ ‘วชิระภูเก็ต’ สุดทน โพสต์ขอรับบริจาค ‘ไมโครสโคป’

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 ส.ค. 2562 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2562 เวลา 06.41 น. • The Bangkok Insight

เสียงร้องดัง “ปี๊ดๆ” สนั่นแบบรวนๆ จากเจ้า “กล้องจุลศัลยกรรม หรือ กล้องไมโครสโคป” เก่าแก่อายุ 17 ปี อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการผ่าตัดสมอง กระดูกสันหลัง และงานต่อหลอดเลือด  เสียงนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้องผ่าตัดของรพ.วชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

ทำให้นพ.บุญเลิศ ศรีไพโรจน์กุล นายแพทย์เชี่ยวชาญ ศัลยกรรมประสาท ประจำรพ.แห่งนี้ ตัดสินใจโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อหลายวันก่อน เพื่อขอรับเงินบริจาคจากประชาชน จัดซื้อเครื่องใหม่ แทนเครื่องเก่าที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2545

ทีมงาน TheBangkokInsight สอบถามไปยังนพ.บุญเลิศ เพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมด และพบว่าไม่ใช่เรื่องดราม่าเสียแล้ว แต่เป็นความจริงที่ไม่น่าเกิดขึ้นในระบบการรักษาพยาบาลของประเทศไทย

นพ.บุญเลิศ เล่าให้เราฟังอย่างหมดเปลือกว่า แต่ละปีโรงพยาบาลทั้งหมดของเขตจะได้รับงบมาก้อนหนึ่งประมาณ 50 ล้านบาท แต่จะต้องแข่งกันนำเสนอความจำเป็น เพื่อดึงงบก้อนนั้นมาลงที่โรงพยาบาล

“โรงพยาบาล และผมก็ทำอย่างนั้น เพื่อของบมาซื้อเครื่องไมโครสโคป แต่ก็ทำได้ระดับหนึ่ง เพราะแต่ละโรงพยาบาล และแต่ละแผนก รวมถึงในรพ.วชิระภูเก็ตเอง ต่างมีความจำเป็นต้องจัดซื้ออุปกรณ์มาช่วยชีวิตคนทั้งสิ้น”

กอปรกับราคาเครื่องไม่ถูกเลย รุ่นเล็ก 18 ล้านบาท รุ่นใหญ่ 23 ล้านบาท การซื้อเครื่องใหม่จึงต้องรอไปก่อน

วันเวลาผ่านไป นพ.บุญเลิศ บอกว่า ใช้วิธีซ่อมบำรุง ล่าสุดเมื่อปี 2555 และก็พบว่าเครื่องตกรุ่นไปแล้ว การหาอะไหล่ทำได้ยาก ค่าซ่อมบำรุงก็แพงขึ้นทุกครั้งไป อีกทางที่เราแก้ปัญหา คือ ยืมจากรพ.ป่าตอง เพราะเขาไม่มีหมอผ่าตัดด้านนี้ มาใช้งานชั่วคราวก่อน ดังนั้นคนไข้ของป่าตองก็มาที่เราด้วย แต่จะต้องใช้เครื่องร่วมกับแผนกออร์โธปิดิคส์หรือโรคกระดูกและข้อ

“ผมและคุณหมออีกหลายคน อยู่กับสถานการณ์เครื่องรวนมาตลอด บางที่ก็มีเสียงดัง แน่ๆคือ การโฟกัสทำไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ปล่อยไป ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการผ่าตัดคนไข้ เพราะงานที่ต้องผ่าตัดลึก และละเอียด เช่น ในสมอง การโฟกัสจึงสำคัญมาก “

เป็นคำตอบให้นพ.บุญเลิศ ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ รอไม่ได้แล้ว เพราะวชิระภูเก็ตเป็นโรงพยาบาลศูนย์ฝั่งอันดามัน งานผ่าตัดสมอง เช่น เส้นเลือดโป่งพองในสมอง เนื้องอก และกระดูกสันหลัง งานต่อเส้นเลือดอวัยวะต่างๆ ต้องใช้กล้องไมโครสโคปตัวนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องรับคนไข้จาก รพ.กระบี่ ระนอง และพังงา รวมถึงรพ.ป่าตองที่เรายืมเครื่องมา รวมแล้วมีคนไข้ต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่ประมาณ 150 รายต่อปี

