โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สพฐ.เตรียมดึง ตร.พิสูจน์หลักฐานร่วมสอบปมครูสาวชื่อหาย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 ก.ย 2567 เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 07.13 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ศธ. 20 ก.ย. – สพฐ.เผยเตรียมดึงตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบกรณีครูสาวได้ที่ 1 ชื่อหาย เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น-โปร่งใสทุกกระบวนการ

นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) และรองโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับมอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการชี้แจงข้อเท็จจริงการเลื่อนแถลงผลสอบกรณีคุณครูสอบตำแหน่งพนักงานราชการได้ลำดับที่ 1 แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงประกาศและชื่อหายไป โดย สพฐ.ได้นัดหมายสื่อมวลชนแถลงข่าวผลการสอบในวันที่ 20 กันยายน 2567 และได้มีการแจ้งเลื่อนการแถลงออกไปนั้น

นายธีร์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นนี้ สพฐ.ขออภัยที่ได้มีการเลื่อนแถลงข่าวในวันนี้ โดยขอชี้แจงว่า ตั้งแต่ทราบเรื่อง สพฐ. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงโดยทันที และกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานและได้รับผลการสืบเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ยุติธรรม ตรงไปตรงมา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สพฐ.เห็นว่าควรให้หน่วยงานกลางภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย จึงมีมติว่าจะทำหนังสือถึงสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย ขณะเดียวกัน ศธ.ก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกชุด ที่ประกอบด้วยผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ เข้ามาร่วมตรวจสอบอีกทางหนึ่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่ากระบวนการตรวจสอบทั้งหมดมีความโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจและคณะกรรมการของ ศธ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สพฐ.จะดำเนินการแถลงผลการสอบให้สาธารณชนทราบต่อไป โดยจะเชิญคุณครูเบญญาภา พร้อมเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมในการแถลงผลการสอบด้วย เพื่อให้ความกระจ่างและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และเป็นมาตรฐานสำหรับการดำเนินการในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ให้มีความถูกต้องตรงกันต่อไป.-416-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...