โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แม่ตั๊ก-พ่อเบียร์” จ่อมอบตัว หลังรู้ ปคบ.เตรียมขอศาลออกหมายจับ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 ก.ย 2567 เวลา 15.09 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2567 เวลา 06.47 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 29 ก.ย. – “แม่ตั๊ก-พ่อเบียร์” จ่อมอบตัว หลังรู้ตำรวจ ปคบ. เตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์ แถลงข่าวกรณีการให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีทองของแม่ตั๊ก โดยมีนายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือ เคนโด้ เจ้าของเพจเคนโด้ช่วยด้วย ในฐานะผู้รวบรวมผู้เสียหาย ร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย

ทนายเดชา กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 หน่วยงาน พบว่าแม่ตั๊กและพ่อเบียร์ สองสามีภรรยา เข้าข่ายทำความผิด 2 ข้อหา คือ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. และคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าภายใน 2-3 วัน พนักงานสอบสวนหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรืออาจจะทั้ง 2 หน่วยงาน จะขออำนาจศาลออกหมายจับแม่ตั๊กและพ่อเบียร์

นอกจากนี้พนักงานสอบสวนทั้ง 2 หน่วยงาน ยังเตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มดารา นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ ที่ร่วมไลฟ์ขายทองหรือขายสินค้าในธุรกิจของแม่ตั๊กและพ่อเบียร์ ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากการเข้าร่วมในไลฟ์ดังกล่าวเป็นตัวสนับสนุนให้ประชาชนตัดสินใจซื้อสินค้า เพราะบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือสูง ทนายเดชามองว่าการที่อ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าสินค้าที่ขายเป็นสินค้าผิดกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น และเกรงว่าจะเป็นมาตรฐานที่ไม่ถูกต้อง

นอกจาก 2 คดีที่อยู่ในมือตำรวจแล้ว ยังมีเรื่องภาษีสรรพากรและความน่าสงสัยว่าจะเข้าข่ายฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งตอนนี้กรมสรรพากร และ ปปง. ลงมาตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดแล้ว เพราะเชื่อว่าแม่ตั๊กและพ่อเบียร์ น่าจะมีบัญชีม้าหรือโยกย้ายเงินไปยังลูกน้องใกล้ชิด ส่วนตัวเชื่อว่าแม่ตั๊กและพ่อเบียร์น่าจะกลัวเรื่องภาษีและฟอกเงินมากที่สุด เพราะถึงขั้นยึดทรัพย์ได้ ส่วนคดีฉ้อโกงประชาชนเป็นเพียงข้อหามูลฐานของการฟอกเงินเท่านั้น

ทนายเดชา เปิดเผยว่า คนสนิทของแม่ตั๊กได้ติดต่อเข้ามาหาตนว่าแม่ตั๊กและพ่อเบียร์ต้องการมอบตัวต่อสู้คดี โดยในบางประเด็นที่ทำผิดจริงก็พร้อมยอมรับสารภาพและชดใช้เยียวยา ขณะนี้ทั้งคู่ยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ยังคงอยู่แถวรามอินทรา

ส่วนกรณีทรัพย์สิน โดยเฉพาะรถหรู ที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าหายไปจากบ้านนั้น ตนเชื่อว่าสาเหตุที่หายไปเนื่องจากบางคันเป็นรถไฟแนนซ์ และอาจจะเป็นรถของคนอื่น ไม่ใช่รถทุกคันเป็นกรรมสิทธิ์ของทั้งคู่ตามที่เห็นในโซเชียล

ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพตำรวจร่วมรับประทานอาหารกับสองสามีภรรยาคู่นี้นั้น จากการตรวจสอบพบว่าคนหนึ่งเป็นรองผู้กำกับของ ปคบ. ส่วนอีกนายเป็นตำรวจ สอท. ซึ่งเป็นตำรวจในสังกัดของหน่วยงานที่รับผิดชอบคดี และทำให้ผู้เสียหายบางคนนั้นเกิดความไม่มั่นใจในเรื่องของคดี ดังนั้น จึงอยากฝากถึงพนักงานสอบสวนทั้ง 2 คดีว่าขอให้พนักงานสอบสวนทำหน้าที่แทนประชาชนด้วยความเป็นกลาง ไม่ใช่ทำหน้าที่ทนายให้กับผู้ต้องหา อีกทั้งคดีนี้ควรเป็นคดีตัวอย่างให้กับผู้ที่คิดจะทำธุรกิจหลอกลวงประชาชนแบบนี้ ต้องเร่งสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินไปถึงตัวการใหญ่ด้วย เพราะเชื่อว่าคดีนี้เป็นขบวนการใหญ่ที่ต้องมีบิ๊กอยู่เบื้องหลัง ส่วนกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังแม่ตั๊กและพ่อเบียร์เป็นตำรวจยศใหญ่ในภาคใต้ ทนายเดชา กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบประเด็นนี้ ต้องขอเวลาในการตรวจสอบข้อมูล

ด้านเคนโด้ ระบุว่า จากการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย พบว่าขณะนี้มียอดผู้เสียหายจากกรณีทองแม่ตั๊ก สูงกว่า 300 ราย รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 4 ล้านบาท อีกทั้งยังพบว่าสองสามีภรรยาคู่นี้นอกจากทำธุรกิจขายทองแล้ว ยังทำธุรกิจออมทอง ขายสินค้าจำพวกอาหารเสริม และการปล่อยสินเชื่อในลักษณะของการผ่อนสินค้า ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีธุรกิจแบบนี้เกิดขึ้น เช่น ผ่อนค่าน้ำ ค่าไฟ และยิ่งไปกว่านั้นคือผ่อนทุเรียน ซึ่งลูกหนึ่งมีราคาเกือบ 5,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายที่ได้ทุเรียนไปรับประทาน

เคนโด้ เปิดเผยอีกว่า หลังจากคดีแม่ตั๊กดังขึ้นมาก็มีเคสใหม่เกิดขึ้นอีก 2 เคส ที่ร้องเรียนผ่านเพจของตน เป็นเคสเกี่ยวกับวงแชร์ มีความเสียหายกว่า 85 ล้านบาท และมีเคสขายตรงใน จ.เชียงใหม่ ที่มีความเสียหายสูงถึงพันล้านกว่าบาท ซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมผู้เสียหายและจะดำเนินการแจ้งความในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น มีรายงานข่าวระบุว่าแม่ตั๊กและพ่อเบียร์ประสานเตรียมเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่มีรายละเอียดและกำหนดการที่แน่ชัดว่าจะเข้ามอบตัวกับตำรวจหน่วยงานไหนและเมื่อไร แต่คาดว่าน่าจะภายใน 1-2 วันนับจากนี้

โดยก่อนที่ทนายเดชาและเคนโด้ จะแถลงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ทีมข่าวสำนักข่าวไทยลงพื้นที่ไปดูบรรยากาศบริเวณหน้าร้านทองของแม่ตั๊ก ถนนหทัยราษฎร์ เช้าวันนี้ (29 ก.ย.) พบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ไม่มีลูกค้ารายใดเดินทางมารอหน้าร้าน คาดว่าน่าจะทราบข่าวกันหมดแล้วว่าวันนี้ร้านปิดทำการ โดยประตูร้านติดป้ายกระดาษระบุย้ำว่า วันนี้ร้านปิดทำการ และจะเปิดให้บริการใหม่ในวันจันทร์ที่ 30 กันยายน หรือวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยจะเปิดรับจำนวน 200 คิว และรับคืนเฉพาะปี่เซียะเท่านั้น

นอกจากนี้มีการแจ้งปิดร้านผ่านเพจ Facebook ร้านทองของแม่ตั๊ก โพสต์ระบุว่า วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน ทางร้านหยุดให้บริการในการรับซื้อคืนทองคำรูปพรรณของแม่ตั๊ก.-414-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...