โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PMAT เผยอัตราเงินเดือน-โบนัส และ 5 อาชีพที่มีค่าวิชาชีพสูงสุด ปี'66

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ย. 2565 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2565 เวลา 08.40 น.
ภาพจาก : Razvan Chisu/unsplash

PMAT เผยอัตราเงินเดือน-โบนัส ปี2566 และ 5 อาชีพที่มีค่าวิชาชีพสูงสุด ได้แก่ ล่าม วิศวกร เภสัชกร สถาปนิก ทนายความ ฟันธงค่าตอบแทนปี 2566 เงินเดือนขึ้น 4.27% โบนัสคงที่ 1.44 เดือน ส่วนธุรกิจที่มีแนวโน้มจ่ายโบนัสสูงสุดได้แก่ ธุรกิจอุปโภคบริโภค ยานยนต์ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย หรือ PMAT เคาะตัวเลขการปรับอัตราค่าตอบแทนรวม ประจำปี 2565/2566 ตลอดจนวิเคราะห์แนวโน้มสำคัญ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไป เพื่อให้เอชอาร์ได้เตรียมความพร้อมในการประเมินกลยุทธ์การบริหารค่าตอบแทนรวม เพื่อดึงดูดคนเก่งและรักษาคนดีมีฝีมือไว้กับองค์กร

เงินเดือนดึงดูดคนเก่ง รักษาคนดี

นางสุดคะนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT กล่าวว่า กลยุทธ์การบริหารจัดการคนในสถานการณ์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ดังนั้น การดึงดูดและรักษาคนเอาไว้ได้ จำเป็นจะต้องมีฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ PMAT จึงทำการสำรวจผลตอบแทนในภาพรวม ลงลึกไม่ใช่เฉพาะแค่เงินเดือน แต่รวมถึงผลตอบแทนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ เพื่อเป็นเครื่องมือหลักสำหรับเอชอาร์ในการนำเสนอต่อผู้บริหาร เพราะท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอนในปัจจุบัน เอชอาร์จำเป็นต้องมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ สามารถเปรียบเทียบตัวเองกับตลาดได้

“ภาพรวมการจ่ายค่าตอบแทนทั้งระบบ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ของหลายอุตสาหกรรมในไทย จากการสำรวจ 112 บริษัท พบแนวโน้มการขึ้นเงินเดือนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยคาดว่าปีหน้าองค์กรในประเทศไทยจะขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 4.27% โบนัสคงที่ 1.44 เดือน และโบนัสผันแปร 2.31 เดือน”

นายวรกิต เตชะพะโลกุล และคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารเงินเดือน PMAT เปิดเผยว่า โครงการสำรวจแนวโน้มการปรับอัตราค่าตอบแทนรวม เป็นโครงการที่สมาคมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับปี 2565 เป็นปีที่ข้อมูลการจัดเก็บแตกต่างไปจากปี 2564 เพราะจากผลกระทบรอบด้านทั้งจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน วิกฤตโควิด และภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ดี การจัดเก็บข้อมูลเชิงลึกในกลุ่มเป้าหมาย 112 องค์กรในทุกขนาดธุรกิจ ยังถือว่ามีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถอ้างอิงและเชื่อถือได้

“กลุ่มเป้าหมายทั้ง 112 บริษัท แบ่งเป็น อุตสาหกรรม 18.8% พาณิชยกรรมและบริการ 18.8% ยานยนต์ 16.1% เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 10.7% เทคโนโลยี 9.8% ส่วนที่เหลืออยู่ในธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ อุปโภคบริโภค อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ทรัพยากร และการเงิน

การสำรวจปีนี้มีบริษัทหน้าใหม่เข้าร่วม 40% อีก 60% เป็นบริษัทที่เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนข้อมูลพนักงานรายคนทั้งหมด 27,709 ข้อมูล แยกตามสายอาชีพ สูงสุด 3 อันดับแรกคือ ฝ่ายการผลิต ฝ่ายโลจิสติกส์ และฝ่ายขายและการตลาด

ขณะที่บริษัทที่มีจำนวนพนักงาน ตั้งแต่ 1-500 คน เข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และบริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ 1,000-10,000 ล้านบาท เข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1”

แนวโน้มค่าตอบแทนขยับสูงขึ้น

การปรับค่าตอบแทน ปี 2565/2566 มีแนวโน้มจะขยับสูงขึ้น เพราะไทยมีทิศทางการขึ้นค่าตอบแทนคล้ายกับสหรัฐอเมริกา โดยปี 2564/2565 สหรัฐปรับขึ้นค่าตอบแทน 4% และคาดว่าจะสูงกว่า 4% ในปีถัดไป

  • สำหรับการปรับเงินเดือนประจำปีตามผลงาน (merit) ในปี 2566 คาดว่าขึ้นไปแตะที่ 4.27% เทียบกับปีก่อนหน้าคือ ปี 2565 ขึ้นไป 4.02%, ปี 2564 ขึ้นไป 3.93%, ปี 2563 ขึ้นไป 4.58% และปี 2562 ขึ้นไป 5.06%
  • ขณะที่โบนัสคง (fixed bonus) ที่ในปี 2566 คาดการณ์จ่าย 1.44 เดือน ในปี 2565 เทียบกับปีก่อนหน้าคือจ่าย 1.36 เดือน ปี 2564 จ่าย 1.32 เดือน ปี 2563 จ่าย 1.41 เดือน และปี 2562 จ่าย 1.38 เดือน
  • โบนัสผันแปร (variable pay) ในปี 2566 คาดการณ์จ่าย 2.31 เดือน เทียบกับปีก่อนหน้าคือ ปี 2565 จ่าย 2.52 เดือน, ปี 2564 จ่าย 2.45 เดือน, ปี 2563 จ่าย 2.7 เดือน และปี 2562 จ่าย 2.73 เดือน

