โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น.ศ.เมียนมาแห่เรียนมหาวิทยาลัยไทย ค่าเทอมหลักแสนมุ่งไอที-วิศวะ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. 2566 เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2566 เวลา 02.06 น.

นักศึกษาเมียนมา ลูกหลานนักธุรกิจระดับประเทศแห่เรียนวิทยาลัยนานาชาติในไทย “ม.รังสิต-ม.หอการค้าไทย” หลายพันคน มุ่งสนใจสาขาไอทีมากที่สุด รองลงมาวิทยาศาสตร์สุขภาพ-วิศวกรรมศาสตร์ ค่าเทอมปริญญาตรี อยู่ที่ 5 แสนบาท เผยนักธุรกิจเมียนมาสนใจเรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ และบัญชี ค่าเรียนตลอดหลักสูตร 7 แสนบาท

นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญ เมื่อนักศึกษาจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมารุ่นใหม่ ทั้งยังเป็นลูกหลานนักธุรกิจชั้นนำของประเทศให้ความสนใจระบบการศึกษาของไทย โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี, โท และเอก ซึ่งต่างเข้ามาศึกษาต่อในวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์มหันตภัยไวรัสร้ายคลี่คลาย ยิ่งทำให้นักศึกษา-นักธุรกิจชาวเมียนมาเหล่านี้ต่างทยอยกลับมาเรียนออนไซต์ และสมัครนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษา 2565-2566 เป็นจำนวนหลายร้อยคน

ปี 65 เรียน ม.รังสิต 1 พันคน

ผศ.ดร.สุพัฒนา นิรัคฆนาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นักศึกษาต่างชาติที่เรียน ม.รังสิตมาจากหลากหลายเชื้อชาติ เดิมทีมีนักศึกษาจีนมาเรียนมากสุดเป็นอันดับหนึ่ง แต่ช่วง 2 ปีผ่านมา ม.รังสิตกลายเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาชาวเมียนมามากขึ้น เฉพาะปีการศึกษา 2565 ระดับชั้นปริญญาตรี ปี 1 ในช่วงภาคฤดูร้อนรับมา 200 คน และมีเข้ามาเพิ่มเติมอีกในช่วงภาคเรียนที่ 1 และ 2 โดยรวมแล้วประมาณ 1,000 คน

กล่าวกันว่า นักศึกษาเมียนมาส่วนใหญ่เลือกเรียนวิทยาลัยนานาชาติ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ส่วนสาขาที่พวกเขาสนใจ ประกอบด้วยวิทยาศาสตร์สุขภาพ, วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์, ศิลปะอาร์ตแอนด์ดีไซน์, ธุรกิจระหว่างประเทศ, นิเทศศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในปีการศึกษานี้ มีนักศึกษาเข้ามาเรียนสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นจำนวนมาก จากอดีตที่เคยมีเพียงแค่หลักสิบ ปัจจุบันเพิ่มเป็น 200 กว่าคน และมีนักศึกษาเมียนมามากสุด

“ปัจจัยที่ทำให้นักศึกษาเมียนมาเลือกเรียน ม.รังสิต อย่างแรกน่าจะมาจากการบอกเล่ากันต่อ รวมถึงเรามีการดูแลนักศึกษาที่ดี เพราะเราเปิดตลาดเมียนมาหลายปีแล้ว โดยเริ่มจากการทำความร่วมมือทางวิชาการ และการทำโครงการต่าง ๆ ร่วมกัน นอกจากนั้นอาจเป็นเพราะที่นั่งในมหาวิทยาลัยของรัฐไม่เพียงพอ ที่สำคัญอาจเพราะสถานการณ์ภายในประเทศด้วยที่ส่งผลให้คนรุ่นใหม่อยากเดินทางออกนอกประเทศมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยคือจุดมุ่งหมายหลัก เพราะไม่ไกลจากประเทศของเขาเท่าไหร่นัก ปรับตัวไม่ยาก อีกอย่างระบบการศึกษาของประเทศไทยค่อนข้างแข็งแรง และมีคุณภาพ จึงทำให้พวกเขาอยากเรียนที่นี่”

