โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทฤษฎี ‘แมวอิเหนา’ ขึ้นมาเป็นแถวหน้าของอาเซียน

Play Now Thailand

อัพเดต 12 ก.ย 2567 เวลา 21.01 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2567 เวลา 23.00 น. • KhelNow Thailand

“แมวจะสีอะไรไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้ก็พอ”

คำคมอมตะในยุคที่ เติ้ง เสี่ยว ผิง อดีตผู้นำจีน ใช้นำมาพลิกประเทศจีนอันเป็นการเริ่มต้นเดินเข้าสู่ระบบทุนนิยมเสรีโลก

แน่นอนว่า ด้วยทรัพยากรบุคคลมหาศาล ทำให้แมวในร่างคนที่อดีตผู้นำจีนกล่าวเอาไว้มีให้เลือกมากมาย แม้ว่าแมวบางตัวจะมีคุณสมบัติบางประการที่ขัดกับหลักการของพรรคคอมมิวนิสต์ก็ตาม

แต่การที่แมวตัวนั้นถูกคัดเลือกมาในเบื้องต้นแล้วว่าจับหนูได้ และ ตัองจับเก่งกว่าแมวที่จับหนูเป็นทั่วไป แมวตัวนั้นจึงเหมือนกับทุกตัวที่ผ่านการคัดเลือกมาให้ท่านผู้นำ นั่นก็คือมีทักษะในการจับหนูในขั้นดีเยี่ยม

แล้วอาจจะดีเยี่ยมกว่าแมวที่เป็นที่นิยมตามปกติด้วยซ้ำไป เพราะการมาของแมวต่างสี ต่างพันธุ์ ต่างชาติ ต่างอุดมการณ์ ย่อมต้องมีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าแมวชั้นดีที่มีอยู่แล้วด้วย

ทีมชาติอินโดนีเซียชุดสู้ศึกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 ก็เช่นกัน

ภายหลังเคยเป็นชาติแรก และ ชาติเดียวของอาเซียนที่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 1938 ที่ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะทีมที่พร้อม และ ในฐานะประเทศอาณานิคมของนักล่าอาณานิคมในยุคก่อนหน้าอย่างเนเธอร์แลนด์

แม้จะใช้ชื่อทีมตอนไปแข่งว่า Dutch East Indies แต่พวกเขาใช้แต่คนท้องถิ่นของตนเองไปแข่งขัน และ หอบเอาประสบการณ์กลับบ้านเกิดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ออกมาในรูปแบบของสถิติ กับ ความทรงจำ แต่ไม่ใช่การนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนา

นอกจากฟุตบอลโลก 1986 รอบคัดเลือก ที่อินโดนีเซียผ่านรอบแรกจนไปโดนทีมชาติจีนถล่มยับ 2 นัด ตกรอบสอง ตลอดจนฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งอื่นๆ อินโดนีเซียก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง อย่างรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 ถึงกับไม่ชนะใครเลย

ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลของพวกเขาจึงตัดสินใจใช้แมวสายพันธุ์อื่นมาผสมจนเป็นทีม

การเป็นชาติที่มีประชากรมากสุดในอันดับต้นๆ ของเอเชีย และ การที่เคยเป็นชาติอาณานิคม ทำให้พวกเขามีตัวเลือกหลากหลายจากการคัดเลือกที่เปลี่ยนไปจากเดิม

การยอมละแนวทางที่สร้างเอาไว้เป็นรากฐานอย่าง การฟื้นฟูทักษะตั้งแต่เยาวชน การปรับปรุงแทคติกฟุตบอล หรือ การวางระบบลีกให้มีมาตรฐานสูง เป็นเหมือนแผนการในระยะกลาง จนถึงระยะยาว ที่จะออกดอกออกผลในวันข้างหน้า

แต่ด้วยข้อจำกัดทางชาติพันธุ์ , วิทยาศาสตร์การกีฬา และ ความเป็นจริงของฟุตบอลแห่งชาติในปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลอินโดนีเซียจึงตัดสินใจดึงตัวลูกครึ่งเข้ามาล็อตใหญ่ โดยไม่สนเสียงนกเสียงกาที่ครหาว่าไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี แต่พวกเขาสามารถมองได้ว่านี่คือแผนระยะสั้นที่เหมาะสม

เพราะทีมชาติไทยยุคทอง กับ ทีมชาติเวียดนามยุคทอง เป็นตัวอย่างที่ดีว่าเมื่อพบกับขาใหญ่เดิมๆ ทองคำแห่งอาเซียนเป็นแค่ทองคำเปลวในระดับเอเชียเท่านั้น

การสู้ด้วยสิ่งเดิมๆ จึงไม่มีวันประสบความสำเร็จได้ แล้วในเมื่อแผนระยะกลางกับระยะยาวยังไม่มีผลเกรดพรีเมียมตกลงมาให้ทันใช้ คงมีแค่ผลที่พอใช้ กับ ผลที่ดีกว่ามาใช้ปรุงทีม

การหยิบแผนระยะสั้นมาผสมผสานให้เข้ากับแผนที่วางอนาคตเอาไว้จึงเป็นนโยบายปัจจุบัน

ทีมชาติอินโดนีเซียเริ่มต้นรอบแรกด้วยการถล่มสมันน้อยร่วมย่านอย่าง บรูไน 6-0 แบบไปกลับรวม 12-0

