โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คิดแบบ อินิชิเอทีฟ ช่วยชุมชนด้วยป้ายต่อความสุข

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ย. 2565 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2565 เวลา 09.21 น.

อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย (Initiative Thailand) ถือเป็นบริษัทมีเดียเอเยนซี่ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2564 ที่ผ่านมาสามารถครองแชมป์จากรายงานการจัดอันดับของบริษัทวิจัยประเมินผลธุรกิจ และการให้บริการของมีเดียเอเยนซี่ จากสถาบัน RECMA ปี 2564 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

โดยเป็นเพียงเอเยนซี่เดียวที่ได้คะแนนระดับ Dominant สูงสุด 4 ปีซ้อน จากทั้งหมด 13 มีเดียเอเยนซี่ระดับโลกที่ถูกวัดผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนขึ้นแท่นเป็นมีเดียเอเยนซี่คุณภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย

“ดร.สร เกียรติคณารัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินิชิเอทีฟ และ บีพีเอ็น ประเทศไทย กล่าวว่า เราเป็นมีเดียเอเยนซี่ที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ และผู้บริโภค โดยทำงานผ่านกลยุทธ์สำคัญ คือ Cultural VelocityTM ซึ่งหมายถึงความรวดเร็วในการเข้าถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และมีคุณค่าอย่างโดนใจ พร้อมสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ได้อย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้เพราะมีความเชื่อว่าแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องให้ความสำคัญ และเข้าใจวัฒนธรรมการใช้ชีวิต หรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยแบรนด์ต้องเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วม และมีคุณค่าต่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภคอย่างแตกต่างและลงตัว สำหรับอินิชิเอทีฟ มี 5 เทคนิควิธีที่ใช้ในการสร้างสรรค์ไอเดียภายใต้แนวทางให้กับแบรนด์ คือ

หนึ่ง Cultural Proximity : สร้างแบรนด์ให้โดนใจกับคนหลากหลายกลุ่ม โดยนำเสนอผ่านความเข้าใจ พร้อมปรับตัวไปกับวัฒนธรรมย่อย และพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างหลากหลายของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม เพื่อชนะใจผู้คนเฉพาะกลุ่มผ่านการใช้ดาต้าที่เจาะลึกถึงระดับวัฒนธรรมชายขอบ

สอง Cultural Spotlights : หยิบยกประเด็นที่สังคมมักมองข้าม เพื่อขึ้นมาเป็นประเด็นที่ทุกคนต้องใส่ใจ และเห็นความสำคัญไปพร้อม ๆ กับการสะท้อนคุณค่าและบทบาทของแบรนด์

สาม Cultural Agitation : สร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ด้วยการท้าทายบรรทัดฐานเดิม ๆ สร้างประเด็นทางสังคม ชวนผู้บริโภคเลือกข้างไปกับแบรนด์ พร้อมประกาศจุดยืน และเหตุผลของแบรนด์ในการเลือกข้างต่อประเด็นดังกล่าว

สี่ Cultural Collisions : จับวางแบรนด์คู่ต่าง ขั้วตรงข้าม มาสร้างเป็นความแปลกใหม่ที่ลงตัว ได้แบบเกินความคาดหมาย

ห้า Cultural Contributors : แบ่งปันทรัพยากรต่าง ๆ ที่แบรนด์มี พร้อมเชิญชวนผู้คนในสังคมให้มาร่วมไปกับแบรนด์ ในการยกระดับ หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในด้านใดด้านหนึ่งให้กับสังคม

“ดังจะเห็นว่าเทคนิคการสร้างสรรค์ไอเดียเหล่านี้ ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสังคมทั้งสิ้น เพราะเรามองว่าการเข้าใจสังคม จะทำให้การดำเนินงานของเรา และพันธมิตร ลูกค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน”

“ดร.สร” กล่าวต่อว่า อินิชิเอทีฟทั่วโลก หรือในเครือมีเดียแบรนด์เอง ค่อนข้างให้ความสำคัญกับภารกิจเพื่อสังคม อย่างปีที่ผ่านมา เราชวนเพื่อน ๆ พนักงาน และพาร์ตเนอร์อย่าง Plan B Media, PINN SHOP รวมถึง “คุณท็อป” (พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร) มาร่วมจัดกิจกรรม “Initiative Blue Day : โครงการป้ายต่อความสุข” เพื่อช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม ณ ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา ผ่านการประยุกต์ (upcycle) ป้ายโฆษณาที่ไม่ได้ใช้แล้วมาบูรณะสถานที่อยู่อาศัย พร้อมอบรมการเย็บกระเป๋าจากป้ายโฆษณาไวนิลเพื่อสร้างรายได้ในชุมชน

อินิชิเอทีฟ

กิจกรรมทั้งหมดมีเป้าหมายที่จะยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้พร้อมความคิดสร้างสรรค์ไปมอบแก่ชุมชนเพื่อเสริมสร้างอาชีพให้แก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชน และปัจจัยสำคัญที่สุดคือการสร้างรายที่มั่นคงได้จากขยะป้ายโฆษณาที่ไม่ได้ใช้แล้วให้ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน, ด้านสิ่งแวดล้อมตามพันธกิจของบริษัทอีกด้วย

