มะพร้าวขาดตลาด กะทิราคาพุ่งแรงสุด โลละ 160 ค้ารายย่อย ครวญ ยอมเลิกกิจการ
วิกฤตมะพร้าวขาดตลาด ฉุดราคาพุ่งต่อเนื่องเกิน 100% แล้ว ลามทุกจังหวัดภาคใต้ กะทิเกิน 100 บ./กก.แล้ว ผู้ค้ารายย่อยแบกทุนแอ่น ยอมเลิกกิจการ พ่อค้ากะทิ โอด หนักสุดในรอบ 40 ปี กระทบลูกโซ่ คนขายอาหาร-ขนม จี้รบ.เร่งนำเข้าด่วน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า สถานการณ์มะพร้าวขาดตลาดยังคงส่งผลกระทบหนักต่อเนื่อง ทำให้มะพร้าวผล น้ำกะทิ รวมทั้งอาหารการกิน ขนมนมเนยต่างปรับราคาขึ้นทั่วทุกแห่ง เพราะมะพร้าวเป็นวัตถุดิบสำคัญของคนไทยในการบริโภคทั่วทุกภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ทางธุรกิจของพ่อค้าน้ำกะทิรายย่อยจังหวัดตรังได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผู้ค้าหลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าขณะนี้ราคามะพร้าวปรับขึ้นสูงมาก ต้องตระเวนหาซื้อมาตกลูกละ 36-40 บาทแล้ว และตอนนี้ก็หาซื้อมะพร้าวไม่ได้ แผงค้าน้ำกะทิในตลาดจังหวัดตรังหลายแห่งต้องหยุดขายชั่วคราวไม่คุ้มค่าต้นทุน ส่วนปีนี้จะขาดทุนเท่าไหร่ยังไม่ทราบแต่ขาดทุนกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมาแน่นอน
นายสมพร วิริยะศักดิ์สกุล หรือโกกวั้ง เจ้าของร้านน้ำกะทิ ป้าศรี ภายในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า พ่อค้ามะพร้าวที่ส่งให้กับตนเป็นเจ้าประจำราคาอยู่ที่ลูกละ 30 กว่าบาท แต่ตอนนี้คนที่ส่งให้ประจำเขาก็หามะพร้าวมาส่งให้ไม่ได้ เพราะมะพร้าวขาดตลาด ตนต้องไปเอามะพร้าวจากอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นล้งมะพร้าวแหล่งใหญ่ และเป็นแหล่งที่ส่งมะพร้าวไปกรุงเทพฯด้วย ซึ่งราคาสูงและเจ้าของล้งถามตนว่าจะสู้ราคาไหวหรือเปล่า ตนก็สู้ราคาแม้จะเป็นการเหมาไม่ให้คัดขนาด ใช้วิธีนับเป็นลูกๆ ไปเลย ราคาลูกละ 36 บาท ซึ่งเมื่อก่อนตนซื้อลูกละ 14-17 บาทเท่านั้น ถือว่าขึ้นมาเกินเท่าตัว
นายสมพรกล่าวอีกว่า ล่าสุดที่ตนซื้อมาราคาก็ขยับขึ้นอีกลูกละ 1 บาท เป็นลูกละ 37 บาทแล้ว ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าขนส่ง ซึ่งตนต้องไปบรรทุกมาขายเองเพราะร้านไม่มาส่งให้ ตนไม่แน่ใจว่าราคาจะขึ้นไปอีกหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาราคาไม่เคยสูงขนาดนี้ อย่างมากราคาไม่เคยลูกละเกิน 25-26 บาท โดยช่วงนี้ตนไปรับมะพร้าวจากอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งละ 1 รถกะบะ หรือจำนวน 2,500-2,600 ลูก ตอนนี้ล้งที่ตนไปรับมามะพร้าวก็หมดแล้ว เขามีเพียง 2 แสนลูก ซึ่งเขาขายเพียงสัปดาห์เดียวก็หมดเกลี้ยง ในขณะที่ตอนนี้ราคาน้ำกะทิตกกิโลกรัมละ 90-100 บาท ถ้าราคามะพร้าวสูงขึ้นอีกราคาน้ำกะทิก็ขยับราคาขึ้นตาม ถ้าลูกค้าสู้ราคาตนก็ขาย แต่ถ้าลูกค้าไม่สู้ก็คงต้องหยุดขายสักพัก ตนขายมะพร้าวมา 40 ปีแล้ว ในแต่ละวันจะส่งมะพร้าวให้ลูกค้าประมาณ 500 ลูก
นายสมพรกล่าวว่า เมื่อก่อนถ้ามะพร้าวขาดตลาดรัฐบาลจะนำมะพร้าวจากต่างประเทศมาขาย ตนก็อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องมะพร้าวนำเข้า เพราะจะทำให้ราคาในประเทศถูกลง เพราะหากมะพร้าวแพง ลูกค้าที่รับต่อจากตนเขาก็มีต้นทุนสูงขึ้นและขายลำบาก เช่น เขาไปทำขนมไทยขายชิ้นละ 5 บาท จะให้ปรับราคาขนมตามราคามะพร้าวเป็นชิ้นละ 10-15 บาท เขาก็ขายไม่ได้ ลูกค้าก็หายอีก ซึ่ง 1-2 เดือนนี้ ตนขาดทุนจากการขายเยอะ ปีที่แล้วขาดทุนไปประมาณ 100,000 กว่าบาท ปีนี้คาดว่าจะขาดทุนเยอะกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน เพราะมะพร้าวขึ้นราคาตนก็ได้กำไรน้อยลง ไหนจะต้องจ่ายค่าแรงลูกน้อง ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ซึ่งทุกอย่างเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น และจนขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็ววัน ทำให้ผู้ค้ารายย่อยต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงวิกฤตนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังสื่อได้สะท้อนปัญหามะพร้าวขาดแคลนและปรับราคาสูงขึ้นกว่าเท่าตัวที่จังหวัดตรัง ปรากฏว่ายังได้รับข้อมูลจากวงการค้ามะพร้าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์วิกฤตการขาดแคลนมะพร้าวจนราคาพุ่งทั้งมะพร้าวผลและน้ำกะทิ ได้เกิดขึ้นในวงกว้าง ไม่เฉพาะจังหวัดตรังเท่านั้น โดยในหลายพื้นที่ผู้ค้ามะพร้าวเริ่มแย่งกันซื้อมะพร้าวแล้วโดยการส่งคนตระเวนหาซื้อจากต่างจังหวัดต่างๆ
โดยพบว่ามะพร้าวขาดแคลนและราคาแพงกระทบหมดทุกจังหวัดทั่วภาคใต้ ขณะที่ราคาน้ำกะทิก็พุ่งสูงขึ้นแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น จับหวัดตรัง น้ำกะทิอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-110 บาทขณะจังหวัดกระบี่บางพื้นที่น้ำกะทิราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150-160 บาท ทำให้ทั้งผู้ค้าและประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มค้าขายที่ต้องใช้กะทิเป็นวัตถุดิบหลัก จนแผงขายกะทิต้องหยุดขายทั้งชั่วคราวและหยุดแบบถาวรเพราะสายป่านสั้นเป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีมะพร้าวป้อนแผง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มะพร้าวขาดตลาด กะทิราคาพุ่งแรงสุด โลละ 160 ค้ารายย่อย ครวญ ยอมเลิกกิจการ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th