จำคุกสมหญิง บัวบุตร 3 ปี 4 เดือนปรับ 1 แสน คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล
จำคุกสมหญิง บัวบุตร 3 ปี 4 เดือนปรับ 1 แสน คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล แต่พฤติการณ์มี้หตุบรรเทาโทษและรอลงอาญา 3 ปี
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช้าวันที่5กย. ศาลมีคำพิพากษาคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง นางสมหญิง บัวบุตร อดีต สส.อำนาจเจริญ ,นายชินภัทร ภูมิรัตน ,นายอดุลย์ กองทอง ,ห้างหุ้นส่วนจำกัด จี โอ โอ ดี ,นายอนุชา หรือนนทชิต วงศ์มณีรัตน์ ,บ.ที วี เอ็น เทคโนโลยี จำกัด ,น.ส.พรเพ็ญ ภิรมย์กิจ ,บ.วายอีอี จำกัด,นายยี พณิชยา ,บ.สปอร์ต แอนด์ เกม จำกัด ,น.ส.เบญจพันธ์ บุญบงการ ,นายพิพัฒน์ กาลพัฒน์ เป็นจำเลย ที่ 1-12ฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นเจ้าพนักงานจัดการรักษาทรัพย์ทุจริต และพรบ.เสนอราคาไม่เป็นธรรม
อัยการฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อำนาจเจริญ จำเลยที่12 ดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนโนนม่วงโนนจิก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเดือนพ.ย. 54- ม.ค. จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 เข้าไปพิจารณาคำขอเพิ่มเติมงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำเลยที่ 1 กำหนดรายชื่อโรงเรียน จัดทำบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ พ.ศ.2555 (ใบโควตา) เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนให้เข้าร่วมฟังจำเลยที่ 12 ชี้แจงและแจกแผ่นซีดีและตัวอย่างเอกสารการจัดทำโครงการ จำเลยที่ 3 ยอมรับการจัดสรรงบประมาณ โดยไม่ทักท้วง ที่มาของงบประมาณ ไม่วิเคราะห์ความขาดแคลน ความจำเป็นเร่งด่วนของโรงเรียน 12 แห่ง พวกจำเลยอื่นๆในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและกรรมการผู้จัดการยื่นซองประกวดราคาหมุนเวียนเป็น คู่เปรียบเทียบราคากัน อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
โดยจำเลยที่ 11 แต่งตั้งจำเลยที่ 4,6,8 เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัทในครั้งเดียวกัน จำเลยที่ 9,11 มีความสัมพันธ์อันถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบการรายเดียวกัน จำเลยที่4 ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับโรงเรียน 6แห่ง และจำเลยที่6 ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับโรงเรียน 3 แห่ง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จปรากฏว่าแผ่นยางสังเคราะห์บวมโก่งงอ ไม่สามารถต้านแรงลมได้ จึงเป็นการกระทำการทุจริต ขอให้ลงโทษจำเลยจำเลยทั้งสิบสองให้การปฏิเสธ
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเห็นว่า จำเลยที่2 มีบันทึกข้อความขอเพิ่มงบประมาณจากคำของบประมาณเดิมที่ถูกปรับลด ซึ่งไม่ปรากฏคำขอเพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอล ต่อมาคณะรัฐมนตพฤติการณ์จึงบ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า จำเลยที่2 ใช้อำนาจจัดสรรงบประมาณไปตามใบโควตา อันเป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการที่กำหนดให้ต้องใช้ข้อมูลประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรโดยการประสานงานจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ได้กระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือกรรมาธิการมีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายก่อสร้างสนามฟุตซอล อันเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายแก่ผู้อื่นจากงบประมาณนั้น ย่อมเป็นการกระทำโดยทุจริตและเป็นการดำเนินการไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ สพฐ. และราชการ
ส่วนจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 2 เสนอคำของบประมาณเพิ่มเติมตามคำขอเดิมทั้งหมด จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการเสนอตามความประสงค์ของจำเลยที่ 1 ที่จำเลยที่ 1 มีส่วนร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเป็นเพียงการพิจารณาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของ สพฐ. นั้น บัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณมีรายชื่อสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเพียงบางราย แสดงให้เห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎผู้ใดที่ไม่ประสงค์จะเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณก็จะไม่มีรายชื่อในบัญชีดังกล่าว แม้จำเลยที่ 1 เพิ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกได้เพียง 3 เดือนเศษ ก็ไม่มีเหตุผลที่บุคคลอื่นจะอ้างชื่อจำเลยที่1 ขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนทั้ง 15 แห่ง ล้วนแต่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เลือกตั้งของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น การที่มีรายชื่อจำเลยที่ 1 ปรากฏในบัญชีดังกล่าว จึงเป็นข้อพิรุธ
แต่จำเลยที่1 กลับยืนยันว่าป็นงบประมาณเพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอล จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้มีการดำเนินการตามใบโควตา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ของ สพฐ. อันเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนในการใช้เงินงบประมาณโดยมิชอบแล้ว
ส่วนจำเลยอื่นๆนั้น ไม่ปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณ จึงฟังไม่ได้ว่ามีกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะจำเลยที่ 2 กระทำความผิด ปัญหาต่อไปว่า จำเลยที่ 1-12 กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้ว หรือไม่เห็นว่า ไม่มีพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของโรงเรียนในสังกัด สพป.อำนาจเจริญ ส่วนจำเลยที่2 มีหนังสือแจ้งกรอบวงเงินที่จะจัดสรรเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่2 ไปพบหรือติดต่อกับ ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัด สพป.อำนาจเจริญตลอดจนผู้เสนอราคารายใด รวมทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่2 เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ จึงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่2 กระทำความผิดในส่วนนี้ด้วย
เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวการในการกระทำความผิดตามตาม พ.ร.บ. ฮัั้ว จำเลยที่ 2-12 จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่1
สำหรับจำเลยที่4-11 เห็นว่าเอกสารแนบท้ายประกาศประกวดราคาจ้างกำหนดกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้รวมถึงหนังสือซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการมีหรือใช้สนามฟุตซอล อันเป็นการเอื้อประโยชน์แก่จำเลยที่4,6,8 อย่างเจาะจงมีผลการกีดกันผู้เสนอราคารายอื่นไม่ให้เข้าเสนอราคาอย่างเป็นธรรมเนื่องจากอาจไม่สามารถจัดหาหนังสือเหล่านี้มาได้โดยมีการแต่งตั้งจำเลยที่ 4,6,8 เป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือดังกล่าวในช่วงเวลาที่ใกล้กับการแจ้งจัดสรรงบประมาณของ สพฐ. ส่อให้เห็นว่ามิใช่การประกอบการค้าอย่างปกติอีกทั้งจำเลยที่ 4,6,8 ต่างก็ใช้เอกสารหนังสือรับรองจากจำเลยที่ 10 และเป็นเอกสารฉบับเดียวกัน โดยเอกสาร ดังกล่าวไม่มีข้อความย่อหน้าสุดท้ายเหมือนกัน ชี้ชัดว่าจำเลยที่ 4,6,8 ร่วมกันจัดเตรียมเอกสารที่ใช้ในการ ยื่นประกวดราคาด้วยกัน และมีการยื่นเอกสารประกวดราคาของจำเลยที่ 4,6,8 รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจโดยจำเลยที่ 5 เป็นผู้ว่าจ้างบุคคลกลุ่มเดียวกัน แสดงให้เห็นชัดเจนว่า4-9 คบคิดร่วมกันในการเสนอราคามาตั้งแต่ต้น ส่วนจำเลยที่ 10-11 นั้นแม้จะไม่ได้ยื่นซองประกวดราคาและเข้าร่วมในการเสนอราคา(เคาะราคา) ด้วย แต่จำเลยที่10-11 เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสนอราคาของจำเลยที่ 4,6,8 ด้วย เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายหนังสือที่ต้องใช้ในการประกวดราคา แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายแผ่นยาง สังเคราะห์อันเป็นวัสดุสำคัญในการก่อสร้างสนามกีฬา การช่วยเหลือจัดหาหลักประกันในการยื่นซองประกวดราคา
ส่วนจำเลยที่ 7 ทราบถึงการเข้ามาเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 6 แต่แรกแล้ว ข้ออ้างที่ว่าไม่ได้อ่านเอกสารนั้น ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง
สำหรับจำเลยที่12 ได้เข้าไปมีส่วนสำคัญในการชี้แจงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้าง มีการแจกซองเอกสารระบุชื่อโรงเรียนและแผ่นซีดีที่มีข้อมูลการจัดทำเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง อันบ่งชี้ว่ามีการวางแผนตระเตรียมการล่วงหน้าจนนำไปสู่การกำหนดร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะให้มีรายการหนังสือเป็นเงื่อนไขในการประกวดราคา เป็นช่องทางอย่างหนึ่งที่ทำให้มีการกีดกันมิให้บุคคลอื่นเข้าประมูล
จำเลยที่12 โทรศัพท์ไปหา ผอ.โรงเรียนในลักษณะแสดงความไม่พอใจ นับว่าผิดปกติวิสัยของ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการร่วมกันเสนอราคาเป็นอย่างยิ่ง จึงแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 12 มีส่วนพยายามกีดกันผู้อื่นเช่นกัน
จึงพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามป.อาญา มาตรา151 จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม มาตรา 151 และพ.ร.บ.ฮั้วประมูล จึง
ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 3ปี 4เดือน และปรับ100,000 บาท และจำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี และปรับ 150,000 บาท และให้จำคุกจำเลยที่5,7,9,11 คนละ 2 ปี และปรับจำเลย(นิติบุคคลกับผู้แทน))ที่4,6,8,10 เป็นเงินคนละ 22,467,500 บาท ทางนำสืบของจำเลยที่ 4-11 มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คงจำคุก จำเลยที่ 5,7,9,11 คนละ1 ปี 4 เดือนและปรับจำเลยที่ 4,6,8,10 คนละ 14,978,333.33บาท และจำคุกจำเลยที่ 12 รวม2 ปี
ทั้งนี้ องค์คณะเห็นว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกได้เพียง 3 เดือนเศษ และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์อย่างใดหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 นำคณะครูไปยังสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 เพื่อแจ้งปัญหาการก่อสร้างสนามฟุตซอลไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการบอกเลิกสัญญาในบางโรงเรียน เป็นการระงับยับยั้งไม่ให้เกิดความเสียหาย ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่าได้รับประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน คงกระทำความผิดไปตามเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการว่าจะต้องใช้ข้อมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรโดยการประสานงานจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจำเลยที่ 2 มุ่งหวังจะให้มีการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย (งบแปรญัตติ) เพิ่มเติมให้แก่หน่วยงานในสังกัดของตนเท่านั้น ต่อมาได้มีการสร้างสนามฟุตซอลเพื่อประโยชน์ของโรงเรียนจริง โดยจำเลยที่ 2 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ประกอบกับจำเลยที่2 อายุ 71 ปีเศษ ปฏิบัติหน้าที่ราชการมาเป็นเวลานาน นับว่ามีคุณงามความดีมาก่อน ส่วนจำเลยที่ 7 เป็นเพียงแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็กทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่1,2,7 ได้รับโทษจำคุกมาก่อน
จึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่1,2,7ไว้มีกำหนด คนละ3ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 3ทุกข้อหา .