ลูกเหยื่อยาดองมรณะ เล่าชีวิตพ่อสุดรันทด เจอขวดปริศนา กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งในห้อง
ลูกเหยื่อยาดองมรณะ เล่าชีวิตพ่อสุดรันทด เจอขวดปริศนา กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งในห้อง
กรณีมีผู้ป่วยหลายรายหลังจากดื่มสุราดองที่ผสมเหล้าปลอม ในพื้นที่ย่านคลองสามวา กทม. เสียชีวิตรวม 4 ราย ผู้ป่วยสะสม 33 ราย และอาการน่าห่วงอีกหลายราย ขณะที่กรมสรรพสามิตตรวจสอบต้นตอโรงงานผลิตพบลักลอบผสมสารเมทานอล สั่งปิด 18 ซุ้มยาดอง เก็บตัวอย่างส่งตรวจอยู่ระหว่างรอผลนั้น
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลูกสาว นายปิติชัย สุจินดากุล อายุ 43 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เสียชีวิตที่โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โพสต์เฟซบุ๊กใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลที่รวมมูลค่าสูงถึง 116,540 บาท ตลอดการพักรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 25 สิงหาคม พร้อมร้องขอความเป็นธรรมจากการเสียชีวิตของบิดา ระบุใจความว่า อยากจะออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับบิดา ไม่มีใครรับผิดชอบการเสียชีวิตของบิดาเลย และต้องเผชิญกับค่ารักษาหลักแสน ไม่มีเงิน ต้องไปยืมเงินคนอื่นเพื่อจัดงานศพให้พ่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดกระทุ่มเสือปลา เขตประเวศ กทม.น.ส.สุธิตา และ น.ส.ปรียาภรณ์ ลูกสาวนายปิติชัย เปิดใจกับผู้สื่อข่าวหลังจากพ่อเสียชีวิตเพราะดื่มสุรายาดองที่ผสมเหล้าปลอมร้านหนึ่ง น.ส.สุธิตากล่าวว่า พ่อไปดื่มสุรายาดองร้านที่สามวา 1 จากนั้นเกิดอาการชักเกร็ง ตาลาย จึงเข้าโรงพยาบาล (รพ.) รักษาอยู่ห้องไอซียู พอตนไปที่ รพ.แพทย์แจ้งว่ามีเคสเข้ามาแล้วอาการลักษณะเดียวกันจากการดื่มสุรายาดอง มีทั้งที่รอดชีวิตและไม่รอดชีวิตเท่าที่ทราบ พ่อเริ่มมีอาการวันที่ 21 ส.ค. พ่อไปบอกเพื่อนร่วมงานว่าช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้เวียนศีรษะบ่อย ตื่นเช้ามาตาลาย มองไม่ค่อยเห็น
ต่อมาวันที่ 23 ส.ค. พ่อไปทำงานไม่ไหว น่าจะอาเจียนด้วย เพราะไปเจอเสื้อพ่อที่เปื้อนคราบน้ำลายแล้วเพื่อนพ่อพยายามจะโทรหาแต่ไม่ติด จนที่ทำงานโทรบอกให้ไปที่ รพ.และตนมาทราบข่าวตอน 22.00 น.ก็รีบตามไป โดยก่อนพ่อจะไป รพ.เริ่มไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนข้างห้องแล้วก็มีอาการชักเกร็งระหว่างก่อนมาถึง รพ.ด้วย คาดว่าสมองน่าจะตายเพราะขาดออกซิเจนตั้งแต่ก่อนจะมาถึง รพ. จากการสันนิษฐานพ่อน่าจะดื่มสุรายาดองก่อนหน้าจะมีอาการไม่กี่วัน เพราะปกติพ่อก็จะชอบไปสังสรรค์กับเพื่อน ไปดื่มอยู่แล้ว ส่วนสุรายาดองทราบมาว่าร้านจะอยู่หลังบริษัท และพ่อก็จะไปดื่มหลังเลิกงาน พ่ออยู่คนเดียว คิดว่าจะซื้อใส่ขวดเพื่อไปดื่มที่ห้อง เพราะพ่อบอกว่าดื่มยาดองแล้วหลับสบาย
น.ส.สุธิตา กล่าวอีกว่า ส่วนพ่อดื่มสุรายาดองร้านนี้มานานหรือยังนั้นไม่ทราบ เพราะปกติพ่อชอบดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ ยาสุรายาดองก็เพิ่งจะมาทราบตอนเข้า รพ. ตอนไปที่ห้องพักพ่อไปเจอขวดสุรายาดองที่ซื้อมาดื่ม 2 ขวด พอเปิดออกมาก็เป็นกลิ่นคล้ายแอลกอฮอล์ล้างแผล มีกลิ่นสมุนไพรบ้างแต่เป็นกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์เป็นหลัก ขนาดดมเข้าไปแค่นิดเดียวก็เวียนหัว แสบจมูก โดยในขวดนั้นยาดองมีสีน้ำตาลเข้ม
