สายสีเหลืองชุบชีวิตห้างเก่า ทุ่มพันล้านพลิกโฉมใหม่รอบ 30 ปี 'อิมพีเรียลลาดพร้าว'
สายสีเหลืองชุบชีวิตห้างเก่า ‘กิจเลิศไพโรจน์’ ทุ่มพันล้านพลิกโฉมใหม่รอบ 30 ปี ‘อิมพีเรียลลาดพร้าว’
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อิมพีเรียล พลาซ่า จำกัด เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 จะทยอยปรับปรุง (รีโนเวต) ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว มีเนื้อที่ 28 ไร่ใหม่ทั้งหมด นับเป็นการรีโนเวตครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี ใช้เงินลงทุนประมาณ 800-1,000 ล้านบาท โดยจะปรับปรุงทั้งภายในและภายนอกให้มีความทันสมัย พร้อมสร้างทางเดินลอยฟ้า หรือสกายวอล์ก เชื่อมกับสถานีลาดพร้าว 89 ของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งมีแผนจะเปิดให้บริการภายในปี 2566 อีกด้วย
“เนื่องจากยังมีผู้เช่าเก่าบางส่วนยังไม่หมดสัญญา เรากำลังดูว่าจะทยอยปิดปรับปรุงทีละชั้น หรือจะปิดทั้งหมดเลย หากทยอยปิดทีละชั้นจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี แต่หากปิดทั้งหมดจะใช้เวลา 6-9 เดือน ทั้งนี้ เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะเริ่มปิดปรับปรุงโซนบีก่อน ซึ่งร้านค้าปัจจุบันที่เปิดให้บริการอยู่จะทำการย้ายขึ้นมาเปิดที่ชั้น 1 และชั้น 2 เป็นการชั่วคราว คาดว่าจะใช้เวลาปรับปรุงอย่างน้อย 6 เดือน หรือแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม 2566” นายสงครามกล่าว
นายสงครามกล่าวว่า สำหรับการจัดสรรพื้นที่เช่าหลังปรับปรุงใหม่แล้ว จะต้องให้ร้านค้าทั้งผู้เช่าเก่าและผู้เช่าใหม่ ทำสัญญาการเช่าใหม่ ขณะนี้ทางห้างสรรพสินค้าบิีกซี ถือว่าเป็นผู้เช่ารายใหญ่ของศูนย์การค้า โดยคิดเป็นสัดส่วน 20% ได้ดำเนินการต่อสัญญาเช่าระยะเวลา 30 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้กำลังเจรจากับร้านค้าแบรนด์ดังเข้ามา รวมถึงจะมีการปรับปรุงโรงภาพยนต์ใหม่เพื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังอีจีวีได้หยุดฉายเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจากับเอสเอฟและเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์
“ส่วนอาคารอยู่ด้านหลังของอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว มีนักธุรกิจจีนอาศัยอยู่ในไทยและทำธุรกิจทัวร์ เช่าทั้งตึก 30 ปี ทำเป็นโรงแรมรับนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะ ตอนนี้มีมาใช้บริการบ้าง แต่ไม่มาก ต้องรอให้จีนเปิดประเทศในปีหน้า” นายสงครามกล่าว
นายสงครามกล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทยังได้ใช้เงินจำนวนหนึ่งทยอยปรับปรุงพื้นที่ภายในของศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ให้มีความทันสมัยรับรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีเหลืองและสายสีเขียวต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มีสถานีสำโรงเป็นจุดเชื่อมต่อและอยู่ไม่ไกล อย่างเช่น ปรับปรุงบริเวณชั้น 6-7 เน้นเป็นพื้นที่เอ็นเตอร์เทนเมนต์ สำหรับการออกกำลังกาย มีพื้นที่สเก็ตบอร์ด และไอซ์สเก็ตขนาดใหญ่ระดับเวิลด์คลาส มีต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เช่น ยุโรป มาเลเซีย เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น เฉพาะไอซ์สเก็ตใช้เงินลงทุนกว่า 20 ล้านบาท
“เมื่อปี 2561 ผมตัดสินใจซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิม หลังพื้นที่ศูนย์การค้าหมดสัญญาเช่า ซึ่งตามสัญญาเมื่อสัญญาหมดแล้วจะต้องยกอาคารให้กับเจ้าของที่ดิน ผมเลยคิดว่าซื้อต่อเลยดีกว่า และยังซื้อที่ดินด้านหลังอีก 31 ไร่ วงเงิน 5,500 ล้านบาท รวมเป็น 68 ไร่ ในอนาคตจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส จากปัจจุบันมีศูนย์การค้าและตลาดสดแล้ว ต่อไปจะพัฒนาที่ดินเปล่ายังเหลืออยู่เป็นโครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 3-4 อาคาร” นายสงครามกล่าว