NTSC เปิดเทรดวันแรกพุ่ง 44% โบรกฯ เคาะราคาเหมาะสม 33 บาท มองผลงานจะทำนิวไฮต่อเนื่องถึงปี 67
NTSC เปิดการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในราคาที่ 38 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 44.76% จากราคาไอพีโอที่ 26.25 บาท ด้านโบรกฯให้ราคาเหมาะสมที่ 33 บาท พร้อมมองผลงานจะทำนิวไฮถึงปี 67 เป็นอย่างน้อย
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน) หรือ NTSC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นวันแรก โดยเมื่อเริ่มเปิดการซื้อขายราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 38 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 44.76% ยืนเหนือราคาไอพีโอที่ 26.25 บาท
โดยนางสาวพัชร์ เอกปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน) หรือ NTSC เปิดเผยว่า บริษัทสามารถระดมทุนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนจำนวนประมาณ 628.2 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับลงทุนโครงการในอนาคต
โดยประกอบไปด้วย ลงทุนในโครงการผลิตสารกระตุ้นความน่ากินในสัตว์เลี้ยง (Palatability Enhancer Project) มูลค่า 4.9 ล้านบาท, ซึ่งมีผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ IRR 30.5% ,โครงการลงทุนในเครื่องจักรสำหรับการผลิตสินค้า OEM และสินค้าประเภท Food Preparation มูลค่า 12.3 ล้านบาท ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ IRR 35.6%
รวมทั้ง ใช้ชำระหนี้สินเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 400 ล้านบาท และ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ 211 ล้านบาท เพื่อรองรับโอกาสใหม่ๆ และการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทมุ่งมั่นขยายธุรกิจแบบมีนวัตกรรมและสร้างสรรค์
โดยใช้จุดเด่นด้านประสบการณ์และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร ความเชี่ยวชาญของบุคลากร พันธมิตรทางธุรกิจ และความแข็งแกร่งด้านการเงินของกลุ่มบริษัท รับเทรนด์ Future Food อีกทั้ง เจาะกลุ่มตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งประเทศไทยส่งออกเป็น Top5 ของโลก
ด้านบทวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้มุมมองว่า หากกำไรปกติไตรมาส 4/65 ออกมาตามที่คาดจะส่งผลให้กำไรทั้งปี 2565 ของ NTSC อยู่ที่ 87 ล้านบาท ชะลอลง 11.7%จากปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบของปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกกระทบธุรกิจวัตถุเจือปนในอาหารคนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตามคาดกำไรปกติในปี 2566 จะพลิกกลับมาเติบโตได้อีกครั้งและทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 108 ล้านบาท เติบโต 23.7% จากปีก่อนหน้า จากการเติบโตของทั้งธุรกิจวัตถุเจือปนในอาหารคน ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงขึ้นหนุนอุปสงค์อาหาร
ทั้งยังคงมีมุมมองบวกต่อผลประกอบการระยะยาวของ NTSC คาดจะทำระดับสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่องถึงปี 2567 เป็นอย่างน้อย เราประเมินมูลค่าพื้นฐานอิงวิธี Relative ด้วย PER ที่ 30 เท่าและใช้คะแนนจากการประเมินปัจจัยด้าน ESG ในการปรับเพิ่ม Premium ของ PER ขึ้นที่ 2% เป็น 30.6 เท่า จึงประเมินมูลค่าเหมาะสมของ NTSC ที่ 33.00 บาท