โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสว.งัดงานวิจัย เดินหน้า 8 ยุทธศาสตร์ เร่งแก้ปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภายใน 2 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 06.26 น.

กสว.เอาจริงงัดงานวิจัยขับเคลื่อนประเทศไทย เดินหน้า 8 ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เร่งแก้ปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภายใน 2 ปี

นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ว่า จากการประชุมครั้งล่าสุดที่เพิ่งผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ได้ข้อสรุปตกลงจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เบื้องต้น 8 เป้าหมายสำคัญและเร่งด่วนต้องรีบแก้ไข จะต้องบรรลุผลภายใน 2 ปี โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ไปถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 โดยยุทธศาสตร์เบื้องต้นทั้ง 8 เป้าหมาย แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านสุขภาพและการแพทย์ ประกอบด้วย 1.ประเทศไทยต้องมีเครื่องมือแพทย์ การบริการทางการแพทย์ และมียาที่ผลิต จำหน่าย และทดแทนการนำเข้า สามารถลดการนำเข้าให้ได้ กล่าวคือมีกลไกลใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปแก้ไขการแพทย์ของไทยเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ และยามูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท หรือ 10% ของมูลค่าการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในระยะเวลา 2 ปี โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พิจารณาชื่อยาในบัญชียาหลักเพิ่มเติมอีก 20 รายการที่มีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงการทำให้การประมวลผล การส่งข้อมูลเอ็กซเรย์ต่างๆ การอ่านชิ้นเนื้อมีมาตรฐานที่ดี รวดเร็ว และแม่นยำเท่าเทียมกันทั้งประเทศ นอกจากนี้ ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการผลิตและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ บริการทางการแพทย์ ยา ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ AI (Artificial Intelligence)ทางการแพทย์ โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้จำนวน 1,000 ล้านบาท

2.ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ และไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี จากสถิติที่ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี,มะเร็งตับเป็นอันดับ 1ทางการแพทย์มีเป้าหมายจะขจัดโรคมะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งตับให้หมดไปจากประเทศไทย ดังนั้น จึงนำงานวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปแก้ไขทำให้การติดเชื้อลดลง และอัตราการตายลดลงเหลือไม่เกิน 1% ด้วยวิธีการวิจัย อาทิ ทำอย่างไรไม่ให้มีพยาธิในปลาและอาหารที่กิน ทำให้อาหารกินแล้วปลอดภัยพยาธิตายแต่รสชาติอร่อยเหมือนเดิม หรือทำอย่างไรไม่ให้แหล่งน้ำที่มีพยาธิลงไปในแหล่งน้ำปกติ หรือคนที่ได้รับเชื้อทำอย่างไรไม่ให้เป็นโรค เป็นต้น ปัจจุบันมีงานวิจัยที่สามารถตรวจปัสสาวะหาเชื้อพยาธิใบไม้ตับแทนการตรวจอุจจาระ ทำได้ในราคาถูก ทั้งนี้ มีพื้นที่เป้าหมายดำเนินการลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในเขตสุขภาพที่ 7 (กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) เขตสุขภาพที่ 8 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม สกลนคร) เขตสุขภาพที่ 9 (ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์) และเขตสุขภาพที่ 10 (มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี)

นายแพทย์สิริฤกษ์ กล่าวต่อว่าเป้าหมายที่ 3 เป็นด้านเศรษฐกิจ โดยทำให้สินค้าเกษตรของไทยสามารถส่งออกไปยังประเทศยุโรปได้โดยไม่ถูกกีดกันและต้องไม่มีปัญหาเกิดขึ้นภายใต้ระเบียบ EUDR (EU Deforestation Regulation)เช่น การปนเปื้อนสารพิษ ต้องเป็น Renewable Energy 100% เรื่องของคาร์บอนเครดิต ด้วยการนำวิจัยนวัตกรรมมาหนุนเสริม อาทิ การทำมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางอาหาร ระบบตรวจสอบย้อนกลับ(Traceability) ซึ่งมีสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตร 7 ชนิด ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ถั่วเหลือง โกโก้ ไม้ และโค เป้าหมายสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 20,800ล้านบาท ภายใน 2ปี

4.ครัวเรือนในชนบทและครัวเรือนเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลงด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมาย 42,000 ครัวเรือนซึ่งเป็นจำนวนคนที่มีหนี้สินมากที่สุด จะเป็นการเข้าไปใช้วิชาการในการขจัดปัญหา แก้ปัญหาให้ตรงจุดและเกิดผลที่ชัดเจนซึ่งแต่ละครัวเรือนไม่เหมือนกัน และต้องมีเกณฑ์วัดผล โดยตั้งเป้าหมายภายใน 2 ปี รายได้สุทธิของครัวเรือนในชนบทเพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 5,000 บาทต่อเดือน(ปีละ 60,000 บาทต่อครัวเรือน)ครัวเรือนเกษตรกร 30,000 ครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้น 20% มีหนี้สินลดลงด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัย เกษตรกรสูงวัยสามารถประกอบอาชีพด้านการเกษตรต่อเนื่องโดยไม่เป็นภาระของครอบครัว คัดเลือก ปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ทันสมัย เพื่อใช้ร่วมกับภาคีเครือข่าย
ไม่น้อยกว่า 50 เทคโนโลยี สร้างกลไกการขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ และพัฒนาเกษตรกรต้นแบบเพื่อเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านหน่วยงานกลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

5.เกิดธุรกิจนวัตกรรม สตาร์ท-อัพใหม่เกิดขึ้น(SME)เป้าหมาย 10,000 ราย ภายใน 2 ปี โดยเป็นพวกพลังงานยุคใหม่ EV หรือ AI มุ่งให้เกิดรายได้ใหม่จากเป้าหมาย 5,000 ล้านบาท วิธีการตั้งแต่ 1.ช่วยให้เริ่มต้นธุรกิจหรือกิจการได้ง่ายและสะดวก 2.ขบวนการบ่มเพาะ ให้มีกลไก เทคนิคในการผลิตเบื้องต้น พื้นที่ตั้งโรงงานเพื่อทดสอบตลาดให้สามารถทำได้ และติดตามผลอย่างใกล้ชิดทุกเดือนเพื่อแก้ปัญหา ถ้าธุรกิจไหนไปได้ก็ไปต่อ ถ้าไปไม่ได้ก็ยุติ

ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเป้าหมายที่ 6 ให้ประเทศไทยปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ซึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์ IQAir(ดัชนีคุณภาพอากาศ) จัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุด พบว่าจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย มีอันดับมลพิษติดอันดับ 1 ของโลก มีค่าฝุ่นสูงถึง 191 AQI งานวิจัยนวัตกรรมที่นำมาหนุนเสริมแก้ปัญนี้ อาทิ ทำให้จำนวนวันที่มีค่าฝุ่นสูงลดลง ปริมาณสูงสุดของฝุ่นต่อวันลดลง รวมทั้งจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันต้องลดลง และวางแผนจัดการแก้ปัญหาในระยะยาว อาทิ บูรณาการวิจัยในเรื่องต่างๆ เช่น วิจัยการจัดตั้งโรงงาน,วิจัยการปลูกพืชที่ไม่ต้องเผา ลดจำนวน Hotspot จากแหล่งกำเนิดฝุ่นPM2.5 จากการเผาในที่โล่งไม่ให้เกิน 1,500 จุด/ปี ของพื้นที่
เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่,เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, พะเยา, แพร่ และน่าน ใช้เวลา 3 ปี เริ่มปี 2024 แล้วเสร็จในปี 2027

7.พัฒนาความมั่นคงทางน้ำเพื่อให้น้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง และมีน้ำดีใช้ ไม่มีน้ำเสีย เป็นการใช้การวิจัยทำให้แต่ละพื้นมีความมั่นคงและปลอดภัย ไม่มีน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ซึ่งทางวิชาการทำได้หลายวิธี และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเทคโนโลยี่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ โดยมีเป้าหมายบริหารจัดการให้จำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำไม่เพียงพอ น้ำแล้ง และน้ำท่วมลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่เป้าหมาย ลดการใช้น้ำและพลังงานในการเกษตรร้อยละ 15 ของพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งกระจายตามภูมิภาค 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น(ลุ่มน้ำชี) กาฬสินธุ์(ลุ่มน้ำชี) อุบลราชธานี(ลุ่มน้ำชี มูล) นครพนม (แม่น้ำโขง) แพร่(ลุ่มน้ำยม) น่าน(ลุ่มน้ำน่าน) พิจิตร(ลุ่มน้ำน่าน) กำแพงเพชร (ลุ่มน้ำปิง) ลำพูน(ลุ่มน้ำปิง) สงขลา(ทะเลสาบสงขลา)

8.เด็กไทยมีความสามารถคิดวิเคราะห์และมีสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ เป็นการทำให้เด็กและเยาวชนไทยสามารถพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี ดิจิตอล ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็มีการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี โดยทำงานร่วมกับกลุ่มพื้นที่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดจะต้องเกิดการเข้าถึงที่แท้จริง โดยแบ่งเป็น 1.เด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 13-17 ปี ใน 7 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีระดับความสามารถในการคิดวิเคราะห์และสมรรถนะสูงขึ้น จำนวน 20,000 คน (เด็กในระบบโรงเรียน 16,000 คน เด็กนอกระบบโรงเรียน 4,000 คน) 2.ครู/พี่เลี้ยง/ผู้ปกครอง ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการใช้ดิจิตอลแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์และพัฒนาสมรรถนะเด็กไทย จำนวน 1,000 คน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 7 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย ศรีสะเกษ ระยอง นราธิวาส ยะลา และ กทม. หรือพื้นที่อื่นๆ ที่มีความเหมาะสม

นายแพทย์สิริฤกษ์ กล่าวตบท้ายว่าเป้าหมายทั้ง 8 ข้อ เป็นปัญหาสำคัญและเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขให้ได้ โดยใช้วิชาการ องค์ความรู้ แต่ละเรื่องทำงานร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) ซึ่งแตกต่างจากที่เคยเป็นว่า เพราะคราวนี้มีเป้าหมายชัดเจนแน่นอน มีระยะเวลาชัดเจน และมีการติดตามในแต่ละเป้าหมายทุกเดือนเพื่อประมวลผลพร้อมแก้ไขปัญหาไปด้วย ที่สำคัญต้องการให้เห็นว่างานวิจัยที่เกิดขึ้นสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้จริงๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กสว.งัดงานวิจัย เดินหน้า 8 ยุทธศาสตร์ เร่งแก้ปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภายใน 2 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...