“ดิฉันคิดว่าตลาดเมียนมายังโตไปได้อีก แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเติบโตเหมือนอย่างปีการศึกษา 2565 หรือไม่ ตอนนี้เราพยายามเตรียมความพร้อมในเรื่องของ capacity เพื่อรองรับนักศึกษาต่างประเทศทุกปี ไม่ใช่เฉพาะแต่เมียนมา หรือจีน เพราะ ม.รังสิตมีนักศึกษาจากหลากหลายชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกา, เนปาล, ไนจีเรีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน, กัมพูชา ฯลฯ รวมถึงการรองรับนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากโซนยุโรปที่เราเปิดรับมาตลอด โดยเฉลี่ยปีหนึ่ง ๆ จะมีนักศึกษามาแลกเปลี่ยนกับเราปีละ 100 กว่าคน

แห่เรียนนานาชาติ ม.หอการค้าฯ

ผศ.ดร.ณัฐพันธ์ บัววราภรณ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติเพื่อการจัดการ (ISM UTCC) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วิทยาลัยนานาชาติเพื่อการจัดการ หรือ ISM เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติสาขาบริหารธุรกิจ และบัญชี ทั้งระดับปริญญาตรี, โท และเอก โดยเป้าหมายของหลักสูตรคือรองรับกลุ่มนักศึกษาไทยที่ต้องการเรียนรู้ในระบบภาษาอังกฤษ กับกลุ่มนักศึกษาต่างชาติ

เพียงแต่เราไม่ได้เน้นตลาดนักศึกษาไทยมากนัก เพราะต้องการจับกลุ่มนักศึกษาต่างประเทศมากกว่า จึงทำให้สัดส่วนนักศึกษาของเรากว่า 80% เป็นชาวต่างชาติที่มาจากหลากหลายประเทศ ส่วนอีก 20% เป็นนักศึกษาไทย ปัจจุบัน ISM มีจำนวนนักศึกษาทุกระดับชั้นทั้งปริญาตรี, โท และเอก ประมาณ 800 คน โดยประเทศที่เรียนกับเรามากที่สุดมาจากกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะเมียนมา ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 200 กว่าคน เพราะเราเปิดตลาดในประเทศเมียนมามานานมาก เริ่มตั้งแต่การเปิดวิทยาเขตที่ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ในปี 2012

ที่สำคัญ ม.หอการค้าไทยอยู่ภายใต้หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงมีความเชื่อมโยงกับหอการค้าทั่วโลก และในปี 2012 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจเมียนมาอยู่ในช่วงขาขึ้น และต้องการพัฒนาบุคลากรในประเทศออกสู่ตลาด จึงเกิดความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาบุคลากร เพราะก่อนหน้านี้สัดส่วนนักศึกษาอาเซียน และจีนใกล้เคียงกัน

แต่ในช่วง 2-3 ปีผ่านมา นักศึกษาจีนมีข้อจำกัดเรื่องการขอวีซ่าในการออกนอกประเทศ จึงทำให้จำนวนวีซ่าลดลง จนกลายเป็นนักศึกษาอาเซียนเข้ามาเรียนมากกว่า ทางหนึ่งอาจเป็นเพราะค่าเทอมไม่แพงมาก โดยเฉลี่ยระดับปริญญาตรีนักศึกษาไทยจะอยู่ที่ 5 แสนบาท ส่วนนักศึกษาต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 7 แสนบาท

ผลเช่นนี้ จึงทำให้ ม.หอการค้าไทยพยายามดึงดูดนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียน เพราะช่วงก่อนหน้ายอดนักศึกษาลดลงไปเยอะ แต่ภายในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป สถานการณ์คงน่าจะดีขึ้น เพราะเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการเปิดประเทศของจีน และการกลับมาเรียนออนไซต์ของนักศึกษาต่างชาติทุกประเทศ ผมคาดการณ์ว่าปีการศึกษา 2566 น่าจะมีนักศึกษา ISM เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 200-300 คน รวมถึงนักศึกษาเมียนมาก็น่าจะมาเรียนที่นี่มากขึ้นด้วย

