โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : TIDLOR แปลงร่างเป็น “ติดล้อ โฮลดิ้งส์" มั่นใจสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้ดีขึ้น

Share2Trade

อัพเดต 12 ก.ย 2567 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2567 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) ปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นโฮลดิ้ง คอมพานี เดินหน้าสร้างการเติบโตให้ธุรกิจและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเป็นโฮลดิ้ง คอมพานี คือ บริษัทที่มีการประกอบธุรกิจโดยมีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก และไม่มีการประกอบธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญเป็นของตัวเอง เป็นวิธีการในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อีกแนวทางหนึ่ง สะท้อนจากมุมมองของ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR)
“ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล” ที่ระบุว่า บริษัทเดินหน้าในการปรับโครงสร้างธุรกิจเป็น Holding Company โดยอยู่ระหว่างการยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่า "ติดล้อ โฮลดิ้งส์" จะตั้งโต๊ะทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (Tender Offer) จากผู้ถือหุ้นเดิม โดยวิธีการแลกหุ้นที่อัตรา 1:1 และคาดว่าจะกระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/67
หลังจากการเปลี่ยนเป็น "ติดล้อ โฮลดิ้งส์" แล้ว บริษัทยังคงมั่นใจว่า ผลการดำเนินงานยังคงทำได้ดีอย่างต่อเนื่องในปี 68 และได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้ค่าใช้จ่ายภาษีของบริษัทลดลง
ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานหลังจากปรับเป็น Holding Company และยังคงมั่นใจว่าสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลตอบแทนจากเงินปันผล และจะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ จากการที่สามารถเพิ่มความยืดหยุ่นในการจ่ายปันผลเป็นเงินสดได้มากขึ้น ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม
การเป็นโฮลดิ้งยังเพิ่มโอกาสในการสร้างพันธมิตรผ่านการควบรวมกิจการ หรือการร่วมลงทุน ที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะการมองหาโอกาสขยายธุรกิจในอาเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของบริษัท แต่ยังอยู่ระหว่างการมองหาโอกาสการลงทุนที่ดีเข้ามา หรือหากมีความร่วมมือกับกลุ่ม MUFG หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกและทั่วภูมิภาค ก็พร้อมที่จะเข้าไปร่วมในการขยายธุรกิจไปยังประเทศต่าง ๆ
นอกจากนี้อีกหนึ่งธุรกิจที่มีการเติบโต คือ ธุรกิจนายหน้าขายประกัน ภายใต้แบรนด์ประกันติดโล่ (ชื่อเดิม ประกันติดล้อ) , อารีเกเตอร์ (Areegator) และ "เฮ้กู๊ดดี้" (heygoody) ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการขยายการเติบโต และเป็นการสร้างความสมดุลให้กับธุรกิจของบริษัท จากการที่ธุรกิจหลักเดิมเน้นการปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่มีความเสี่ยงและมีความผันผวน การมีธุรกิจนายหน้าขายประกัน เป็นธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง และตลาดประกันถือว่ามีมูลค่าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะประกันวินาศภัยที่มูลค่าสูงถึง 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีโอกาสในการขยายธุรกิจการขายประกัน
บริษัทตั้งเป้ามีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนายหน้าขายประกันในอีก 3 ปีข้างหน้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของรายได้รวม และมั่นใจว่าเบี้ยประกันรับรวมในปี 67 จะแตะที่ 1 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 20% จากปีก่อนที่มีเบี้ยประกันรับรวม 8.7 พันล้านบาท
สำหรับธุรกิจหลักของบริษัท คือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความผันผวน และมีหนี้สินครัวเรือนที่สูง กำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลัก โดยเฉพาะสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ยังเห็นแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าสิ้นปี 67 จะอยู่ที่ 2% จากปัจจุบันที่ 1.8% แต่ยังต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ 3% และเป็นระดับที่ยังไม่น่ากังวล
อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงต้องเดินหน้าในการควบคุม NPL เพื่อทำให้คุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น และไม่ส่งผลกระทบต่อ Credit cost ที่สูง ซึ่งมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท จึงมีผลต่อการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น และทำให้การปล่อยสินเชื่อของบริษัทชะลอตัวลงไปบ้าง จากการที่เน้นมาควบคุมและบริหารจัดการคุณภาพของพอร์ตลูกหนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...