โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ใช้รถต้องรู้! ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ จำเป็นต้องทำมั๊ย?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 11 ก.ย 2567 เวลา 11.37 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ใช้รถต้องรู้! ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ จำเป็นต้องทำมั๊ย?

ใช้รถต้องรู้! ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ จำเป็นต้องทำมั๊ย?

การตั้งศูนย์ถ่วงล้อสามารถช่วยให้ยางรถยนต์ของคุณวิ่งได้อย่างเหมาะสม และยืดอายุการใช้งานของยางให้นานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการควบคุม ป้องกันไม่ให้รถยนต์ของคุณเสียสมดุลเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง และช่วยกันแรงสั่นสะเทือนบนท้องถนนในขณะที่ขับอยู่

การตั้งศูนย์ล้อรถยนต์คืออะไร

การตั้งศูนย์ล้อรถยนต์คือการปรับระบบกันสะเทือนของรถที่เชื่อมต่อกับล้อ ซึ่งไม่ได้เป็นการปรับล้อหรือยางแต่อย่างใด แต่ความสำคัญของการตั้งศูนย์ล้อคือการปรับมุมล้อที่มีผลต่อการสัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง

ควรตั้งศูนย์ล้อรถยนต์เมื่อไร
มีหลายสัญญาณที่บ่งชี้ว่ารถของเราต้องตั้งศูนย์ล้อใหม่แล้ว เมื่อคุณสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งข้อหรือมากกว่านั้น คุณควรไปเช็กศูนย์ล้อกับช่างเทคนิคบริการที่มีใบอนุญาตในทันที

· ยางสึกหรอไม่เท่ากัน สามารถอ่านสาเหตุทำให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพเพิ่มเติมได้ที่ สาเหตุดอกยางสึกหรอ

· รถกินไปทางซ้ายหรือขวา

· ขับรถตรง แต่พวงมาลัยไม่อยู่ตรงกลาง

· พวงมาลัยสั่นสะเทือน

มุมแคมเบอร์ มุมโทและมุมแคสเตอร์คืออะไร
เมื่อช่างเทคนิคเข้าตรวจสอบการตั้งถ่วงศูนย์ล้อ จะพิจารณา 3 สิ่งนี้เป็นหลัก

1. มุมแคมเบอร์

แคมเบอร์คือมุมด้านในหรือด้านนอกของยาง เมื่อมองมาจากทางด้านหน้ารถในลักษณะเส้นดิ่ง ถ้าหากมุมนี้เอียงไปด้านในหรือด้านนอกมากจนเกินไปหรือที่รู้จักกันในชื่อ แคมเบอร์บวกและลบตามลำดับ ซึ่งจุดนี้แสดงถึงศูนย์ล้อที่ไม่เหมาะสม และจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน หากมีส่วนรับน้ำหนักที่สึกหรอ ลูกหมากปีกนกและชิ้นส่วนระบบกันสะเทือนล้ออื่น ๆ สึกหรอ ก็อาจทำให้มุมแคมเบอร์เกิดผิดพลาดได้เช่นกัน

2. มุมโท

มุมโทแตกต่างจากมุมแคมเบอร์ ซึ่งมุมโทจะอยู่ในขอบเขตที่ทำมุมกับยางที่เอนเข้าด้านในหรือด้านนอก เมื่อมองรถจากด้านบน หากคุณรู้สึกสับสนกับมุมต่าง ๆ ให้ยืนขึ้น และมองไปที่เท้าของตัวเอง แล้วเอียงเท้าด้านในเข้ากึ่งกลางลำตัว เมื่อยางของคุณมีลักษณะเดียวกับเท้าของคุณ เราเรียกกันว่า มุมโทอิน แต่ถ้ายางอยู่ในมุมที่เราเอาเท้าเอียงออกด้านนอกจะเรียกว่า มุมโทเอาต์ ซึ่งมุมทั้งสองแบบต่างจำเป็นต้องตั้งศูนย์ล้อใหม่

