โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดังในชั่วข้ามคืน “ก.รามอส” แฮทริคฝัง “ค.โด้”

Soccersuck

เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2565 เวลา 23.18 น. • Soccersuck

ข่าวหลุดก่อน โปรตุเกส ลงสนามพบ สวิตเซอร์แลนด์ หลายชั่วโมงแม่นยำตรงเป๊ะเมื่อ แฟร์นานโด ซานโตส กุนซือทีมชาติ โปรตุเกส ดร็อบ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ นั่งข้างสนาม

ข่าวนี้สร้างความฮือฮาให้โลกโซเชี่ยลเป็นอย่างมากเพราะไม่มีใครคิดว่า ซานโตส จะกล้าหาญชาญชัยตัด ค.โด้ ออกจาก 11 ตัวจริงในเกมสำคัญรอบน็อกเอาท์ทั้งๆที่พรี่เขายึดตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ 2008 (เฉพาะทัวร์นาเมนท์เมเจอร์)

ไม่ว่าจะตัวจริงหรือสำรองความเป็นซูเปอร์สตาร์ของ ค.โด้ ขายข่าวได้เสมอ การถูกรุมจากบรรดาช่างภาพที่นับด้วยสายตาไวๆไม่ต่ำกว่า 30-40 คนที่ม้านั่งสำรองก่อนเกมตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ได้เป็นอย่างดี

เบอร์ 1 ที่ว่านี้อาจไม่ใช่ในแง่ของฝีเท้าในสนามอีกแล้วเพราะสปอร์ตไลท์อีกหลายตัวแบ่งไปฉายให้นักเตะโนมเนมที่ไม่มีใครสนใจอย่าง กอนซาโล่ รามอส เรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้ โปรตุเกส ค้นพบขีปนาวุธทำลายล้างพลิกฟื้นทีมที่ขาดอะไรไปซักอย่างในรอบแบ่งกลุ่มให้กลายเป็นทีมที่พร้อมเจอกับใครก็ได้

รามอส ลงเล่นตัวจริงบอลโลกหนแรกก็รีบร้อนกดแฮทริคทันทีแถมเป็นนักเตะคนแรกที่ทำแฮทริคในฟุตบอลโลกหนนี้ได้อีกต่างหาก!!

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้สัมผัสเกมชนะ อุรุกวัย ไปแค่ 19 นาทีและกับ กาน่า ลงไปฆ่าเวลา 13 นาที (รวมทดเจ็บทั้ง 2 เกม)

ลูกยิงมุมแคบแสกหน้าสนามแทบแตกใส่ แยน ซอมเมอร์ ในนาทีที่ 17 นอกจากทำให้คนดูและผู้บรรยายร้องแต๋วแตกกันถ้วนหน้าแล้วยังเป็นการทำลายขวัญของแข้ง “นาฬิกา” ก่อนยอมมอบตัวแพ้ยับถึง 6-1

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลังสิ้นเสียงนกหวีดจบเกมที่สนาม ลูซาอิล ไอคอนิค สเตเดี้ยม บทความ Who is Goncalo Ramos? โผล่ในกูเกิ้ลทันที

รามอส ลืมตาดูโลกเมื่อปี 2001 ที่เมือง โอลเญา ประเทศ โปรตุเกส ปัจจุบันอายุ 21 ปีย่าง 22

เจ้าหนูตีนคมเป็นผลผลิตของสโมสร เบนฟิกา โดยย้ายมาร่วมทีมเยาวชนตั้งแต่อายุ 12 ขวบ

ดาวยิงเจ้าของความสูง 6 ฟุต 1 (185 ซม.) ถล่มประตูให้ทีม เบนฟิก้า บี จนกระทั่งขึ้นมาเล่นชุดใหญ่เมื่อต้นซีซั่น 2021/22

รามอส เดบิ๊วท์เป็นตัวจริงในเกม UCL ชนะ สปาร์ตัก มอสโกว์ 2-0 แต่เจ้าตัวกลับนั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่เนื่องจาก “เหยี่ยวลิสบอน” ถอยกองหน้าป้ายแดงอย่าง โรมัน ยาเรมชุค มาจาก เก็งค์ และ ดาร์วิน นูนเญซ คัมแบ็คจากอาการบาดเจ็บ

แต่สถานการณ์มักสร้างวีรบุรุษเสมอเมื่อผลงานของ เบนฟิก้า ไม่สู้ดีเลยทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นอุตสาห์เขี่ย บาร์เซโลน่า ร่วงตกรอบ UCL และควงแขน บาเยิร์น มิวนิค เข้ารอบน็อกเอาท์

