โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ลูกฉันไม่ใช่ปีศาจร้าย” แม่ P.Diddy แถลงโต้แย้งว่า ข้อหาที่ P.Diddy เผชิญเป็นเรื่องโกหก

The MATTER

อัพเดต 08 ต.ค. 2567 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2567 เวลา 05.29 น. • Brief

ย้อนกลับไปในปลายเดือนกันยายน 2024 หนึ่งในข่าวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสหรัฐฯ และบนโซเชียลมีเดีย ก็คือข่าวฉาวของ ‘P.Diddy’ หรือ ฌอน คอมบ์ส (Sean Combs) ศิลปินรุ่นใหญ่ที่ถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาส้มรู้ร่วมคิด ฉ้อโกง ค้ามนุษย์ และค้าประเวณี จากการจัดปาร์ตี้ ‘Freak Offs’ โดยปัจจุบันเขาถูกควบคุมตัวที่ศูนย์กักขังในแมนฮัตตัน หลังจากถูกปฏิเสธ ไม่ให้ประกันตัว

โดยล่าสุด หลังจากที่มีการเปิดเผยว่าดิดดี้อาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้องจากผู้กล่าวหาเพิ่มเติมอีกกว่า 100 ราย ทั้งชายและหญิง ในข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืน และแสวงหาประโยชน์ทางเพศ แม่ของ P.Diddy หรือ แจนิส สโม้ลล์ คอมบ์ส (Janice Small Combs) ได้ออกแถลงการณ์ปกป้องลูกชายของเธอ ซึ่งเผยแพร่โดยทนายความ แนทลี จี ฟิกเกอร์ส (Natlie G Figgers)

เธอกล่าวว่า เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับข้อกล่าวหาที่ลูกชายของเธอถูกกล่าวหา แต่ทั้งหมดเป็น ‘เรื่องโกหก’ พร้อมระบุว่า เขาอาจทำผิดพลาดในอดีตเช่นเดียวกับที่เราทุกคนเคยทำ แต่เขาไม่ใช่ปีศาจอย่างที่คนกล่าวหา

“วันนี้ฉันมาหาคุณในฐานะแม่ที่เสียใจและเสียใจอย่างสุดซึ้งกับข้อกล่าวหาที่มีต่อฌอน คอมบ์ส ลูกชายของฉัน” แถลงการณ์ของเธอเริ่มต้นขึ้น

“มันน่าเศร้าใจที่เห็นลูกชายของฉันถูกตัดสินไม่ใช่เพราะความจริง แต่เพราะเรื่องราวที่สร้างขึ้นจากคำโกหก” เธอเขียน “การได้เห็นลูกชายของฉันถูกประชาทัณฑ์ต่อหน้าธารกำนัลก่อนที่เขาจะมีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้”

ในด้านของทนายความ ก็ได้ดำเนินการที่สอดคล้องกัน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งเก่าและใหม่ โดยเรียกว่าเป็นความเท็จ และหมิ่นประมาท

ย้อนกลับไปในปี 2023 ดิดดี้เคยถูกฟ้องร้องในคดีคล้ายๆ กัน จากกรณี แคสซี่ เวนทูรา (Cassie Ventura) อดีตแฟนสาว กล่าวหาว่าเขาข่มขืน ทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยวระหว่างที่คบหากัน ซึ่งในขณะนั้น ดิดดี้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และไกล่เกลี่ยนอกศาลในหนึ่งวันหลังจากยื่นฟ้อง

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เขาก็ถูกฟ้องร้องโดยผู้หญิงอีก 12 คน ซึ่งหลายคนกล่าวหาว่าดิดดี้วางยาและทำร้ายร่างกายพวกเธอ

เจ้าหน้าที่รัฐบาลจึงบุกค้นบ้านของเขาในเดือนมีนาคม 2024 และจนกระทั่งในเดือนพฤษภาคม วิดีโอที่ดิดดี้ทำร้ายร่างกายเวนทูราในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในปี 2016 ก็ถูกเผยแพร่สู่สื่อมวลชน

จากกรณีดังกล่าว นางคอมบ์สอ้างถึงวิดีโอนี้ โดยกล่าวว่าเธอ “ไม่ได้มาที่นี่เพื่อแสดงให้เห็นว่าลูกชายของฉันสมบูรณ์แบบ เพราะเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น” และเสริมว่า “ลูกชายของฉันอาจไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่อง เช่น เขาให้การปฏิเสธว่าเขาไม่เคยใช้ความรุนแรงกับแฟนเก่า ทั้งที่วิดีโอจากโรงแรมแสดงให้เห็นว่าเขาทำ”

“บางครั้ง ความจริงและคำโกหกเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดมากจนน่ากลัวที่จะยอมรับส่วนหนึ่งของเรื่องราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความจริงนั้นอยู่นอกเหนือบรรทัดฐานหรือซับซ้อนเกินกว่าจะเชื่อได้” เธอกล่าว

ก่อนหน้านี้ ดิดดี้เคยกล่าวขอโทษสำหรับเหตุการณ์นี้ โดยกล่าวว่า “ผมรู้สึกขยะแขยงมาก ผมไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอความช่วยเหลือ ผมเข้ารับการบำบัดและเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู […] ผมต้องขอความเมตตาและพระคุณจากพระเจ้า ผมขอโทษจริงๆ แต่ผมมุ่งมั่นที่จะเป็นคนดีขึ้นทุกๆ วัน ผมไม่ได้ขอให้ได้รับการอภัย ผมขอโทษจริงๆ”

จากสิ่งนี้ นางคอมบ์สสรุปว่า การที่ดิดดี้โกหกเพียงครั้งเดียว ไม่ได้ทำให้เขาต้องผิดในข้อกล่าวหาที่น่ารังเกียจและข้อกล่าวหาร้ายแรงอื่นๆ ทั้งหมด

“มันเจ็บปวดจริงๆ ที่ได้เห็นโลกเปลี่ยนไปต่อต้านลูกชายของฉันอย่างรวดเร็วและง่ายดายเพียงเพราะคำโกหกและความเข้าใจผิด โดยไม่เคยฟังคำกล่าวของลูกชายหรือให้โอกาสเขาแสดงความเห็น” เธอกล่าว และเสริมว่า เธอเชื่อว่าผู้กล่าวหาบางคนมีแรงจูงใจจากเรื่องเงิน

ขั้นตอนต่อไป ดิดดี้จะต้องขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 9 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งทนายความของเขาจะโต้แย้งให้เขาได้รับการประกันตัว จากที่เคยถูกปฏิเสธการประกันตัวก่อนหน้านี้ โดยอัยการชี้แจงกับผู้พิพากษา ว่าดิดดี้พยายามขัดขวางการสืบสวนคดี โดยติดต่อเหยื่อและพยานซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมเล่าเรื่องราวเท็จเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟัง

อ้างอิงจาก

bbc.com

edition.cnn.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...