“จุดเริ่มต้นโครงการ เราเห็นว่าทาง Plan B Media เขาทำธุรกิจป้ายโฆษณา ซึ่งวัสดุที่เขาใช้ทำส่วนใหญ่เป็นไวนิล เมื่อถึงเวลาเก็บ เขาจะนำไปเก็บไว้ในโกดัง หรือไม่ก็ทำลาย โดยไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ทั้ง ๆ ที่อายุการใช้งานของไวนิลจริง ๆ ทนทานอยู่ถึง 5 ปี มีบ้างที่เอาไปบริจาค ให้คนหรือหน่วยงานอื่น ๆ นำไปใช้ทำประโยชน์

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองว่าควรนำเอาป้ายไวนิลนั้นมาทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เราอยากให้มีการนำเอาไปอัพไซเคิล แต่ต้องเป็นการอัพไซเคิลที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมภายนอกด้วย”

เพราะอย่างที่กล่าวว่าไวนิลมีอายุใช้งาน 5 ปี ทั้งลักษณะเนื้อผ้าของไวนิลมีการเคลือบยูวี สามารถกันร้อนกันฝนได้ ปกติเวลาใช้งานป้ายก็แค่ 6 เดือนหรือ 1 ปี ก็ถอดลงแล้ว ฉะนั้น ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 4 ปี เราจึงเกิดไอเดีย ด้วยการนำป้ายไปซ่อมแซมเป็นหลังคาให้กับบ้านเรือนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เราทำการสำรวจชุมชนหลายแห่งในกรุงเทพฯ จนที่สุดพบชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา เขตประเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชุมชนตกสำรวจ

“ยิ่งเมื่อเข้าไปพบปะพูดคุยกับชุมชนก็พบว่าชุมชนแห่งนี้ประสบความเดือดร้อนหลายด้าน คือชุมชนนี้มี 59 หลังคาเรือน มีจำนวนผู้อยู่อาศัยไม่ถึง 100 คน มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงอยู่หลายครัวเรือน และบ้านบางหลังก็พบว่าหลังคารั่วซึม

อินิชิเอทีฟ

ดังนั้น สิ่งที่เราพอจะบรรเทาความช่วยเหลือได้ จึงนำเอาไวนิลมาทำเป็นหลังคา ทำกันสาด ทำกำแพงกันฝน กันร้อนให้ ขณะเดียวกันทาง Plan B Media ก็ช่วยเสริมในเรื่องของระบบไฟฟ้าต่าง ๆ มีการเปลี่ยนปลั๊กไฟให้ ซ่อมแซมส่วนที่พอจะทำได้ขั้นพื้นฐาน”

“ดร.สร” กล่าวต่อว่า การช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนถือเป็นส่วนหนึ่ง แต่เราอยากให้ความช่วยเหลือของเราเกิดความยั่งยืนมากขึ้น จึงมีการฝึกสกิลอาชีพให้กับคนในชุมชนด้วย โดยร่วมกับ “คุณท็อป” พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ PINN SHOP สอนวิธีการเย็บกระเป๋าจากป้ายไวนิลแก่ชุมชน เพราะเท่าที่ทราบชุมชนแห่งนี้ บางคนตอนกลางวันจะไปนั่งที่ตลาด รอคอยให้มีคนมาจ้างงานเขา วันไหนไม่มีคนจ้างก็จะไม่มีงาน

เพราะนอกจากการฝึกสกิลให้เขาเย็บกระเป๋าเป็นแล้ว ทางคุณท็อปจะช่วยเรื่องการวางแผนการตลาดว่าจะมีการเปิดจำหน่ายอย่างไร ทำอย่างไรให้เกิดรายได้ ซึ่งโครงการเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน คาดว่าจะมีการวางแผนกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนมีรายได้อย่างแท้จริง

อีกทั้งเรายังวางแผนที่จะขยายความช่วยเหลือไปยังชุมชนอื่น ๆ แต่ต้องรอดูผลลัพธ์จากชุมชนเฟื่องฟ้าก่อน เพราะคิดว่ายังมีอีกหลายชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน และเราไม่อยากให้โครงการทำแล้วจบในช่วงเวลาสั้น ๆ อยากดูผลลัพธ์ระยะยาว

“ผมมองว่าอะไรที่เราพอจะทำได้ เราก็ทำ ซึ่งเป็นนโยบายที่อินิชิเอทีฟทั่วโลกให้ความสำคัญ อีกทั้งการทำโครงการป้ายส่งต่อความสุขนี้ ยังเป็นการสนับสนุนเรื่องลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายเรื่อง Net Zero Target (Zero Carbon Footprint) ของบริษัท

โดยมีเป้าหมายให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพราะนโยบายนี้เริ่มตั้งแต่ในองค์กรของเรา จากการจัดทำกลยุทธ์ด้านสื่อและการตลาดของเรา สามารถสร้าง media plan ที่มีผลการก่อก๊าซเรือนกระจกที่ต่ำที่สุดได้”

ผลตรงนี้ เป็นอีกหนึ่งพันธกิจที่สำคัญนอกจากการเป็นมีเดียพาร์ตเนอร์ของลูกค้าในไทย และระดับโลก จึงทำให้ลูกค้าแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกให้ความไว้ใจอย่างต่อเนื่อง อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย จึงต่อยอดนโยบาย และคิดงานป้ายต่อความสุขขึ้น เพื่อให้เราที่เป็นมีเดียเอเยนซี่ที่ใช้ความรู้ และวิชาชีพสร้างสิ่งดี ๆ ไปพร้อม ๆ กับการทำงาน

อันเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการเป็น “Best Place to Work” ของพวกเรา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...