โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

มะพร้าวขาดตลาด กะทิราคาพุ่งแรงสุด โลละ 160 ค้ารายย่อย ครวญ ยอมเลิกกิจการ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ต.ค. 2567 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 07.34 น.

วิกฤตมะพร้าวขาดตลาด ฉุดราคาพุ่งต่อเนื่องเกิน 100% แล้ว ลามทุกจังหวัดภาคใต้ กะทิเกิน 100 บ./กก.แล้ว ผู้ค้ารายย่อยแบกทุนแอ่น ยอมเลิกกิจการ พ่อค้ากะทิ โอด หนักสุดในรอบ 40 ปี กระทบลูกโซ่ คนขายอาหาร-ขนม จี้รบ.เร่งนำเข้าด่วน

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า สถานการณ์มะพร้าวขาดตลาดยังคงส่งผลกระทบหนักต่อเนื่อง ทำให้มะพร้าวผล น้ำกะทิ รวมทั้งอาหารการกิน ขนมนมเนยต่างปรับราคาขึ้นทั่วทุกแห่ง เพราะมะพร้าวเป็นวัตถุดิบสำคัญของคนไทยในการบริโภคทั่วทุกภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ทางธุรกิจของพ่อค้าน้ำกะทิรายย่อยจังหวัดตรังได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผู้ค้าหลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าขณะนี้ราคามะพร้าวปรับขึ้นสูงมาก ต้องตระเวนหาซื้อมาตกลูกละ 36-40 บาทแล้ว และตอนนี้ก็หาซื้อมะพร้าวไม่ได้ แผงค้าน้ำกะทิในตลาดจังหวัดตรังหลายแห่งต้องหยุดขายชั่วคราวไม่คุ้มค่าต้นทุน ส่วนปีนี้จะขาดทุนเท่าไหร่ยังไม่ทราบแต่ขาดทุนกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมาแน่นอน

นายสมพร วิริยะศักดิ์สกุล หรือโกกวั้ง เจ้าของร้านน้ำกะทิ ป้าศรี ภายในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า พ่อค้ามะพร้าวที่ส่งให้กับตนเป็นเจ้าประจำราคาอยู่ที่ลูกละ 30 กว่าบาท แต่ตอนนี้คนที่ส่งให้ประจำเขาก็หามะพร้าวมาส่งให้ไม่ได้ เพราะมะพร้าวขาดตลาด ตนต้องไปเอามะพร้าวจากอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นล้งมะพร้าวแหล่งใหญ่ และเป็นแหล่งที่ส่งมะพร้าวไปกรุงเทพฯด้วย ซึ่งราคาสูงและเจ้าของล้งถามตนว่าจะสู้ราคาไหวหรือเปล่า ตนก็สู้ราคาแม้จะเป็นการเหมาไม่ให้คัดขนาด ใช้วิธีนับเป็นลูกๆ ไปเลย ราคาลูกละ 36 บาท ซึ่งเมื่อก่อนตนซื้อลูกละ 14-17 บาทเท่านั้น ถือว่าขึ้นมาเกินเท่าตัว

นายสมพรกล่าวอีกว่า ล่าสุดที่ตนซื้อมาราคาก็ขยับขึ้นอีกลูกละ 1 บาท เป็นลูกละ 37 บาทแล้ว ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าขนส่ง ซึ่งตนต้องไปบรรทุกมาขายเองเพราะร้านไม่มาส่งให้ ตนไม่แน่ใจว่าราคาจะขึ้นไปอีกหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาราคาไม่เคยสูงขนาดนี้ อย่างมากราคาไม่เคยลูกละเกิน 25-26 บาท โดยช่วงนี้ตนไปรับมะพร้าวจากอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งละ 1 รถกะบะ หรือจำนวน 2,500-2,600 ลูก ตอนนี้ล้งที่ตนไปรับมามะพร้าวก็หมดแล้ว เขามีเพียง 2 แสนลูก ซึ่งเขาขายเพียงสัปดาห์เดียวก็หมดเกลี้ยง ในขณะที่ตอนนี้ราคาน้ำกะทิตกกิโลกรัมละ 90-100 บาท ถ้าราคามะพร้าวสูงขึ้นอีกราคาน้ำกะทิก็ขยับราคาขึ้นตาม ถ้าลูกค้าสู้ราคาตนก็ขาย แต่ถ้าลูกค้าไม่สู้ก็คงต้องหยุดขายสักพัก ตนขายมะพร้าวมา 40 ปีแล้ว ในแต่ละวันจะส่งมะพร้าวให้ลูกค้าประมาณ 500 ลูก

นายสมพรกล่าวว่า เมื่อก่อนถ้ามะพร้าวขาดตลาดรัฐบาลจะนำมะพร้าวจากต่างประเทศมาขาย ตนก็อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องมะพร้าวนำเข้า เพราะจะทำให้ราคาในประเทศถูกลง เพราะหากมะพร้าวแพง ลูกค้าที่รับต่อจากตนเขาก็มีต้นทุนสูงขึ้นและขายลำบาก เช่น เขาไปทำขนมไทยขายชิ้นละ 5 บาท จะให้ปรับราคาขนมตามราคามะพร้าวเป็นชิ้นละ 10-15 บาท เขาก็ขายไม่ได้ ลูกค้าก็หายอีก ซึ่ง 1-2 เดือนนี้ ตนขาดทุนจากการขายเยอะ ปีที่แล้วขาดทุนไปประมาณ 100,000 กว่าบาท ปีนี้คาดว่าจะขาดทุนเยอะกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน เพราะมะพร้าวขึ้นราคาตนก็ได้กำไรน้อยลง ไหนจะต้องจ่ายค่าแรงลูกน้อง ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ซึ่งทุกอย่างเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น และจนขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็ววัน ทำให้ผู้ค้ารายย่อยต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงวิกฤตนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังสื่อได้สะท้อนปัญหามะพร้าวขาดแคลนและปรับราคาสูงขึ้นกว่าเท่าตัวที่จังหวัดตรัง ปรากฏว่ายังได้รับข้อมูลจากวงการค้ามะพร้าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์วิกฤตการขาดแคลนมะพร้าวจนราคาพุ่งทั้งมะพร้าวผลและน้ำกะทิ ได้เกิดขึ้นในวงกว้าง ไม่เฉพาะจังหวัดตรังเท่านั้น โดยในหลายพื้นที่ผู้ค้ามะพร้าวเริ่มแย่งกันซื้อมะพร้าวแล้วโดยการส่งคนตระเวนหาซื้อจากต่างจังหวัดต่างๆ

โดยพบว่ามะพร้าวขาดแคลนและราคาแพงกระทบหมดทุกจังหวัดทั่วภาคใต้ ขณะที่ราคาน้ำกะทิก็พุ่งสูงขึ้นแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น จับหวัดตรัง น้ำกะทิอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-110 บาทขณะจังหวัดกระบี่บางพื้นที่น้ำกะทิราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150-160 บาท ทำให้ทั้งผู้ค้าและประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มค้าขายที่ต้องใช้กะทิเป็นวัตถุดิบหลัก จนแผงขายกะทิต้องหยุดขายทั้งชั่วคราวและหยุดแบบถาวรเพราะสายป่านสั้นเป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีมะพร้าวป้อนแผง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มะพร้าวขาดตลาด กะทิราคาพุ่งแรงสุด โลละ 160 ค้ารายย่อย ครวญ ยอมเลิกกิจการ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...