โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เด็ก 5 ขวบแดนจิงโจ้ รอดตายหวุดหวิด หลังถูกงูเหลือมยักษ์ลากลงน้ำ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 พ.ย. 2565 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2565 เวลา 12.06 น.
FILE PHOTO AP

เด็ก 5 ขวบแดนจิงโจ้ รอดตายหวุดหวิด หลังถูกงูเหลือมยักษ์ลากลงน้ำ

สำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนว่า เด็กชายวัย 5 ขวบชาวออสเตรเลียรอดชีวิตปาฏิหาริย์ หลังถูกงูเหลือมขนาด 3 เมตรกัด รัด และลากลงไปในสระว่ายน้ำ เดชะบุญ คุณตาช่วยไว้ทัน

เด็กชายโบ เบลค วัย 5 ขวบ กำลังเล่นอยู่บนขอบสระว่ายน้ำในเมืองไบรอน เบย์ ประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ถูกงูเหลือมขนาดความยาว 3 เมตร เข้าจู่โจมจากพงหญ้าใกล้เคียง นายเบน เบลค พ่อของเด็กชายโบกล่าวกับสถานีวิทยุท้องถิ่นว่า “ผมเชื่อว่างูเหลือมมันนอนอยู่แถวนั้น รอให้เหยื่อปรากฎตัว อาจจะเป็นนกหรืออะไรก็ได้ แต่เหยื่อในครั้งนี้คือโบ”

งูเหลือมตัวดังกล่าวพุ่งเข้ากัดโบ และลากลงไปในสระว่ายน้ำพร้อมทั้งเอาลำตัวรัดที่ขาของเด็กวัย 5 ขวบ โชคดีที่ อัลลัน เบลค คุณตาวัย 76 ปีของเด็กชายโบเห็นเหตุการณ์เข้า จึงกระโดดลงไปในสระว่ายน้ำ และอุ้มตัวเด็กขึ้นมาจากสระพร้อมกับงูเหลือมที่ยังรัดอยู่ หลังจากนั้นนายเบน ผู้เป็นพ่อจึงช่วยแกะงูเหลือมออกจากขาลูกชาย เบนกล่าวอีกว่า “เมื่อเราล้างเลือดออก และบอกเขาว่าเขาจะไม่ตายแน่นอนเพราะงูที่กัดเขาเป็นงูที่ไม่มีพิษ โบก็รู้สึกดีขึ้น” หลังจากที่แกะงูตัวดังกล่าวออกจากลูกชายเขาสำเร็จ เบนจึงปล่อยงูตัวดังกล่าวกลับสู่พงหญ้าเดิม

ขณะนี้โบมีอาการดีขึ้นหลังพักรักษาตัว แต่อย่างไรก็ตามยังต้องเฝ้าระวังอาการติดเชื้อจากแผลกัดของงูเหลือม เบนเผยว่างูเหลือมมักอาศัยอยู่ในพื้นที่ไบรอน เบย์ เมืองท่องเที่ยวทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ ที่โด่งดังในหมู่คนที่ชื่นชอบการเล่นเซิร์ฟ พร้อมกล่าวปิดท้ายว่า “ดูนะ ที่นี่น่ะออสเตรเลีย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...