รอบรองอยู่ร่วมกลุ่มกับ อิรัก ทีมเต็ง, เวียดนาม ขาใหญ่อาเซียน และ ฟิลิปปินส์ ต้นตำรับลูกครึ่ง

แม้จะเริ่มต้นด้วยการพ่ายยับ 1-5 ในแมตช์เยือน อิรัก และ ทำได้แค่บุกไปเสมอ ฟิลิปปินส์ 1-1 จนโดนแฟนบอลกดดันอย่างหนัก

แต่การเอาชนะ เวียดนาม ไปกลับด้วยการเปิดบ้านเฉือน 1-0 และ บุกไปชนะ 3-0 ถึงฮานอย ทำให้สถานการณ์กลับมาอยู่ในมือของพวกเขา

การเปิดบ้านแพ้ อิรัก 0-2 ทำให้แค่แฟนบอลหวาดเสียว เพราะนัดสุดท้ายเปิดบ้านเอาชนะ ฟิลิปปินส์ 2-0 คว้าตั๋วรอบสามได้สำเร็จ

ในรอบสาม อินโดนีเซีย สามารถคว้าสองแต้มจากสองนัดแรกได้สำเร็จ

นัดแรกบุกไป เสมอ ซาอุดีอาระเบีย ทีมที่ชนะ อาร์เจนตินา จากฟุตบอลโลก 2022 และ ใช้เงินมหาศาลสร้างลีกได้ 1-1 ชนิดขึ้นนำไปก่อน

นัดสองเปิดบ้านยันเสมอ 0-0 กับทีมชาติออสเตรเลียที่ตกรอบฟุตบอลโลก 2022 จากการแพ้ อาร์เจนตินา 1-2

อินโดนีเซีย จึงมีลุ้นในการรอลงแข่งกับ ญี่ปุ่น , บาห์เรน และ จีน
ในนัดต่อไป

ชาติที่เริ่มต้นการโอนสัญชาติมายกระดับฟุตบอลในช่วงยุค 90s ทั้งที่เป็นลัทธิชาตินิยมจนพัฒนามาเป็นทีมที่เอาชนะทีมระดับโลกได้อย่าง ญี่ปุ่น อาจกระดูกแข็งเกินไปสำหรับอินโดนีเซียในตอนนี้จนอาจได้แค่ 0 หรือ 1 คะแนน

ส่วน บาห์เรน แม้จะแข็งแกร่ง แต่ถ้าพวกเขาสามารถสู้กับ ออสเตรเลีย และ ซาอุฯ ได้แบบไม่แพ้ การมองไปที่ 2-4 คะแนนย่อมเป็นไปได้

ทีมชาติจีนหลุดเข้ามารอบนี้ด้วยการเฉือนทีมชาติไทย กลับกลายเป็นทีมที่ลำบากที่สุดของกลุ่มในตอนนี้ คะแนน 2-6 คะแนน ย่อมอยู่ในความคาดหวัง

จากนั้นไปลุ้นนัดที่เหลือกับการไปเยือน ออสเตรเลีย และ การรับมือ ซาอุฯ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

การติดสองอันดับแรกจนได้เป็น 6 ชาติแรกของทวีปที่ได้ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2026 แบบอัตโนมัติอาจเป็นเรื่องยาก

แต่การทำคะแนนให้ได้ที่อันดับ 3-4 เพื่อไปเล่นรอบเพลย์ออฟอันมีตั๋ว 2+0.5 ทีม ย่อมมีความเป็นไปได้

ถ้า อินโดนีเซีย ทำสำเร็จ พวกเขาสามารถเดินข้ามอาเซียนไปได้อย่างน้อยหนึ่งก้าวครึ่ง

แต่ถ้าไม่สำเร็จ พวกเขาก็ยกตัวเองขึ้นมาเป็นแถวหน้าของอาเซียนแทนสองคู่ปรับเดิมได้

จากนั้นก็หวังว่าแผนระยะสั้นของตนเองจะเดินหน้าต่อไป จนสุดท้ายได้ไปบรรจบกับอึกสองแผนในอนาคตที่ไม่ไกล

ต้นทุน เวลา และ ค่าความเสี่ยง คือการลงทุนของสมาคมฟุตบอล กับ กระทรวงกีฬาของอินโดนีเซีย

การมีเวลา มีทุน มีแผนที่ดี พวกเขาจึงสามารถเลือกแมวได้สบายๆ ทั้งแมวที่มึอยู่แล้ว กับ แมวที่กำลังผลิตขึ้นใหม่ตามแผน และ แมวที่ผ่านการฝึกฝนจากสถาบันระดับสูงอย่างฟุตบอลลีกของยุโรปมาให้เลือกใช้

ศักดิ์ศรี ชาตินิยม นั้นดี แต่บางครั้งจะดีขึ้นได้ด้วยวิสัยทัศน์ไกล และ การมองภาพด้วยความเป็นจริง เพราะโลกทุนนิยมมีทั้งดี และ ไม่ดี ก็ขึ้นอยู่ที่คนนำมาใช้ให้เป็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...