โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ‘ตับพัง’ กับการกินสมุนไพร

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 ต.ค. 2567 เวลา 19.59 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2567 เวลา 12.59 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีหลากหลายข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการตับพัง “ตับพัง” คืออะไร มีอาการอย่างไร และการกินสมุนไพรจะส่งผลเสียต่อตับหรือไม่ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ศ.ดร.นพ.ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคตับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

“ตับ” เป็นอวัยวะที่สำคัญ เวลากินอะไรก็ตาม มีการย่อยในกระเพาะอาหาร หลอดเลือดในทางเดินอาหารจะนำสารอาหารเข้าไปสู่ตับ ถ้าตับเกิดแพ้สารอาหารเรียกกันว่า “ตับอักเสบ”

ตับอักเสบ ไม่แสดงอาการ ?

เนื่องจากตับเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ หนักประมาณ 1 กิโลกรัม เวลาตับเกิดการอักเสบ หรือเกิดการทำลายไปบางส่วนก็จะมีการทำงานทดแทนกันได้

ตับของคนเราเกิดการอักเสบมักจะไม่มีอาการ ทำให้ไม่รู้ตัวว่าตับในร่างกายเกิดการอักเสบ

ถ้าตับถูกทำลายไปมาก ๆ ก็อาจเริ่มมีอาการเพลีย ไม่ค่อยมีแรง เหนื่อยง่าย มีปัสสาวะสีเหลืองเข้มขึ้น ถ้าสังเกตดี ๆ พอเหลืองมาก ๆ จะสังเกตที่ตาขาวก็จะเหลืองขึ้น ที่บอกว่าถ้ามีโรคตับแล้วก็จะมีตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน)

อาการหลัก ๆ ในคนที่เป็นโรคตับรุนแรง เลือดจะไม่แข็งตัว หรือเลือดแข็งตัวผิดปกติ และมีเลือดออกตามร่างกาย บางคนเกิดอาการสับสน ซึม จนถึงขั้นหมดสติ หรืออารมณ์แปรเปลี่ยนไป อาจจะมีขาบวม ท้องบวม มีน้ำในท้อง เหล่านี้เป็นอาการหลัก ๆ

ถ้าเป็นโรคชนิดเฉียบพลันรุนแรงจริง ๆ อาจจะเสียชีวิตภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว 1 พันคนอาจจะเกิดอาการรุนแรงไม่กี่คน และคนส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการ

การกินสมุนไพรส่งผลต่อตับอย่างไร ?

คนที่กินสมุนไพรเข้าไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็จะเกิดภาวะตับอักเสบขึ้น หรืออาจจะยาวกว่านั้นก็ได้ แล้วแต่สารที่กินเพราะแต่ละคนตอบสนองกับสมุนไพรไม่เหมือนกัน เมื่อมีตับอักเสบแล้วค่าตับก็จะสูงขึ้น หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะเริ่มแสดงอาการ แต่ถ้าหยุดยาสมุนไพรค่าตับก็จะเริ่มดีขึ้น ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์เป็นต้นไปจนถึงเป็นเดือน หลังจากนั้นก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นไป

กรณีกินสมุนไพร มีหลายคนกังวลว่า“กินยาฟ้าทะลายโจร จะทำให้ตับพัง”

เรื่อง “ฟ้าทะลายโจร” อาจจะไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อไวรัส จึงไม่ควรจะใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันโรค หรือกินติดต่อกันนานหลายวัน แต่ควรกินเฉพาะช่วงสั้น ๆ เพราะถ้าเกิดปัญหากับตับขึ้นจริง ๆ หยุดยาปั๊บที่ 5 วัน ตับก็มักจะดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนได้เองอยู่แล้ว

ยาสมุนไพรที่ใช้กันในประเทศไทย อย่าง “ฟ้าทะลายโจร” ก็ไม่ได้อันตรายมาก งานวิจัยฟ้าทะลายโจรส่วนใหญ่จะชี้ให้เห็นว่าเป็นการลดการอักเสบเพื่อป้องกันตับด้วยซ้ำไป (ใช้ในขนาดที่พอเหมาะ) แต่ก็มีงานวิจัยที่ชี้ชัดว่าถ้าได้รับฟ้าทะลายโจรขนาดที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้ค่าตับสูงขึ้นได้

สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือได้กินสมุนไพรฟ้าทะลายโจร “ของจริง” หรือไม่ ?

ปัจจุบัน มีผู้ผลิต “ฟ้าทะลายโจร” จำหน่ายจำนวนมาก และสิ่งที่ได้มานั้น “ฟ้าทะลายโจรจริงหรือไม่”

มีข่าวออกมาว่ามี “ฟ้าทะลายโจร” ผสม “บอระเพ็ด”

ตัวที่อันตรายคือ“บอระเพ็ด” เพราะมีรายงานว่าบอระเพ็ดที่พบนั้นสามารถทำให้ตับวายอย่างรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือการไม่กินสมุนไพรต่าง ๆ ในระยะเวลานานเกินไป เพราะกินช่วงสั้น ๆ ไม่น่ากังวลมาก แต่ขอให้มั่นใจว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสกัดมาอย่างเหมาะสม ไม่ปนเปื้อนสารอื่น ๆ

คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับอยู่แล้ว จะกินยาหรือสมุนไพรอะไร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ?

คนที่เป็นโรคตับต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การกินยาสมุนไพรโดยที่ไม่รู้ว่ามีองค์ประกอบอะไรอยู่บ้าง ถ้ามีอะไรก็ตามไปทำลายตับเพิ่มขึ้นอีกนิดเดียวตับก็จะทรุดลงอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ถ้ามีคนแนะนำให้กินสมุนไพร แต่ยังไม่มั่นใจขอให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอยู่

การกินผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ควรหมั่นสังเกตตัวเองเป็นประจำ เพราะหากเกิดผลข้างเคียงใด ๆ จะทำให้รักษาได้ทันท่วงที

สัมภาษณ์โดย ณัฐวัฒน์ จิตรมั่น

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ‘ตับพัง’ กับการกินสมุนไพร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...