หลังพ่อเสียชีวิตได้เงินจากประกันสังคมมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลหลักแสนบาท และตน 3 พี่น้องเดินเรื่องจัดงานศพให้พ่อด้วยตนเอง เพราะไม่ได้มีญาติผู้ใหญ่และทางบ้านไม่มีเงิน ถ้าไม่มีประกันสังคมก็ไม่รู้ว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลยังไง เงินที่นำมาจัดงานศพน้องชายกับตนก็หยิบยืมมาและทางวัดก็คอยช่วยลดค่าใช้จ่าย ตอนที่พ่อมีอาการโคม่าหลังเข้ารับการรักษา แพทย์แจ้งว่าพ่ออาการ 50-50 ถ้ารอดก็มีโอกาสเป็นเจ้าชายนิทราสูง เพราะม่านตาไม่ตอบสนองแล้วเลือดเป็นกรดขั้นรุนแรง
ด้าน น.ส.ปรียาภรณ์ กล่าวว่า อยากให้เจ้าของร้านเข้ามาพูดคุย แค่คำว่าขอโทษก็อยากจะได้ยิน เพราะขาดการติดต่อไปเลย ไม่คิดจะติดต่อมาด้วยซ้ำ และหากที่ฟังเจ้าของยาดองให้สัมภาษณ์เหมือนจะไม่ได้สำนึกผิดจริงๆ เพราะตอนนี้มีผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิต คนที่เขาบอกว่าเพื่อนกันก็อาจจะเป็นพ่อตน แต่ก็ไม่มีการติดต่อมาเลย ก็อยากจะให้มาช่วยเหลือบ้าง ยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยตอนนี้จะต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดก่อน 45 วัน เพื่อดูสารในร่างกาย เพราะผลชันสูตรเบื้องต้นระบุว่ามีเลือดออกจากก้านสมอง เมื่อผลตรวจออกมาแล้วก็จะเอาผลมาแจ้งความดำเนินคดีได้ แต่ส่วนตัวกังวลว่าหากเผาศพไปแล้วจะทำอะไรลำบากขึ้นและตามคดีไม่ได้ ส่วนตัวยังไม่อยากเผาศพแต่เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง
น.ส.สุธิตากล่าวอีกว่า ลูกๆ กับพ่อเพิ่งจะเจอกันในรอบ 10 ปี สิ่งที่ทำได้อยากจะช่วยพ่อให้ถึงที่สุด ที่ผ่านมาพ่อสู้ชีวิตมาก อยู่ตัวคนเดียว ทำงานบริษัท ตกเย็นไปขับวิน เวลาพ่อไม่มีเงินก็ไม่เคยบอกพวกหนูว่าไม่มี นอกจากจะไม่มีจริงๆ ถึงจะมาขอ แต่บางทีพวกหนูไม่มีก็ไม่ได้ให้ และพ่อก็จะบอกว่า “ไม่เป็นไร ป๊าเอาตัวรอดได้” และลูกๆ เคยไปหาพ่อที่ห้องพักครั้งแรกในรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 28 ก.ค. เลยขอไปดูห้องว่าอยู่ยังไง ในห้องก็ไม่มีอะไรมาก มีบะหมี่สำเร็จรูปกับน้ำปลา เขาบอกมีแค่นี้ก็อยู่ได้
และตอนที่ไปพ่อยังตกงานอยู่ เพิ่งจะได้งานใหม่เมื่อเดือนสิงหาคม เหมือนพ่อเพิ่งได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ แล้วก็ไม่คิดว่าวันนั้นที่เจอพ่อจะเป็นครั้งสุดท้าย เพราะไม่ได้เจอมาเป็น 10 ปี แต่ติดต่อกันโทรคุยกันตลอด พ่อมักจะชอบบอกว่า“ถ้าป๊าไม่อยู่แล้วก็ดูแลกันนะ อย่าทิ้งกันนะ หนูทำดีแล้วที่ดูแลน้องมาตลอด ให้เข้มแข็งเพราะหนูเป็นเสาหลัก” จะพูดคุยกับพ่อผ่านแชต ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ลบเพราะหนูรับไม่ได้จริงๆ รู้สึกเหมือนพ่อยังไม่ได้ไปไหน และยังอยู่กับเราตลอด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกเหยื่อยาดองมรณะ เล่าชีวิตพ่อสุดรันทด เจอขวดปริศนา กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งในห้อง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th