3 อันดับธุรกิจที่มีแนวโน้มปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีตามผลงานสูงสุด ในปี 2566 มีอันดับใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ได้แก่

  • ทรัพยากร 5%
  • พาณิชยกรรมและบริการ 4.58%
  • เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 4.54%

ขณะเดียวกัน 3 อันดับธุรกิจที่มีแนวโน้มจ่ายโบนัสคงที่สูงสุด ในปี 2566 ได้แก่

  • อุปโภคบริโภค 2.40 เดือน
  • ยานยนต์ 1.85 เดือน
  • ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 1.45 เดือน

3 อันดับธุรกิจที่มีแนวโน้มจ่ายโบนัสผันแปรสูงสุด ในปี 2566 ได้แก่

  • ยานยนต์ 3.57 เดือน ยังคงเป็นแชมป์โบนัสกระเป๋าหนักอย่างต่อเนื่อง
  • ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 2.83 เดือน
  • เทคโนโลยี 2.47 เดือน

ในส่วนของการปรับเงินเดือนประจำปีตามผลงานทุกอุตสาหกรรม ประจำปี 2566 ค่าเฉลี่ย 4.27% สูงสุด 7.0% ต่ำสุด 1.60%

  • การจ่ายโบนัสคงที่ทุกอุตสาหกรรม ประจำปี 2566 ค่าเฉลี่ย 1.36 เดือน สูงสุด 1.44 เดือน
  • การจ่ายโบนัสผันแปรทุกอุตสาหกรรม ประจำปี 2566 ค่าเฉลี่ย 2.31 เดือน สูงสุด 2.52 เดือน

ขณะที่ 3 อันดับแรกของการจ่ายเงินได้อื่นที่ได้รับความนิยม ได้แก่ โบนัส 96.4% เบี้ยขยัน 56.3% และค่าตำแหน่งที่รั้งมาอันดับ 3

5 อาชีพทำเงิน และตำแหน่งหาคนยาก

นายวรกิตกล่าวว่า การบริหารค่าตอบแทนรวมยังคงยึดแบบแผนหลักอย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือ ให้น้ำหนักกับเงินเดือน 68% แล้วตามด้วยโบนัสคงที่ รายได้อื่น เบี้ยกันดาร และสวัสดิการ ตามลำดับ

สำหรับปี 2565 ที่กำลังจะสิ้นสุดลง ตำแหน่งงานที่มีการจ่ายสูงสุด โดยใช้ตัวเลขที่ P50 ซึ่งเป็นค่ากลางของตลาดแรงงาน (midpoint หรือ market trend) ได้แก่

  • ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน 305,457 บาท (สายงานบริหาร)
  • หัวหน้าแผนกขายต่างประเทศ 130,750 บาท (สายงานซูเปอร์ไวเซอร์)
  • เลขานุการผู้บริหารระดับสูง 113,050 บาท (สายงานวิชาชีพ)
  • หัวหน้ากะผลิต 47,646 บาท (สายงานผลิต)

สำหรับ 5 อาชีพที่มีค่าวิชาชีพสูงสุด นอกเหนือจากค่าตอบแทน ได้แก่

  • ล่าม 30,000 บาท
  • วิศวกร 20,000 บาท
  • เภสัชกร 14,000 บาท
  • สถาปนิก 12,000 บาท
  • ทนายความ 10,000 บาท

อีกข้อมูลที่น่าสนใจ จากการสอบถามกลุ่มเป้าหมาย ถึงกลุ่มพนักงานที่หาคนทดแทนได้ยาก 9 อันดับแรก ได้แก่ ไอที, การขายและการตลาด, งานผลิต, บัญชีและการเงิน, พัฒนาธุรกิจ, กฎหมาย, กลยุทธ์องค์กร, HR และโลจิสติกส์

4 แนวโน้ม นายจ้างบริหารค่าตอบแทน

PMAT วิเคราะห์ 4 แนวโน้มที่สำคัญของการบริหารค่าตอบแทน ปี 2566 ในประเทศไทย ได้แก่

1. มีการปรับเปลี่ยนจากการจ่ายค่าตอบแทนคงที่ ไปเน้นการจ่ายค่าตอบแทนจากแรงจูงใจ (performance-driven incentives)

2. การจ่ายค่าทักษะในงาน (skills-based pay) ทั้งการเพิ่มทักษะเดิมให้ดีขึ้น (up-skill) และการสร้างทักษะใหม่ (re-skill)

3. หันมาเน้นสวัสดิการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (well-being benefits)

4. เปิดทางให้พนักงานได้เลือกสวัสดิการ ผลประโยชน์เกื้อกูล ที่เหมาะสมกับพนักงานแต่ละคน (flexible/ personalized benefits)

“ในแง่ของการจ่ายเงินเดือนที่เป็น basic salary ผู้ประกอบการระดับกลางและล่าง เริ่มกลับมาจ้างงานมากขึ้น สังเกตได้จากมีการปรับเงินเดือนสูงขึ้นจากปี 2564 ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของไทย จีดีพี 3% กว่า ๆ ใกล้ 4% อัตราเงินเฟ้อลดลง จาก 6.3% เหลือ 2.4% อัตราว่างงานก็ลดลง จาก 1.93% เหลือ 1.37% ปี 2566 จึงถือว่าเป็นอีกปีที่มีสัญญาณเชิงบวกจากหลายปัจจัย ที่ส่งผลดีต่อการจ้างงานและจ่ายค่าตอบแทนโดยรวม” นายวรกิตกล่าวสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...