โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตือนชาวนา เจอโรคไหม้ข้าวระบาด เหตุฝนตกความชื้นสูง-อากาศร้อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 06.23 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 04.13 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ช่วงนี้มีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ที่มีการปลูกข้าว ประกอบกับในตอนกลางคืนมีความชื้นสูง กลางวันอากาศร้อน เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการระบาดของโรคไหม้ข้าวได้ แนะเกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ

วันที่ 26 กันยายน 2567 รายงานข่าวจากกรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งว่าเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องจากในขณะนี้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ที่มีการปลูกข้าว ประกอบกับในตอนกลางคืนมีความชื้นสูง กลางวันอากาศร้อนเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการระบาดของโรคไหม้ข้าวได้ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

ลักษณะโรค

โดยลักษณะอาการของโรคไหม้ข้าว สามารถพบได้ในหลายระยะการเจริญเติบโตของข้าว ระยะกล้า ใบมีแผล จุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ ระยะแตกกอ อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้น

ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และมักหลุดจากกาบใบเสมอ ระยะออกรวง ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อราเข้าทำลาย เมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นโรคตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว จะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่บริเวณคอรวง ทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหายมาก มักเรียกว่า โรคไหม้คอรวง หรือโรคเน่าคอรวง การแพร่ระบาด พบโรคในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น ทำให้อับลม

หากใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงและมีสภาพแห้งในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน ในพื้นที่ที่มีน้ำค้างยาวนานถึงตอนสายเวลาประมาณ 09.00 น. หรืออากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 22-25 °C อีกทั้งกระแสลมแรงจะเป็นตัวช่วยให้โรคแพร่กระจายได้ดี

วิธีป้องกัน

การป้องกันกำจัดโรค ควรใช้พันธุ์ค่อนข้างต้านทานโรค ในภาคกลาง ได้แก่ ปราจีนบุรี 1 พลายงาม ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 เป็นต้น ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 สุรินทร์ 1 เหนียวอุบล 2 สันปาตอง 1 และ กข33 เป็นต้น และภาคใต้ เช่น ดอกพะยอม และ กข55 เป็นต้น

สำหรับข้อควรระวัง ข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 และชัยนาท 1 ที่ปลูกในภาคเหนือตอนล่าง พบว่า แสดงอาการรุนแรงในบางพื้นที่ และบางปี โดยเฉพาะเมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย เช่น ฝนพรำ หรือหมอก น้ำค้างจัด อากาศเย็น ใส่ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น หรือเป็นดินหลังน้ำท่วม นอกจากเลือกพันธุ์ที่ดีแล้ว ควรคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (tricyclazone) คาซูกาไมซิน (kasugamycin) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) โพรคลอราซ ตามอัตราที่ระบุในฉลาก

จากนั้นหว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี และไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป ถ้าสูงถึง 50 กิโลกรัม/ไร่ โรคไหม้จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เกษตรกรควรสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการของโรคไหม้ข้าวควรพ่นเชื้อบีเอส (บาซิลลัส ซับทีลิส) อัตราตามที่ระบุในฉลาก หรือพ่นเชื้อไตรโครเดอร์มา อัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 200 ลิตร

แหล่งพบโรค

สำหรับแหล่งที่เคยพบโรคไหม้ข้าว พบแผลที่เกิดจากโรค 2-3 แผลต่อใบ ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (tricyclazone) คาซูกาไมซิน (kasugamycin) อีดิเฟนฟอส ไอโซโพรไทโอเลน (isoprothiolane) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) ตามอัตราที่ระบุในฉลาก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตือนชาวนา เจอโรคไหม้ข้าวระบาด เหตุฝนตกความชื้นสูง-อากาศร้อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...