ส่วนเงินงบประมาณไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่เพียงพอ รพ.เราต้องดูคนไข้มากขึ้น และสวัสดิการรักษาพยาบาลก็ขยายมากขึ้นครอบคลุมหลายๆกรณี ที่รพ.วชิระภูเก็ตยังต้องรับรักษานักท่องเที่ยว และแรงงานต่างด้าว บ่อยครั้งรักษาฟรี “เพราะเขาบอกไม่มีเงิน” เมื่อแจ้งไปสถานทูตประจำประเทศต้นสังกัด เขาก็ทำเพียงหนังสือขอบคุณเท่านั้น

ทุกวันนี้รพ.รับคนไข้นอกทั้งหมดอยู่ราว 2,500-3,000 คนต่อวัน จากเมื่อปีก่อนๆยังรับอยู่ประมาณ 1,000 คนเศษๆเท่านั้น และจะมากขึ้นๆ วันนี้ขาดทุนสะสมอยู่ 200-300 ล้านบาท และคงไม่ได้เป็นเฉพาะรพ.เรา รพ.รัฐหลายต่อหลายแห่ง ต่างขาดทุนด้วยกันทั้งสิ้นสะสมจนสุกงอม  รอวันสถานการณ์ถึงจุดแตกเท่านั้น 

เรื่องนี้นพ.บุญเลิศ ติ่งไว้ว่า ระบบการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นวิธีแก้ปัญหาระยะยาวที่ดีที่สุด แต่จะทำอย่างไรให้สามารถแยกแยะ ได้ว่าคนป่วยคนไหนยากจน ที่ต้องช่วยเหลือ และคนไหนพอที่จะร่วมจ่ายได้ หลายคนบอกว่าเขาจ่ายภาษีไปแล้ว จะมาเก็บอีกได้อย่างไร ? แต่งบประมาณจำนวนจำกัดจากภาษี ก็นำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่เช่นนั้นโรงพยาบาลจำนวนมากคงไม่ขาดทุนสะสมหลายร้อยล้านบาทอย่างนี้

ดังนั้นการรองบประมาณอย่างเดียวคงไม่ได้ นพ.บุญเลิศ บอกว่า ล่าสุดคุณตูน บอดีสแลม มีโปรแกรมจะมาวิ่งช่วยโรงพยาบาลฝั่งอันดามันในเดือนตุลาคมนี้ ทางผู้อำนวยก็มาปรึกษาว่าจะพ่วงงบซื้ออุปกรณ์ไมโครสโคปไปด้วยหรือไม่ ผมยินดีมาก แต่จะได้เท่าไหร่ไม่รู้ เพราะเราต้องแบ่งๆกันกับโรงพยาบาลอื่นๆในย่านนี้ด้วย เพราะขาดงบด้วยกันทั้งนั้น

ส่วนจะขอจากภาคเอกชนโดยตรงในหรือนอกพื้นที่ เขา บอกว่าเคยมาแล้ว เมื่อครั้งลิฟท์โรงพยาบาลเสียพร้อมกัน 4 ตัว วิธีการนี้ได้เงินบริจาคมาเร็ว แต่สุดท้ายมักจะพ่วงมาด้วยข้อเสนอเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล ประกอบกับเครื่องราคาแพง การขอบริจาคเป็นการทั่วไป แบบไม่เฉพาะเจาะจงจะดีกว่า

สิ่งที่นพ.บุญเลิศ ฝากทิ้งท้ายถึงความจำเป็นครั้งนี้ก็คือ “ผมโพสต์เรื่องราวนี้ เพราะตอนนี้อายุ 51 ปี อายุ 55 ปีต้องเกษียณจากห้องผ่าตัดตามกฎ จากความเสื่อมของสายตาและสุขภาพ จะมีหมอรุ่นใหม่มาแทน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ 2 คน จะจบในอีก 2-3 ปี ผมก็อยากทำสิ่งที่ควรทำทิ้งไว้ให้หมอรุ่นถัดไป “

นอกจากเรื่องความปลอดภัยในการรักษาแล้ว อีกวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ต้องการให้หมอรุ่นใหม่อยู่กับรพ.วชิระภูเก็ตไปนานๆ การมีเครื่องมือดีๆ ที่อำนวยความสะดวกให้เขาได้รักษาคนไข้ได้เต็มที่ จะเป็นแรงจูงใจสำคัญ ให้เดินหน้ารักษาคนไข้ในรพ.นี้ต่อไป ไม่ออกไปเสียก่อน สุดท้ายก็จะดีต่อการรักษาพยาบาลในภาพรวม

สำหรับผู้มีความประสงค์จะร่วมทำกุศลใหญ่ครั้งนี้ สามารถบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องมือผ่าตัดสมอง และกระดูกสันหลัง” ธนาคารกรุงไทย สาขาภูเก็ต เลขที่บัญชี 805-0-91538-7

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...