เปิดสเป็กหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า เข้าไทยแล้ว 20 คัน
“หัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า” ส่งมอบให้ไทยระยะที่ 1 รวม 20 คัน เปิดคุณสมบัติที่ควรรู้ก่อนใช้แทนรถจักรเดิม
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย รับมอบหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า (Diesel Electric Locomotive) โครงการจัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า น้ำหนักกดเพลา 16 ตัน/เพลา พร้อมอะไหล่ ระยะที่ 1 จำนวน 20 คัน จากกิจการร่วมค้า เอสเอฟอาร์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา
“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดคุณสมบัติและคุณลักษณะของหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า ดังกล่าว หลังได้รับมอบมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565
หัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า ใครผลิต
หัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า ผลิตโดยบริษัท ซีอาร์อาร์ซี ซิชูเยียน (CRRC Qishuyan) ผู้ผลิตรถจักรดีเซลชั้นนำของประเทศจีน และมีเครื่องยนต์ที่ผลิตจากประเทศเยอรมนี
หัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า นำเข้าเพื่ออะไร
เป็นหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้ารุ่นใหม่ คุณภาพสูง ถูกผลิตเพื่อนำมาใช้ทดแทนรถจักรเดิม ที่มีอายุการใช้งานมายาวนาน และบางคันมีการใช้งานมากกว่า 50 ปี อีกทั้งจะส่งผลให้มีหัวรถจักรเพียงพอต่อการให้บริการและเพื่อรองรับโครงการรถไฟทางคู่ที่ทยอยเปิดใช้งานในอนาคต
จุดเด่นของหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า
หัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า ได้ถูกออกแบบเพื่อให้มีสมรรถนะการใช้งานที่ดีกว่าเดิม โดยมีลักษณะเด่น ดังนี้
- ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย
- มีกำลังของเครื่องยนต์สูงสุดที่ 3,263 แรงม้า (2,400 kW) ทำให้สามารถลากจูงขบวนรถโดยสารน้ำหนัก 550 ตัน
- มีสมรรถนะในการลากจูงขบวนรถโดยสารได้ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- มีสมรรถนะในการลากจูงขบวนรถสินค้าที่ความเร็วสูงสุด 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- มีการติดตั้งระบบห้ามล้ออัตโนมัติ (Automatic Train Protection – ATP) รองรับกับมาตรฐาน ETCS level 1 : (European Train Control System: ETCS) ทำให้การซ่อมบำรุงรักษาที่ง่ายขึ้นกว่ารถจักรแบบเก่า
- มีเครื่องยนต์รถจักร ผลิตจากประเทศเยอรมนี ซึ่งมีค่ามาตรฐานในการปล่อยควันไอเสียต่ำตามมาตรฐานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ติดตั้งระบบกล้อง CCTV เพื่อบันทึกเหตุการณ์ด้านหน้ารถจักรและเครื่องพ่วงเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินรถ
ไทม์ไลน์ส่งมอบหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า
ที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้เปิดประกวดราคา และลงนามในสัญญาในโครงการจัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า น้ำหนักกดเพลา 16 ตัน/เพลา พร้อมอะไหล่ จำนวน 50 คัน วงเงิน 6,525 ล้านบาท โดยมีกำหนดระยะเวลาการส่งมอบรถจักรแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้
- ระยะที่ 1 จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คัน ภายในระยะเวลา 540 วัน นับจากวันลงนาม หรือภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2565
- ระยะที่ 2 จำนวนที่เหลืออีก 30 คัน ส่งมอบภายใน 915 วัน นับจากวันลงนาม หรือ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566
นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า โครงการจัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้าดังกล่าว จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพราะถือเป็นรถจักรที่มีความทันสมัย มีสมรรถนะการใช้งานที่ดีกว่าเดิม ซึ่งช่วยให้ทั้งการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารมีความรวดเร็ว ปลอดภัย รวมถึงช่วยสร้างโอกาสในการหารายได้ของการรถไฟฯ และเสริมศักยภาพการขนส่งทางรางให้กับประเทศ