อันดับในลีกหล่นไปอยู่ที่ 3 ตามทั้ง สปอร์ตติ้ง ลิสบอน และ ปอร์โต้ เกมในบ้านก็แพ้รัวๆส่งผลทำให้ จอร์เก้ เจซุส ถูกไล่ออก

คนที่มาทำหน้าที่ชั่วคราวไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ เนลสัน เวริสซิโม่ ที่คลุกคลีทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ชในทีม บี มาตั้งแต่ปี 2012

แน่นอน รามอส แจ้งเกิดในทีมชุด บี ภายใต้การทำทีมของเขา ความไว้วางใจในฝีเท้าจัดเต็มไม่ต้องพูดถึง

หอกร่างยักษ์ลงสนามอย่างต่อเนื่องก่อนตอบแทนด้วยฟอร์มที่ “จุดติด” ยิง 7 ประตูกับ 2 แอสซิสต์

จากการที่เล่นได้หลายตำแหน่งในแดนบนส่งผลทำให้เป็นรักของ โรเจอร์ ชมิดท์ ผู้จัดการทีมคนใหม่ แทบจะทันที

ประกอบกับการย้ายไปยิ่งใหญ่กับ ลิเวอร์พูล ของ นูนเญซ และ ยาเรมชุค ถูกขายให้ คลับ บรูกก์ อย่างรวดเร็วทั้งๆที่เพิ่งย้ายมาปีเดียว ที่นี่จึงเป็นเวทีของ รามอส อย่างแท้จริง

รามอส กระหน่ำยิง 14 ประตูกับอีก 6 แอสซิสต์ใน 23 เกมทุกรายการ

ฟอร์มเตะตาขนาดนี้ แฟร์นานโด ซานโตส กุนซือทีมชาติ โปรตุเกส ปฏิเสธไม่ลงเลือกหนีบเป็น 1 ใน 26 ขุนพลฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้ด้วย

เส้นทางอันน่าทึ่งของ รามอส สุดจริงๆเพราะก่อนร่วมทัวร์นาเมนท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเจ้าหนูวัย 21 ปีเพิ่งติดทีมชาติมาแค่หนเดียวเท่านั้น

นั่นเท่ากับว่าก่อนลงสนามเป็นตัวจริงพบ สวิตเซอร์แลนด์ “รามอส” มีชั่วโมงบินกับ โปรตุเกส 3 เกมที่จำแนกออกมาแล้วสิริทั้งสิ้น 34 นาที

เซาธ์แฮมป์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล เคยให้ความสนใจ รามอส เมื่อเดือนสิงหาคมในขณะที่อีก 1 เดือนต่อมา แมนฯยูฯ มีข่าวว่าเตรียมส่งตัวแทนไปคุยเพื่อหาข้อสรุปในการย้ายทีมต้นปีหน้าแทน ค.โด้ ที่แยกทางกับสโมสร

ในขณะนั้นค่าตัวของ รามอส อยู่ที่ราวๆ 25-30 ล้านปอนด์แต่มูลค่าถีบตัวสูงกว่านั้นไปไกลหลายปีแสงทันทีที่น้องแกกดแฮทริคใส่ สวิตเซอร์แลนด์

2 ใน 3 ประตูที่ รามอส เจ้าของท่าดีใจ “ปัง ปัง ปัง” ยิงต่อหน้าสักขีพยานนับล้านทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงออร่าแข้งซุปตาร์ในอนาคตอย่างแท้จริง

เป็นการผสมผสานระหว่างความเฉียบคม (ลูกแรก) และเทคนิคความเยือกเย็น (ลูก 3) หรือจะเอาให้ครบๆจบๆคือสัญชาตญาณในกรอบเขตโทษ (ลูก 2)

เจอของจริงที่สดและแกร่งกว่า ค. โด้ รู้ชะตากรรมตัวเองกับชีวิตที่เหลือในบอลโลกหนนี้แทบจะทันที

เป็นเพชรเม็ดเบ้อเริ่มที่โผล่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยและเชื่อเหลือเกินว่าอีโก้ที่คิดว่าตัวเองเจ๋งสุดในแดนหน้าของ ค.โด้ ต่อไปนี้สงบปากสงบคำทำตัวให้เหมือนนักเตะสำรองคนอื่นๆได้แล้ว

การมี รามอส เป็นหน้าเป้า ทำให้ตัวสร้างสรรค์เกมจ่ายบอลเก่งๆอย่าง บรูโน่ แฟร์นาน หรือ แบร์นาโด้ ซิลวา แทงกันเพลินไม่มีอาการเกร็งหรือกดดันต้องคอยส่งบอลให้พี่ใหญ่ตลอดเหมือนเมื่อก่อน

ความไว/ความแกร่ง ลูกห้าวเหนือกว่า โด้ ที่มีดีแค่ลงมาเชื่อมเกมโชว์ลีลาเล็กๆขอสัมผัสบอลให้เกมมันดีเลย์เล่นเฉยๆ

