โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิด 3 กลุ่มหุ้นตัวท็อป ฝ่าภาวะตลาดผันผวน

Wealthy Thai

อัพเดต 08 พ.ย. 2567 เวลา 00.15 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 10.12 น.

โพยหุ้นสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จะพาคุณมาเจาะลึก 3 กลุ่มหุ้นเด่นประจำเดือนสิงหาคมที่นักลงทุนไม่ควรพลาด โดยบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGS International ซึ่งคัดสรรหุ้นที่มีศักยภาพใน 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ หุ้น New Economy, หุ้นปันผลและการลงทุนแบบ DCA, และหุ้นกลุ่ม UNDERVALUED มาดูบทวิเคราะห์ไปพร้อมกันว่าหุ้นกลุ่มไหนมีความน่าสนใจยังไงบ้าง

หุ้นกลุ่ม New Economy

การเจาะตลาดใหม่ออกนอกประเทศไทยเป็นสิ่งที่เสี่ยงน้อยสำหรับบริษัทจดทะเบียนไทย ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ต่ำกว่าเป้าหมาย (ไม่ถึง 2% ในปี 2566) ที่ต่ำกว่า รวมถึงการขยายส่วนแบ่งการตลาดในตลาดใหม่
HANA ตลาดชิปแบบอนาล็อก (analog chip) มีการเติบโตสูงสุดในไตรมาส 1/2567และคาดว่ากำไรของ HANA จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำไรของ HANA คาดว่าจะเติบโตถึง 36% เป็น 480 ล้านบาทในไตรมาส 2/2567 คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 46 บาท
SAPPE ผลลัพธ์ในบริษัทอินโนวาโนเมดในไตรมาส 2-3/2567 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และบริษัทมีการขยายส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดว่ากำไรในไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ปี 2567 จะยังคงเติบโตในทิศทางบวก คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 116.30 บาท
MINT อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุโรปกำลังจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3/2567 ซึ่งคาดว่ากำไรของ MINT จะกลับมาฟื้นตัว และราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าจริง โดยมีเป้าหมายกำไรที่ 38 บาท คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 38 บาท

หุ้นปันผลและการลงทุนแบบ DCA

ในตลาดหลักทรัพย์ ณ ปัจจุบัน มีหุ้นหลายกลุ่มที่ปรับตัวลงมาให้สะสมและมีผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลที่น่าสนใจ หรือมากกว่า 5% ดังนั้น เราเชื่อว่าหุ้นเหล่านี้เป็นโอกาสที่ดีในการสะสมเพื่อรับทั้งผลตอบแทนในเชิงส่วนต่างราคา (Capital Gain) และเงินปันผล (Dividend)
LH คาดว่าจะมีกำไรเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงปี 2566-2568 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 18.1% จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ LH ยังมีการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 6.4-7.4% ในช่วงปี 67-68 คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.35 บาท
ADVANC คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 8.57 พันล้านบาท +19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน +1.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ในไตรมาส 2/2567 ซึ่งคาดว่ารายได้สูงถึง 58% มาจากบริการที่มีอัตรากำไรสูง คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 252.00 บาท
BBL เป็นหุ้นที่น่าสนใจเนื่องจากมีการประเมินมูลค่าต่ำ โดยมีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) อยู่ที่ 0.5-0.7x สำหรับปี 2567 และมีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คงที่ประมาณ 8.6% คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 143.50 บาท

หุ้นกลุ่ม UNDERVALUED

ในช่วงไตรมาส 1/2567 มีหุ้นหลายตัวที่ทำผลงานต่ำกว่าเป้าหมาย หรือมีมุมมองเชิงลบสำหรับไตรมาส 2/2567 ทำให้ราคาหุ้นเหล่านี้ลดลงอย่างมาก ด้วยระดับดัชนี SET Index ที่ -2 S.D. (P/Ex) (P/BVx) เราเชื่อว่าหุ้นเหล่านี้เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อสะสมจากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดในตลาด
CRC คาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2567เนื่องจากโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง การประเมินมูลค่าตามวิธี DCF ที่มีต้นทุนเงินทุน (WACC) 6.7% และการเติบโตต่อเนื่อง (TG) 2% ทำให้ CRC เป็นหุ้นที่น่าลงทุน คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 46 บาท
SHR มีโอกาสที่ดีในการลงทุน โดยมีค่า EV/EBITDA ที่ 8.8x สำหรับปี 2568 (-2SD) แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 1/2567 แต่คาดว่า SHR จะฟื้นตัวในไตรมาส 2 และมีการคาดการณ์กำไรที่แข็งแกร่งในครึ่งหลังของปี 2567 คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.6 บาท
SPRC มีมูลค่าการลงทุนที่น่าสนใจ โดยมีค่า EV/EBITDA ที่ 6.0x สำหรับปี 2568 และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวในภาคการกลั่น โดยเฉพาะในตลาดแบบ ship-to-ship (STS) ซึ่งจะส่งผลให้ EPS ของบริษัทเติบโต 1.4-1.5 ในครึ่งหลังของปี 2567 คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11 บาท
ที่มา : CGS International

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...