3. มุมแคสเตอร์

มุมแคสเตอร์ช่วยให้คุณบังคับพวงมาลัย ควบคุมเสถียรภาพและเลี้ยวโค้งได้อย่างสมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเป็นมุมในการวางตำแหน่งล้อโดยมองจากด้านข้างของรถ หากมุมแคสเตอร์เป็นบวกจะทำให้แกนพวงมาลัยเอียงไปทางคนขับ แต่ถ้าเป็นลบ พวงมาลัยจะเอนเอียงไปทางหน้ารถของคุณ

ทำไมการตั้งศูนย์ล้อจึงสำคัญ
การตั้งศูนย์ล้อหรือการถ่วงล้อที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดยางกินในและทำให้ยางของคุณสึกหรอไม่เท่ากัน และเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร โดยการสึกหรอของดอกยางที่เกิดจากการตั้งศูนย์ล้อที่ไม่ถูกต้องมีดังต่อไปนี้

การสึกหรอแบบขนนก
การสึกหรอประเภทนี้มีลักษณะดอกยางด้านหนึ่งสึกน้อยกว่าและเรียบกว่า แต่อีกด้านหนึ่งมีการสึกที่มากกว่าและคมกว่า โดยปกติแล้วสาเหตุของการสึกหรอเช่นนี้จะมาจากการตั้งศูนย์ล้อที่ไม่ดี

ยางมุมแคมเบอร์สึกหรอ
การสึกหรอเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ด้านในหรือด้านนอกของดอกยางสึกมากกว่าตรงกลางอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมุมแคมเบอร์บวกหรือลบที่มากเกินไป

หัวหรือปลายยางมุมโทสึกหรอ
สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อบล็อกดอกยางด้านใดด้านหนึ่งสึกเร็วกว่าอีกด้านหนึ่งในแนวเส้นรอบวง เมื่อใช้มือลูบที่ดอกยาง คุณจะรู้สึกถึงลักษณะการสึกหรอแบบฟันเลื่อยเมื่อมองจากด้านข้าง การสึกหรอของหัว/ปลายยางมุมโท อาจเป็นสัญญาณของขอบยางสึกหรอ เนื่องจากลมยางที่อ่อนเกินไปหรือขาดการสับเปลี่ยนยางนั่นเอง

หากคุณพบว่า ลายดอกยางเกิดการสึกหรอในรูปแบบที่แปลกไป คุณควรให้ช่างเทคนิคตรวจสอบศูนย์ล้อให้กับรถของคุณ ในขณะที่กำลังตรวจสอบเรื่องการสึกหรอของยาง ก็เป็นความคิดที่ดีที่จะเช็กการตั้งศูนย์ล้อควบคู่ไปด้วย ผลของการตั้งศูนย์ล้อไม่ตรงอาจส่งผลถึงประสิทธิภาพในการขับขี่ของรถโดยรวม เช่น รถเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งปกติปัญหานี้มักจะเกิดจากความผิดปกติของศูนย์ล้อ

อาการไหนที่ควรนำรถไปถ่วงล้อ ?

เมื่อวิ่งบนทางเรียบแต่พวงมาลัยสั่น
ทุกครั้งที่มีการถอดยาง ไม่ว่าจะถอดออกมาปะ หรือถอดเพื่อเปลี่ยนยางเส้นใหม่ เมื่อใส่กลับเข้าไปแล้วควรถ่วงล้อใหม่ทุกครั้ง เนื่องจากยางมีการเปลี่ยนตำแหน่ง อาจทำให้ความสมดุลน้ำหนักของล้อทั้งวงไม่เหมือนเดิม ซึ่งจะส่งผลให้ล้อสั่นเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสุดท้ายนี้หวังว่าหลายท่านคงหายข้องใจกันแล้วใช่มั้ยครับ ว่าการตั้งศูนย์ถ่วงลอ เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะจะทำให้การเดินทางของเราปลอดภัยขึ้น และลดอาการยางกินขอบ ไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนยางบ่อย แต่ทั้งนี้ ท่านก็ต้องเอารถไปสลับยางทุก ๆ 10,000 กม. ด้วยนะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...