กสว.งัดงานวิจัย เดินหน้า 8 ยุทธศาสตร์ เร่งแก้ปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภายใน 2 ปี
กสว.เอาจริงงัดงานวิจัยขับเคลื่อนประเทศไทย เดินหน้า 8 ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เร่งแก้ปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภายใน 2 ปี
นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ว่า จากการประชุมครั้งล่าสุดที่เพิ่งผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ได้ข้อสรุปตกลงจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เบื้องต้น 8 เป้าหมายสำคัญและเร่งด่วนต้องรีบแก้ไข จะต้องบรรลุผลภายใน 2 ปี โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ไปถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 โดยยุทธศาสตร์เบื้องต้นทั้ง 8 เป้าหมาย แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านสุขภาพและการแพทย์ ประกอบด้วย 1.ประเทศไทยต้องมีเครื่องมือแพทย์ การบริการทางการแพทย์ และมียาที่ผลิต จำหน่าย และทดแทนการนำเข้า สามารถลดการนำเข้าให้ได้ กล่าวคือมีกลไกลใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปแก้ไขการแพทย์ของไทยเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ และยามูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท หรือ 10% ของมูลค่าการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในระยะเวลา 2 ปี โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พิจารณาชื่อยาในบัญชียาหลักเพิ่มเติมอีก 20 รายการที่มีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงการทำให้การประมวลผล การส่งข้อมูลเอ็กซเรย์ต่างๆ การอ่านชิ้นเนื้อมีมาตรฐานที่ดี รวดเร็ว และแม่นยำเท่าเทียมกันทั้งประเทศ นอกจากนี้ ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการผลิตและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ บริการทางการแพทย์ ยา ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ AI (Artificial Intelligence)ทางการแพทย์ โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้จำนวน 1,000 ล้านบาท
2.ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ และไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี จากสถิติที่ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี,มะเร็งตับเป็นอันดับ 1ทางการแพทย์มีเป้าหมายจะขจัดโรคมะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งตับให้หมดไปจากประเทศไทย ดังนั้น จึงนำงานวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปแก้ไขทำให้การติดเชื้อลดลง และอัตราการตายลดลงเหลือไม่เกิน 1% ด้วยวิธีการวิจัย อาทิ ทำอย่างไรไม่ให้มีพยาธิในปลาและอาหารที่กิน ทำให้อาหารกินแล้วปลอดภัยพยาธิตายแต่รสชาติอร่อยเหมือนเดิม หรือทำอย่างไรไม่ให้แหล่งน้ำที่มีพยาธิลงไปในแหล่งน้ำปกติ หรือคนที่ได้รับเชื้อทำอย่างไรไม่ให้เป็นโรค เป็นต้น ปัจจุบันมีงานวิจัยที่สามารถตรวจปัสสาวะหาเชื้อพยาธิใบไม้ตับแทนการตรวจอุจจาระ ทำได้ในราคาถูก ทั้งนี้ มีพื้นที่เป้าหมายดำเนินการลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในเขตสุขภาพที่ 7 (กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) เขตสุขภาพที่ 8 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม สกลนคร) เขตสุขภาพที่ 9 (ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์) และเขตสุขภาพที่ 10 (มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี)
นายแพทย์สิริฤกษ์ กล่าวต่อว่าเป้าหมายที่ 3 เป็นด้านเศรษฐกิจ โดยทำให้สินค้าเกษตรของไทยสามารถส่งออกไปยังประเทศยุโรปได้โดยไม่ถูกกีดกันและต้องไม่มีปัญหาเกิดขึ้นภายใต้ระเบียบ EUDR (EU Deforestation Regulation)เช่น การปนเปื้อนสารพิษ ต้องเป็น Renewable Energy 100% เรื่องของคาร์บอนเครดิต ด้วยการนำวิจัยนวัตกรรมมาหนุนเสริม อาทิ การทำมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางอาหาร ระบบตรวจสอบย้อนกลับ(Traceability) ซึ่งมีสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตร 7 ชนิด ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ถั่วเหลือง โกโก้ ไม้ และโค เป้าหมายสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 20,800ล้านบาท ภายใน 2ปี
4.ครัวเรือนในชนบทและครัวเรือนเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลงด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมาย 42,000 ครัวเรือนซึ่งเป็นจำนวนคนที่มีหนี้สินมากที่สุด จะเป็นการเข้าไปใช้วิชาการในการขจัดปัญหา แก้ปัญหาให้ตรงจุดและเกิดผลที่ชัดเจนซึ่งแต่ละครัวเรือนไม่เหมือนกัน และต้องมีเกณฑ์วัดผล โดยตั้งเป้าหมายภายใน 2 ปี รายได้สุทธิของครัวเรือนในชนบทเพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 5,000 บาทต่อเดือน(ปีละ 60,000 บาทต่อครัวเรือน)ครัวเรือนเกษตรกร 30,000 ครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้น 20% มีหนี้สินลดลงด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัย เกษตรกรสูงวัยสามารถประกอบอาชีพด้านการเกษตรต่อเนื่องโดยไม่เป็นภาระของครอบครัว คัดเลือก ปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ทันสมัย เพื่อใช้ร่วมกับภาคีเครือข่าย
ไม่น้อยกว่า 50 เทคโนโลยี สร้างกลไกการขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ และพัฒนาเกษตรกรต้นแบบเพื่อเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านหน่วยงานกลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
5.เกิดธุรกิจนวัตกรรม สตาร์ท-อัพใหม่เกิดขึ้น(SME)เป้าหมาย 10,000 ราย ภายใน 2 ปี โดยเป็นพวกพลังงานยุคใหม่ EV หรือ AI มุ่งให้เกิดรายได้ใหม่จากเป้าหมาย 5,000 ล้านบาท วิธีการตั้งแต่ 1.ช่วยให้เริ่มต้นธุรกิจหรือกิจการได้ง่ายและสะดวก 2.ขบวนการบ่มเพาะ ให้มีกลไก เทคนิคในการผลิตเบื้องต้น พื้นที่ตั้งโรงงานเพื่อทดสอบตลาดให้สามารถทำได้ และติดตามผลอย่างใกล้ชิดทุกเดือนเพื่อแก้ปัญหา ถ้าธุรกิจไหนไปได้ก็ไปต่อ ถ้าไปไม่ได้ก็ยุติ
ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเป้าหมายที่ 6 ให้ประเทศไทยปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ซึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์ IQAir(ดัชนีคุณภาพอากาศ) จัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุด พบว่าจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย มีอันดับมลพิษติดอันดับ 1 ของโลก มีค่าฝุ่นสูงถึง 191 AQI งานวิจัยนวัตกรรมที่นำมาหนุนเสริมแก้ปัญนี้ อาทิ ทำให้จำนวนวันที่มีค่าฝุ่นสูงลดลง ปริมาณสูงสุดของฝุ่นต่อวันลดลง รวมทั้งจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันต้องลดลง และวางแผนจัดการแก้ปัญหาในระยะยาว อาทิ บูรณาการวิจัยในเรื่องต่างๆ เช่น วิจัยการจัดตั้งโรงงาน,วิจัยการปลูกพืชที่ไม่ต้องเผา ลดจำนวน Hotspot จากแหล่งกำเนิดฝุ่นPM2.5 จากการเผาในที่โล่งไม่ให้เกิน 1,500 จุด/ปี ของพื้นที่
เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่,เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, พะเยา, แพร่ และน่าน ใช้เวลา 3 ปี เริ่มปี 2024 แล้วเสร็จในปี 2027
7.พัฒนาความมั่นคงทางน้ำเพื่อให้น้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง และมีน้ำดีใช้ ไม่มีน้ำเสีย เป็นการใช้การวิจัยทำให้แต่ละพื้นมีความมั่นคงและปลอดภัย ไม่มีน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ซึ่งทางวิชาการทำได้หลายวิธี และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเทคโนโลยี่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ โดยมีเป้าหมายบริหารจัดการให้จำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำไม่เพียงพอ น้ำแล้ง และน้ำท่วมลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่เป้าหมาย ลดการใช้น้ำและพลังงานในการเกษตรร้อยละ 15 ของพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งกระจายตามภูมิภาค 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น(ลุ่มน้ำชี) กาฬสินธุ์(ลุ่มน้ำชี) อุบลราชธานี(ลุ่มน้ำชี มูล) นครพนม (แม่น้ำโขง) แพร่(ลุ่มน้ำยม) น่าน(ลุ่มน้ำน่าน) พิจิตร(ลุ่มน้ำน่าน) กำแพงเพชร (ลุ่มน้ำปิง) ลำพูน(ลุ่มน้ำปิง) สงขลา(ทะเลสาบสงขลา)
8.เด็กไทยมีความสามารถคิดวิเคราะห์และมีสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ เป็นการทำให้เด็กและเยาวชนไทยสามารถพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี ดิจิตอล ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็มีการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี โดยทำงานร่วมกับกลุ่มพื้นที่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดจะต้องเกิดการเข้าถึงที่แท้จริง โดยแบ่งเป็น 1.เด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 13-17 ปี ใน 7 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีระดับความสามารถในการคิดวิเคราะห์และสมรรถนะสูงขึ้น จำนวน 20,000 คน (เด็กในระบบโรงเรียน 16,000 คน เด็กนอกระบบโรงเรียน 4,000 คน) 2.ครู/พี่เลี้ยง/ผู้ปกครอง ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการใช้ดิจิตอลแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์และพัฒนาสมรรถนะเด็กไทย จำนวน 1,000 คน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 7 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย ศรีสะเกษ ระยอง นราธิวาส ยะลา และ กทม. หรือพื้นที่อื่นๆ ที่มีความเหมาะสม
นายแพทย์สิริฤกษ์ กล่าวตบท้ายว่าเป้าหมายทั้ง 8 ข้อ เป็นปัญหาสำคัญและเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขให้ได้ โดยใช้วิชาการ องค์ความรู้ แต่ละเรื่องทำงานร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) ซึ่งแตกต่างจากที่เคยเป็นว่า เพราะคราวนี้มีเป้าหมายชัดเจนแน่นอน มีระยะเวลาชัดเจน และมีการติดตามในแต่ละเป้าหมายทุกเดือนเพื่อประมวลผลพร้อมแก้ไขปัญหาไปด้วย ที่สำคัญต้องการให้เห็นว่างานวิจัยที่เกิดขึ้นสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้จริงๆ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กสว.งัดงานวิจัย เดินหน้า 8 ยุทธศาสตร์ เร่งแก้ปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภายใน 2 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th