โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

OSP ลุ้นผลงานฟื้นตัวแบบ V-Shape โบรกฯ คาดปี 66 จ่ายปันผล ให้ยีลด์เกือบ 3%

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 13.42 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2566 เวลา 13.48 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

นักลงทุนน่าจะคุ้นเคยกับ OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างดี เพราะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ของไทย ซึ่งมีสินค้าที่ได้รับความนิยมและติดตลาดมากมาย เช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง M-150เครื่องดื่มผสมวิตามิน C-vitt ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก Babi Mildและ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง Twelve Plusฯลฯ
ในด้านราคาหุ้น OSP อาจไม่ได้หวือหวามากนักเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มเดียวกันในอุตสาหกรรม แต่ในแง่การปันผล OSP นับเป็นหุ้นที่ให้จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยในรอบ 1 ปี มีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield)อยู่ที่ 3.76% และติดอยู่ในลำดับที่ 18 ของดัชนี SETHD
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ตั้งแต่ปี 2560 ถึง 30 มิ.ย. 2565 บริษัทจ่ายปันผลไปทั้งหมด 9 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4.34 บาท ปัจจุบัน OSP มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 87,859.69ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 35.89 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ม.ค. 66) โดยราคาหุ้นวันที่ 26 ม.ค. 66 อยู่ที่ 29.25 บาท ปรับตัวลดลงในช่วง 1 ปี 10.69%
ด้านบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดการณ์ว่าทั้งปี 2565บริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.70 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 2.2%ส่วนปี 2566 คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.90 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 2.8%
ส่วนแนวโน้มการดำเนินงาน ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า ต้นทุนอะลูมิเนียมและก๊าซธรรมชาติปรับตัวลงแรงละเร็วกว่าที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้มีโอกาสที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในปี 2566 จะฟื้นตัวเร็วกว่าคาด ขณะที่การขึ้นราคาขายไปก่อนหน้าจะเป็นตัวเร่งการฟื้นตัวของ GPM ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นบวกต่อการนำเข้าวัตถุดิบเช่นกัน
ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับประมาณการ GPM ในปี 2566 – 2570 ขึ้นเป็น 32.4% - 33.7% ซึ่งยังต่ำกว่าระดับปกติของบริษัทที่เคยทำได้ที่ 35% ในช่วงก่อนที่มีการปรับขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่ในระยะยาวการปรับขึ้นราคาขายของสินค้ากลุ่มM-150 ควรเป็นปัจจัยหนุนให้ GPM สูงกว่าระดับปกติได้ หากต้นทุนการผลิตลดลงสู่ระดับปกติ โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ
การปรับประมาณการดังกล่าวส่งผลให้ประมาณการกำไรปี2566 – 2570 เพิ่มขึ้น 6% - 15% คิดเป็นการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2566 ที่ 2,862 ล้านบาท และปี 2567 ที่ 2,862 ล้านบาท หรือเติบโต 29.1% นอกจาก GPM ที่อาจมี Upside risk แล้วในส่วนของรายได้มีโอกาสดีกว่าคาดได้เช่นกัน จากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ การท่องเที่ยวฟื้นตัว และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 4/65 ของ OSP เบื้องต้นที่ราว 400 – 500 ล้านบาท ฟื้นตัวราว 100% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังลงลงแรงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลของต้นทุนที่ยังทรงตัวสูง แต่การบริโภคที่ฟื้นตัวช่วยหนุนรายได้ให้ฟื้นตัวจากไตรมาส 3/65 ได้
อย่างไรก็ตามผลของการปรับประมาณการกำไรขึ้นส่งผลให้ราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี2566 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 32.50 บาท ยังคงคำแนะนำ เก็งกำไร โดยราคาหุ้นตอบสนองเชิงบวกต่อประเด็นต้นทุนที่ลดลงเร็วกว่าที่คาดไปแล้วส่วนหนึ่งจึงแนะนำทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัวที่แนวรับ 29 บาทบวกลบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...