นักธุรกิจเมียนมาสนใจเรียนโท

ผศ.ดร.ณัฐพันธ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราพยายามทำตลาดคือการการันตีว่าหากนักศึกษาเรียนจบไปแล้วจะได้งานทำ 100% โดยระดับปริญญาตรีมี 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (Bachelor of Business Administration, BBA) และหลักสูตรบัญชีบัณฑิต (Bachelor of Accountancy, BAcc) ซึ่งนักศึกษาที่จบทั้ง 2 หลักสูตรกว่า 75% มีโอกาสเข้าร่วมงานกับองค์กรธุรกิจ รวมถึงบริษัทตรวจสอบบัญชีชั้นนำระดับโลก (BIG4) จำนวนมาก

สำหรับระดับปริญญาโทเป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ภายใต้ชื่อ UTCC Global MBA ซึ่งเปิดสอนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันหลักสูตร Global MBA มีการจัดการเรียนการสอนทั้งหมด 3 วิทยาเขต ได้แก่ กรุงเทพฯ, ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ และนักศึกษาที่เรียนหลักสูตร Global MBA สามารถเลือกเรียนในแต่ละวิทยาเขตที่มีได้ทั้งหมด ส่วนหลักสูตรนานาชาติช่วง 4-5 ปีหลังมีจำนวนนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น ทั้งในมหาวิทยาลัยของรัฐ เอกชน ในอดีตอาจเริ่มจากสาขาที่เป็นบริหารธุรกิจ แต่ปัจจุบันเริ่มมีสาขาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์

“ผมมองว่าเป็นโอกาสดีหากรัฐบาลสนับสนุนเชิงนโยบาย และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายทางการศึกษาของต่างชาติ เพราะเรามีศักยภาพดีกว่าในกลุ่มประเทศเอเชียด้วยกัน ผมคิดว่า ม.หอการค้าไทยวางรากฐานไว้ดี ทั้งยังมีดีเอ็นเอชัดเจนในเรื่องของการผลิตนักธุรกิจ เพราะเรามีการส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อในมหา’ลัยทั่วโลก ฉะนั้น เรื่องของคุณภาพการศึกษา

ผมคิดว่าภูมิภาคนี้ไทยค่อนข้างโดดเด่น ยกตัวอย่างนักศึกษาเมียนมาที่เรียน ป.โทส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น การที่เขามาเรียนกับเรา จึงต้องมั่นใจเรื่องของคุณภาพ ตรงนี้ จึงทำให้เราตั้ง vision เอาไว้ว่าจะขับเคลื่อน และผลักดันให้ทุกหลักสูตรก้าวขึ้นสู่การเป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจ และการบัญชีชั้นนำในกลุ่มประเทศอาเซียน”

“ศรีปทุม-มธบ.” เด็กจีนมากสุด

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามแหล่งข่าวจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมระบุว่า วิทยาลัยนานาชาติ ม.ศรีปทุม มีนักศึกษารวม 4 ชั้นปีประมาณ 300 คน สาขาที่เรียนมากสุดคือสาขาการจัดการธุรกิจ ซึ่งมีนักศึกษาจากหลากหลายเชื้อชาติ โดยมีสัดส่วนนักศึกษาจีนมากสุดประมาณ 150 คน รองลงมาคือเนปาล 33 คน และฟิลิปปินส์ 30 คน นอกจากนั้น ก็มีนักศึกษาจากเมียนมาจำนวนหนึ่งแต่ไม่มากนัก

ขณะที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ปัจจุบันจำนวนนักศึกษาต่างชาติมากสุดยังคงเป็นนักศึกษาจีนที่มีมากกว่า 3,000 คน ขณะที่นักศึกษาจากกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ กัมพูชา, เมียนมา และ สปป.ลาวเริ่มเห็นแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น แต่ยังมีไม่มาก เพราะตลาดหลักยังคงเป็นนักศึกษาจีน แต่อนาคตมีความเป็นไปได้ที่นักศึกษาอาเซียนสนใจเข้ามาเรียนที่นี่เพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...