หุ้นชิปทั่วโลก ร่วงระนาว สูญเสีย 4.2 แสนล้านดอลลาร์ หลัง ASML เตือนแนวโน้มอ่อนแอ
"หุ้นชิปทั่วโลก" ร่วงลงอย่างหนัก เสียมูลค่า 4.2 แสนล้านดอลลาร์ หลัง ASML เตือนแนวโน้มอ่อนแอในปีหน้า ทำหุ้นร่วง 5% สูญเสีย 5 หมื่นล้านดอลลาร์
วันที่ 16 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนในหุ้นชิปเผชิญกับแรงกดดันหลังจากแนวโน้มที่น่าผิดหวังจาก เอเอสเอ็มแอล (ASML) บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งส่งผลให้หุ้นของภาคเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกร่วงลง
*หุ้น ASML ร่วงลง 5.0% ในวันนี้ นับเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2541 ในยุโรป และการสูญเสียมูลค่าตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปที่ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นหลักของเอเชียรวมกัน มากกว่า 4.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ*
หุ้นที่ร่วงลงส่งผลให้มูลค่าตลาดของ ASML ลดลงประมาณ 5 หมื่นล้านยูโร ทำให้ติดอันดับ 5 บริษัทที่มีการสูญเสียมูลค่าตลาดในวันเดียวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของยุโรป โดยการร่วงลงครั้งนี้เทียบได้กับการร่วงลงของหุ้นโนเกีย (Nokia) และโวดาโฟน (Vodafone) ในช่วงที่ฟองสบู่ดอทคอมแตกเมื่อ 25 ปีก่อน
ในการซื้อขายในตลาดเอเชียนั้น หุ้นบริษัทชิปต่าง ๆ ได้แก่ หุ้นโตเกียว อิเล็กตรอน (Tokyo Electron) ร่วงลงมากถึง 10% ขณะที่หุ้นของไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง โค (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co) หรือ TSMC ร่วงลงถึง 3.3%
การปรับลดแนวโน้มการคาดการณ์สำหรับปีหน้าของ ASML ได้ยุติการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นชิปที่ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน นอกจากนี้แล้ว หุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ก็ร่วงลงเกือบ 5% หลังจากปิดตลาดในระดับสูงสุดเมื่อต้นสัปดาห์
ASML ปรับลดการคาดการณ์ยอดขายลงเนื่องจากความอ่อนแอในคำสั่งซื้อในภาคส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจาก AI โดยบริษัทได้ปรับลดการคาดการณ์ยอดขายสุทธิสูงสุดในปี 2568 จากระดับ 4 หมื่นล้านยูโร (4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลงสู่ระดับ 3.5 หมื่นล้านยูโร (3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ด้านนายอาทิฟ มาลิค นักวิเคราะห์จาก Citigroup Inc. กล่าวว่า แม้ว่า ASML จะคาดการณ์ว่า ปี 2568 จะมีแนวโน้มอ่อนแอ เนื่องจากแอปพลิเคชันที่ไม่ใช่ AI เติบโตช้าลงและการใช้จ่ายที่ลดลงจาก อินเทล (Intel) และบริษัทอื่น ๆ แต่ขอบเขตของการลดลงนั้นไม่ได้เกินความคาดหมายมากนัก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจาก ASML เผยแพร่ผลประกอบการเร็วกว่ากำหนด1 วัน ด้วยความผิดพลาด ส่งผลให้เกิดความสับสน เนื่องจากนักลงทุนมักพึ่งพาการสื่อสารที่ชัดเจนจากบริษัทเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ เช่น คำสั่งซื้อ การจอง รายได้ และการจัดส่ง ขณะนี้ นักลงทุนกำลังรอคอยการประชุมรายงานผลประกอบการ หลังกำหนดเวลา 15:00 น. หรือตรงกับ 20.00 น. ตามเวลาไทย
แม้ว่าตลาดจะตอบสนองในเชิงลบ แต่นักลงทุนบางส่วนเชื่อว่าความท้าทายของ ASML อาจเป็นลักษณะเฉพาะของบริษัท โดยสังเกตว่าอุปสงค์ AI ยังคงแข็งแกร่ง และความพยายามของรัฐบาลจีนในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจสนับสนุนการฟื้นตัวในวงกว้างของภาคส่วนนี้
นายจอง อินยุน ซีอีโอของ Fibonacci Asset Management Global Pte กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ผลิตชิปกำลังลดคำสั่งซื้อสำหรับ ASML อย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อรายได้ของบริษัท
ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากรณีดังกล่าวเป็นเพราะการลดต้นทุนหรือเหตุผลเชิงกลยุทธ์อื่น ๆ แต่นายจองยังชี้ให้เห็นด้วยว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากจีนอาจส่งผลให้ความต้องการชิปฟื้นตัว
อ้างอิง : bloomberg.com