โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เผยความเสียหาย ‘ประกันภัยจากน้ำท่วม’ ทะลุ 420 ล้าน ออกมาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ย ช่วยผู้ประสบภัย

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 02.18 น. • The Bangkok Insight

คปภ. เผยความเสียหาย "ประกันภัยจากน้ำท่วม" ทะลุ 420 ล้าน ออกมาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ย ช่วยผู้ประสบภัย

จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) และภาคธุรกิจประกันภัยได้เร่งตรวจสอบและประเมินความเสียหาย

ประกันภัยจากน้ำท่วม

ความเสียหายด้านประกันภัยจากน้ำท่วม

พบว่ามูลค่าความเสียหายที่ทำประกันภัยรวมกว่า 420 ล้านบาท เป็นรถยนต์ที่เสียหายประมาณการค่าสินไหมทดแทน 408 ล้านบาท บ้านที่อยู่อาศัย อาคาร ร้านค้า เสียหาย 865 หลังคาเรือน ประมาณการค่าสินไหมทดแทนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และข้าวนาปีที่ทำประกันภัย เสียหาย 126,104 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินค่าสินไหมทดแทน

เพื่อเตรียมแผนรับมือการเกิดเหตุอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง สำนักงาน คปภ. ได้ร่วมกับ สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และสมาคมการค้าผู้สำรวจและประเมินวินาศภัยไทย จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการด้านการประกันภัยเพื่อบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ” (Insurance Center for Disaster Management and Co-operation : ICD) เพื่อเพิ่มมาตรการให้ความช่วยเหลือ และมาตรการรองรับความเสี่ยงจากอุทกภัย ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียและความเสียหาย

ประกันภัยจากน้ำท่วม

ผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันช่วยผู้ประสบภัย

โดยเร่งออก 2 มาตรการ คือ

  • มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยในเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ได้แก่ การผ่อนผันเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย หรือยกเว้นดอกเบี้ยในกรณีเงื่อนไขกรมธรรม์ที่มีการคิดดอกเบี้ย

การผ่อนผันเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ โดยการผ่อนผันการเก็บเบี้ยประกันภัยและการชำระเบี้ยสำหรับการประกันภัยรถยนต์ และการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับการประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย โดยผ่อนผันให้การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถแสดงหลักฐานและเอกสารประกอบเป็นภาพถ่ายทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหาย และบันทึกรายการทรัพย์สินที่เสียหายได้ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว

ซึ่งมาตรการข้างต้นเป็นช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่อยู่ในเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย โดยกำหนดช่วงระยะเวลาผ่อนผัน ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

  • มาตรการการผ่อนผันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตที่ได้ประสบอุทกภัย ทำให้ไม่สามารถเข้ารับการอบรมและต่ออายุใบอนุญาต สามารถยื่นขอขยายระยะเวลาต่ออายุพร้อมเอกสารหลักฐานภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สถานการณ์กลับสู่ปกติ แต่ไม่เกิน 31 ธันวาคม 2567
ประกันภัยจากน้ำท่วม

ทั้ง 2 มาตรการดังกล่าวจะออกมาเพื่อช่วยประชาชนได้เร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการประกันภัย และการจัดการภัยพิบัติให้สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกิจกรรม ได้แก่ การบรรยายและเสวนา “สร้างการตระหนักรู้เพื่อรับมืออุทกภัยในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน” ในวันที่ 4 ตุลาคม 2567

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์น้ำท่วมรอบนี้ สำนักงาน คปภ. ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ Insurance Bureau System (IBS) ซึ่งทำให้เห็นว่าพื้นที่น้ำท่วมจุดไหนบ้างที่มีประกันภัยทรัพย์สิน หรือโซนตำบล อำเภอไหนที่มีบ้านเรือน โรงงานที่ทำประกันภัยคุ้มครองภัยน้ำท่วม

โดยข้อมูลนี้จะช่วยให้บริษัทประกันภัยลงพื้นที่จัดการค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สำนักงาน คปภ. ใช้ระบบข้อมูลมาบริหารจัดการภัยพิบัติร่วมกับภาคธุรกิจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...