ก่อนหน้านี้ผมเคยมองว่า โปรตุเกส ทีมนี้ไร้น้ำยา ก็แค่คัดเลือกนักเตะดังๆของแต่ละสโมสรมาร่วมทีมเดียวกันแต่ไม่มีระบบที่ชัดเจน เล่นบอลเชื่องช้าราวกับยุคโมเดมอินเตอร์เน็ตสมัยก่อน

กองหน้าที่มีค่า rating ในเกมฟีฟ่าอยู่ที่ 76 และ potential 85 ค่าตัว 17 ล้านยูโรและค่าเหนื่อย 11k ต่อสัปดาห์ไปแหวกหญ้าให้งู (โมร็อกโก) ตื่นไปเรียบร้อยแล้ว

รอบ 8 ทีมจะเป็นครั้งแรกที่ รามอส เตรียมถูกคุมตัวคุมพื้นที่มากกว่าเดิมโทษฐานเป็นนักเตะในสถานะตัวอันตรายมากกว่าโนมเนม

สตอรี่ในฟุตบอลโลกหนนี้มีอะไรใหม่ๆให้น่าติดตามอยู่ตลอดจริงๆครับ…

สถิติ สถิติ สถิติ (ของ รามอส)

โปรตุเกส ยู-17 (1 ประตูจาก 9 นัด)
โปรตุเกส ยู-18 (0 ประตูจาก 2 นัด)
โปรตุเกส ยู-19 (9 ประตูจาก 15 นัด)
โปรตุเกส ยู-20 (0 ประตูจาก 2 นัด)
โปรตุเกส ยู-21 (14 ประตูจาก 18 นัด)
โปรตุเกสชุดใหญ่ (4 ประตูจาก 4 นัด)

สถิติ สถิติ สถิติ

รอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 มีประตูเกิดขึ้นมากมาย 28 ลูกนำเป็นการยิงมากที่สุดในรอบนี้นับตั้งแต่เริ่มมีรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 1986

กอนซาโล่ รามอส เป็นนักเตะคนแรกที่ยิงแฮทริคในฟุตบอลโลกจากการลงเล่นตัวจริงหนแรกนับตั้งแต่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ เคยทำไว้กับ เยอรมัน เมื่อปี 2002

รามอส ใช้เวลา 17 นาทีก็ยิงประตูในรอบ “น็อกเอาท์” ฟุตบอลโลกได้แล้วซึ่งมากกว่า คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ที่เล่นไป 514 เกมแต่ 0 ประตู (8 ประตูที่ยิงได้มาจากแค่ในรอบแบ่งกลุ่ม)

ค.โด้ ไม่ได้ลงเล่นตัวจริงให้ โปรตุเกส ในรายการเมเจอร์หลักเป็นหนแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ยุติจองตำแหน่งแบเบอร์ไว้ที่ 31 เกม

บรูโน่ แฟร์นานเดส มีส่วนกับ 5 ประตูใน 3 เกมในฟุตบอลโลกหนนี้ (2 ประตู 3 แอสซิสต์) เป็นตัวเลขที่มากที่สุดของแข้ง โปรตุกีส ที่ทำได้การเล่นทัวร์นาเมนท์เดียวนับตั้งแต่ที่ ยูเซบีโอ (10) และ โจเซ่ ตอร์เรส (6)

เปเป้ (39 ปี 283 วัน) กลายเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ทำประตูในรอบน็อกเอาท์ในฟุตบอลโลก

วาลิด เรกรากุย ของ โมร็อกโก เป็นผู้จัดการทีมชาว แอฟริกัน คนแรกที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก

โมร็อคโก เป็นชาติแอฟริกันทีมที่ 4 ที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกหลัง แคเมอรูน เคยทำไว้เมื่อปี 1990, เซเนกัล 2002 และ กาน่า 2010

สเปน กลายเป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่แพ้การดวลจุดโทษ 4 ครั้งและยังเป็นทีมที่ 2 ที่ยิงไม่เข้าเลยซักลูกหลังก่อนหน้านี้ สวิตเซอร์แลนด์ เคยกินไข่ด้วยสกอร์เดียวกัน 3-0 ในการดวลเป้ากับ ยูเครน เมื่อปี 2006

เกมกับ โมร็อกโก “กระทิงดุ” ได้ยิงแค่หนเดียวใน 45 นาทีแรก นับเป็นการยิงในครึ่งแรกในฟุตบอลโลกที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติในปี 1966

ในวัย 18 ปี 123 วัน กาบี้ เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในรอบน็อกเอาท์ฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ เปเล่ เคยทำไว้เมื่อปี 1958 (17 ปี 249 วัน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...