จีนพบที่ตั้ง ‘ศูนย์กลางระดับภูมิภาค’ ของราชวงศ์ที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
เจิ้งโจว, 14 ก.ย. (ซินหัว) — ทางการจีนเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (13 ก.ย.) ว่าการค้นพบแหล่งโบราณคดีของนครโบราณแห่งสำคัญซึ่งเก่าแก่ราว 3,700 ปี เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของประเทศในการวิจัยทางโบราณคดีเกี่ยวกับราชวงศ์เซี่ย (2,070-1,600 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่เก่าแก่ที่สุดของจีน
แหล่งโบราณคดีปาหลี่เฉียว ตั้งอยู่ในอำเภอฟางเฉิง เมืองหนานหยาง มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน มีลักษณะคล้ายกันอย่างมากกับแหล่งโบราณคดีเอ้อร์หลี่โถว (Erlitou ruins) ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่มีการขุดค้นไปก่อนหน้านี้ โดยนักโบราณคดีระบุว่าแหล่งโบราณคดีเอ้อร์หลี่โถวเป็นหนึ่งในราชธานีในสมัยราชวงศ์เซี่ย และความคล้ายคลึงกันของแหล่งโบราณคดีทั้งสองแห่งนี้บ่งชี้ถึงอิทธิพลที่ราชวงศ์เซี่ยเคยมีต่อแหล่งโบราณคดีปาหลี่เฉียว
สถาบันมรดกทางวัฒนธรรมและโบราณคดีมณฑลเหอหนาน เปิดเผยผลการค้นพบเมื่อวันศุกร์ โดยระบุว่าการค้นพบนี้ช่วยให้ข้อมูลในศึกษาวิจัยเรื่องศูนย์กลางการตั้งถิ่นฐานที่ใหญ่เป็นอันดับสองของราชวงศ์เซี่ย
แหล่งโบราณคดีปาหลี่เฉียวมีลักษณะการวางผังแบบกริดที่มีการตีเส้นแนวตั้งและแนวนอนตัดกันหลายๆ ช่อง ครอบคลุมพื้นที่รวม 1.35 ล้านตารางเมตร และนับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นปีที่เริ่มมีการขุดค้นทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีพื้นที่ที่ได้รับการขุดค้นแล้ว 1,800 ตารางเมตร
หวังหาว รองผู้อำนวยการสำนักงานวางแผนงานวิจัยวัฒนธรรมเซี่ย สังกัดสถาบันมรดกทางวัฒนธรรมและโบราณคดีมณฑลเหอหนาน ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมขุดค้นระบุว่าเจ้าหน้าที่ค้นพบโครงสร้างผนังดินอัด ซากกำแพง และถนน จำนวนหลายแห่ง ที่แหล่งโบราณคดีปาหลี่เฉียว รวมถึงพบโบราณวัตถุ เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องหยก และเครื่องใช้หินสีเขียวไข่กา (Turquoise) อันบ่งชี้ให้เห็นถึงระดับการผลิตขั้นสูงของสังคมยุคนั้น
“แหล่งโบราณคดีปาหลี่เฉียว คล้ายคลึงกับซากโบราณเอ้อร์หลี่โถวอย่างมาก ทั้งในแง่ของการวางผัง การแบ่งพื้นที่ตามหน้าที่การใช้งาน การประกอบเครื่องปั้นดินเผา วัตถุเครื่องใช้ และจิตวิญญาณของผู้คน” เหลียงฝ่าเหว่ย ผู้บริหารจากสถาบันมรดกทางวัฒนธรรมและโบราณคดีมณฑลเหอหนานกล่าว พร้อมเสริมว่าแหล่งโบราณคดีปาหลี่เฉียวเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคที่สำคัญในสมัยราชวงศ์เซี่ย ในช่วงที่วัฒนธรรมของราชวงศ์เซี่ยแผ่ขยายไปทางตอนใต้
ทั้งนี้ ซากโบราณเอ้อร์หลี่โถวถูกค้นพบในปี 1959 โดยสวีซวี่เซิงนักประวัติศาสตร์จีนผู้ล่วงลับ ถือเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาต้นกำเนิดอารยธรรมจีน การถือกำเนิดขึ้นของอาณาจักร การปกครองของนครหลวงสมัยโบราณ และประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของอารยธรรมจีน