[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานของนักเขียน Pmounderscore ไม่อนุญาตให้นำไปดัดแปลง แก้ไขและเผยเเพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมไปถึงอ่านออกเสียงหรือทำนิยายเสียงลงสื่อต่างๆ
ลงนิยายทุกวันเวลา 07.00 น. ลงวันละ 4 ตอน
แอนเดอร์สัน มือปราบวัยเกษียณตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาลของวิทยาลัย เขาพบว่าตัวเองมาเกิดใหม่และพึ่งได้รับความทรงจำเก่ากลับมาในช่วงอายุ 15 ปี ตัวตนของเขานี้ไม่ธรรมดา เป็นถึงนายน้อยคนที่ 11 ของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ตระกูลทรงอำนาจของสหพันธ์โคเวีย แต่ตระกูลกลับมีวิธีสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลที่โหดร้ายและป่าเถื่อนต่างจากตระกูลอื่น เหล่าผู้มีสิทธิสืบทอดจำเป็นต้องห้ำหั่นกันด้วยชีวิต ด้วยกฎและข้อห้ามที่ไม่มี ส่งผลให้ผู้มีสิทธิสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลจำเป็นต้องสร้างกองกำลังของตัวเองขึ้นมาต่อสู้กับเหล่าพี่น้องของตน
ด้วยการสืบทอดอันป่าเถื่อนส่งผลให้แม่เพียงคนเดียวของแอนเดอร์สันตกตาย แม้ในสายตาของทุกคนการตายของแม่จะดูปกติทั่วไป หลังจากเขาได้รับความทรงจำกลับคืนมาได้ การตายของแม่กลับเป็นการฆาตกรรม เขาจึงต้องลุกขึ้นมาสร้างกลุ่มอำนาจแล้วเข้าไปห้ำหั่นกับเหล่าพี่ชายเพื่อทวงถามว่าใครฆ่าแม่ของตน
ปล.เรื่องนี้เป็นโลกที่มีเทคโนโลยีผสมเวทมนตร์ ตัวเอกจะต้องเดินทางไปมิติมิสเทอรี่เพื่อความแข็งแกร่ง สั่งสมกองกำลังและต่อสู้กับเหล่าคนของพี่ชาย เตรียมตัวผสจญภัยและรับแรงกระแทกจากการฆ่ากันของเหล่าพี่น้องได้เลย ^^
1 ได้สติ
เปลือกตาอันหนักอึ้งเปิดขึ้นช้าๆเผยให้เห็นดวงตากลมโตมองจ้องไปบนเพดานห้องพลางใช้นัยน์ตาสีดำกรอกมองรอบๆด้วยความสงสัย ทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นชายที่นอนอยู่บนเตียงก็ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งในทันที
“ย้ายร่างเหรอ”
สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดคือการย้ายร่าง เขาจำได้ว่าตัวเองนั่งดูเกิร์ลกรุ๊ปกำลังแสดงคอนเสิร์ตใจกลางสวนสาธารณะก่อนจะเกิดอาการหัวใจล้มเหลวจนต้องนำยามากลืนเพื่อระงับอาการ ยากลับติดคอส่งผลให้เขาทรมานมากจนจะขาดใจตาย แต่เขากลับไม่ตายสามารถประคองสติตัวเองเอาไว้ได้จึงยื่นมือไปคว้าแก้วน้ำชายที่อยู่ด้านข้างมาดื่มจนเม็ดยาไหลลงไปในคออย่างราบรื่นส่งผลให้เขาดีใจที่รอดมาได้ อย่างไรก็ตามน้ำที่เขาแย่งมาดื่มกลับเป็นน้ำผสมไวอาก้าที่ไอ้หนุ่มด้านข้างเตรียมไว้ให้กับแฟนสาว ส่งผลให้โรคหัวใจของเขากำเริบจนตายในทันที
แต่ทฤษฎีที่คิดว่าตัวเองย้ายร่างเข้ามายังร่างใหม่กลับไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากว่าตัวของเขามาเกิดใหม่ตั้งแต่ 15 ปีก่อนแล้ว ด้วยเหตุบางอย่างทำให้การเกิดใหม่ไม่สามารถจำชาติก่อนของตัวเองได้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ความทรงจำชาติก่อนของเขาที่เป็นชายอายุ 60 ปีกลับคืนมาทั้งหมด ด้วยการที่เขาตามทันข่าวสาร ชอบอ่านนิยายและชอบเพ้อฝันจึงไม่ตกใจกับการมาเกิดใหม่ต่างโลกและพึ่งได้ความทรงจำตัวเองกลับคืนมา ทันใดนั้นเขาก็เริ่มปวดศรีษะเมื่อความทรงจำตั้งแต่เกิดใหม่กำลังหลอมรวมเข้ากับความทรงจำชาติก่อนส่งผลให้เขาเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
“ให้ตายสิ ยุ่งตั้งแต่เริ่มเลยเหรอ”
ด้วยความทรงจำทำให้เขารู้ว่าการเกิดใหม่แบบไร้ความรู้ของชาติก่อน ตัวของเขาเป็นคนโง่มาก นอกจากโง่แล้วยังทิ้งเรื่องราวน่าปวดหัวเอาไว้ให้ตามแก้ไข เรื่องที่ทิ้งเอาไว้คือการตายแล้วฟื้นจนเขาได้ความรู้ชาติก่อนกลับคืนมา ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงรองเท้าของใครหลายคนกำลังเดินมายังเตียงพยาบาลของเขาที่ใช้สำหรับฟื้นตัว
“ฟื้นแล้วสินะ เชิญไปกับเราด้วย”
เหล่าคนสวมใส่เครื่องแบบคณะกรรมการวิทยาลัยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและเย็นชา สร้างความรู้สึกกดดันให้กับคนที่ได้ยินน้ำเสียงไม่น้อย แอนเดอร์สันที่รู้ว่าเขากำลังถูกเชิญไปยังห้องปกครองเพื่อสอบสวนเรื่องราวก่อนที่เขาจะตายจึงค่อยๆลงจากเตียงแล้วไปนั่งยังรถเข็นที่ถูกเตรียมไว้ จากนั้นเขาก็ถูกพาไปห้องปกครองวิทยาลัยที่ใช้ตัดสินโทษนักเรียน ระหว่างนั่งบนรถเข็นที่กำลังโยกไปมาแอนเดอร์สันพบว่าด้านหน้าของเขาปรากฎตัวหนังสือบางอย่างกำลังลอยค้างให้เขาสัมผัสมัน
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบยั่วยุความตาย]
ติ๊ด!
ปลายนิ้วชี้จิ้มลงไปบนอากาศทำให้ข้อความแจ้งเตือนสลายหายไปเผยให้เห็นคำอธิบายที่แอนเดอร์สันต้องฉีกยิ้มกว้าง เมื่อระบบยั่วยุความตายที่ปรากฎออกมานั้น เป็นระบบช่วยให้เขาใช้ชีวิตภายในโลกใบใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ในโลกแห่งนี้เต็มไปด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและเวทมนตร์ การมีระบบยั่วยุความตายทำให้เขากลายเป็นคนพิเศษ
โดยความสามารถของระบบยั่วยุความตายนี้เอง สามารถทำให้เขาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นหลังจากรอดพ้นจากความตายที่เผชิญหน้า
ทุกครั้งที่เขาย่างก้าวเข้าสู่ความตายไม่ว่าจะเป็นการย่างก้าวเข้าสู่การต่อสู้หรือเผชิญหน้ากับเหตุการณ์บางอย่างที่มีโอกาสทำให้เขาตาย ถ้าเขาสามารถรอดพ้นไปได้ ระบบยั่วยุความตายจะมอบตั๋วให้เขาไปสุ่มรางวัล โดยวงล้อสุ่มรางวัลที่ระบบสร้างขึ้นนั้นจะเปลี่ยนไปในทุกๆเดือน หากเขามีตั๋วที่มากพอสามารถสุ่มทุกอย่างบนกระดานสุ่มรางวัลของทางระบบได้ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสามารถใช้ตั๋วที่ได้จากทางระบบซื้อของรางวัลบนกระดานสุ่มได้อีกด้วย หากว่าเขาดวงไม่ดีพอ เพียงแต่การซื้อจำเป็นต้องใช้ตั๋วในปริมาณที่มากพอสมควร
แอด!
ประตูห้องปกครองเปิดอ้าเข้าไป เผยให้เห็นนักเรียนคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จัดเอาไว้ใจกลางห้อง รอบข้างเต็มไปด้วยเหล่าอาจารย์ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการการสอบสวน
ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้แอนเดอร์สันต้องเดินทางมายังห้องปกครองคือเหตุการณ์ก่อนที่เขาจะตายแล้วฟื้น เหตุการณ์นั้นก็คือเขาพลัดตกจากดาดฟ้าหล่นลงไปในสระน้ำของวิทยาลัย ทว่าการตกกลับไม่ได้มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น ยังมีเพื่อนสนิทของเขาอีกหนึ่งคนหล่นลงมาด้วย
“แอนเดอร์สัน ช่วยเล่าเหตุการณ์บนดาดฟ้าให้พวกเราฟังหน่อย”
รถเข็นเข้าไปจอดใจกลางห้องก่อนที่แอนเดอร์สันจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่จำได้ก่อนตายแล้วฟื้น
“ปีเตอร์นัดผมไปดูบางอย่างบนดาดฟ้า พอผมเปิดประตูดาดฟ้าก็ได้มีใครบางคนใช้เวทย์ลมโจมตีจนผมร่วงตกลงไปในบึงน้ำ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีเพียงเท่านี้ครับ”
“ปีเตอร์ เรื่องทั้งหมดเป็นเหมือนที่แอนเดอร์สันพูดหรือเปล่า”
คณะกรรมการหันมองไปยังปีเตอร์เพื่อฟังเรื่องราวจากอีกฝ่าย แอนเดอร์สันจึงนั่งเงียบต่อไปเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาสองคน คณะกรรมการคงกำลังสืบสวนหาผู้ลงมือใช้เวทย์ผลักพวกเขาให้ร่วงตกลงมาจากดาดฟ้า
“ไม่ครับ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่แบบนี้” แอนเดอร์สันย่นคิ้วแล้วหันมองไปยังเพื่อนของตนที่กำลังจะพูดในสิ่งที่ต่างออกไป
“ผมนัดแอนเดอร์สันไปดูคอร์มอนสเตอร์ที่พ่อของผมพึ่งได้รับมาจากการช่วยเหลือเด็กสาวคนหนึ่ง มารู้ภายหลังว่าเธอเป็นคนจากตระกูลซิกฟรีท พอเขามาถึงดาดฟ้าตามนัดหมายผมก็ให้คอร์เขาไปดู ปรากฎว่าเขาเกิดความโลภอยากได้มันจึงพยายามแย่งชิง ผมจึงเข้าไปแย่งมันกลับมาสุดท้ายผมไม่สามารถสู้แรงเขาได้จึงถูกผลักให้ร่วงตกลงมาจากดาดฟ้าครับ”
“แอนเดอร์สัน ความจริงเป็นเหมือนที่ปีเตอร์เล่าหรือเปล่า”
“ไม่ เรื่องมันไม่ใช่แบบนี้ครับอาจารย์”
แอนเดอร์สันเรียบเรียงความรู้ภายในหัว เขาอยากรู้ถึงสาเหตุที่เพื่อนสนิทหักหลังจนสร้างเรื่องโกหกต่อหน้าคณะกรรมการ ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนทำให้เขาตกจากดาดฟ้า
เรื่องที่เขาเข้าใจในตอนนี้มีอยู่ว่า เขาเป็นลูกชายคนที่ 11 ของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ หนึ่งในตระกูลที่ใหญ่ที่สุดภายในสหพันธ์โคเวียแห่งนี้ ด้วยกฎของตระกูลผู้มีสิทธิสืบทอดตำแหน่งต้องเข่นฆ่ากันเอง การที่เขาถูกจัดฉากให้ตายจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ซึ่งตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เป็นตระกูลทรงอำนาจ เพียงแต่วิธีการเปลี่ยนผ่านอำนาจให้คนรุ่นหลังรุนแรงและป่าเถื่อน เด็กทุกคนที่เกิดจากผู้นำตระกูลจะถูกเลี้ยงดูภายในตระกูลจนกว่าอายุจะครบ 10 ปี หลังจากนั้นจะถูกส่งกลับไปยังตระกูลทางฝ่ายแม่เพื่อสร้างกองกำลังของตัวเอง
สาเหตุที่ต้องสร้างกองกำลังก็เพราะว่าในวันที่ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ตกตายหรือว่าสละตำแหน่งผู้นำ ผู้มีสิทธิสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลจะต้องฆ่ากันเพื่อนำตำแหน่งนั้นมาเป็นของตน กฎที่ตั้งไว้มีเพียง 1 ข้อเท่านั้นคือ ทุกคนที่มีสิทธิสืบทอดจะต้องเข้าร่วม ใครสละสิทธิสิ่งที่จะได้รับมีเพียงความตายที่รออยู่
ซึ่งการสะสมกองกำลังไม่มีกฎข้อห้ามให้นำตระกูลอื่นหรือกองกำลังอื่นเข้าร่วม หากสามารถเอาชนะได้ในวันที่ผู้นำตระกูลตายหรือผู้นำตระกูลประกาศสละตำแหน่ง ผู้ชนะจะได้กลายเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป
“เธอมีหลักฐานมายืนยันไหม”
คณะกรรมการถามแอนเดอร์สัน พวกเขาต้องการหลักฐานหากว่าแอนเดอร์สันเก็บเอาไว้กับตัว
“มีเพียงแค่คำพูดที่เป็นหลักฐานของผมครับ”
แอนเดอร์สันไม่สามารถยอมรับผิดได้ถึงแม้เขาจะไม่มีหลักฐานทำให้ตัวเองพ้นผิด สาเหตุที่เขาไม่สามารถยอมรับผิดเป็นเพราะว่าถ้าเรื่องในวันนี้เขาเป็นฝ่ายผิดจริงจะถูกไล่ออกจากวิทยาลัย ซึ่งมีผลต่ออนาคตของเขาหากต้องการสร้างกองกำลัง ด้วยความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ในหัวนี้เองนั้น เขาได้สาบานว่าจะลากคอคนที่มีส่วนร่วมในการสังหารแม่ของเขาออกมา แม้การตายจะไม่มีใครสืบสวนเรื่องราว แต่การตายอย่างผิดปกติและสงบเกินไปของแม่ทำให้เขาไม่เชื่อว่ามันเป็นการตายแบบธรรมชาติ
แอนเดอร์สันจึงไม่คิดจะยอมให้ตัวเองถูกไล่ออกเพราะต้องการลากคอคนที่ทำให้แม่ของเขาตายโผล่หัวออกมา คนที่ทำเขาพอจะคาดการณ์ได้ว่าเป็นหนึ่งในพี่ๆของเขาที่ต้องการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลหรือไม่ก็อาจจะเป็นพี่ๆทุกคนที่ร่วมหัวกันวางแผนฆ่าแม่ของเขา สำหรับเรื่องในวันนี้ที่เขาตายแล้วฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ แอนเดอร์สันคิดว่ามันคงเป็นฝีมือของคนไม่ไกลตัวเขาอย่างเช่นพี่ชายต่างแม่อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงต้องตั้งตัวเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งจะได้กลับไปล่าคนที่วางแผนฆ่าเขาและฆ่าแม่ของตน
“แล้วปีเตอร์ นายมีอะไรเป็นหลักฐาน”
“มีครับ มีคนเห็นเหตุการณ์จากอีกตึก เขาสามารถเป็นพยานให้ผมได้”
แอนเดอร์สันย่นคิ้วมองจ้องชายที่ถูกเชิญเข้ามาในห้องปกครองอีกคนหนึ่ง จากการคาดการณ์เหตุการณ์ในครั้งนี้คงเตรียมการมาอย่างดี ถ้าสามารถไล่เขาออกจากวิทยาลัยได้ อนาคตของเขาที่จะสร้างกองกำลังคงจบสิ้นลงไป เนื่องจากว่าผู้ที่อยากเข้าร่วมกองกำลังพี่ชายของเขามีมากมายและคนเหล่านั้นล้วนแล้วเลือกคนที่แข็งแกร่งและคิดว่าได้ประโยชน์จากการเลือก
ส่วนตัวของเขาที่เป็นเด็กถูกไล่ออกคงไม่มีใครเหลียวแล สุดท้ายเขาก็จะถูกฆ่าตายภายใต้ความโดดเดี่ยว ดังนั้นเส้นทางที่ทำให้เขาสร้างกองกำลังของตนเองได้คงมีเพียงแค่ศึกษาในวิทยาลัยให้จบ เพื่อสร้างเกียรติชิ้นแรกให้กับตนเอง
“เล่า นายเห็นเหตุการณ์ยังไงบ้าง”
ทุกคนหันมองพยานที่เข้ามาให้ปากคำ แอนเดอร์สันจึงพยายามจับพิรุธของพยาน
“ตอนนั้นเป็นช่วงพัก ผมเลยไปนั่งเล่นบนดาดฟ้าอีกตึกหนึ่งแล้วบังเอิญเหลือบไปเห็นคนทะเลาะกันอยู่อีกดาดฟ้าของตึก พวกเขาทะเลาะกันรุนแรงมากเพื่อจะแย่งของบางอย่างกัน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ร่วงตกลงจากดาดฟ้าลงไปใส่ตาข่ายแล้วก็แย่งกันต่อสุดท้ายก็ร่วงตกจากดาดฟ้าทั้งคู่”
“แอนเดอร์สัน พยานเล่าไม่เหมือนของนาย มันเหมือนของปีเตอร์”
ทุกคนหันมองแอนเดอร์สัน เขาจำเป็นต้องหาพยานมายืนยันฝั่งของตน แต่เขาไม่สามารถหาได้เนื่องจากว่าพึ่งลุกออกมาจากเตียงพยาบาลและเขาไม่รู้ว่ารอบข้างในช่วงนั้นมีใครบ้าง พอขึ้นไปถึงดาดฟ้าเขาก็ถูกพัดตกในทันที
อย่างไรก็ตามเขายังมีวิธีพิสูจน์ตัวเองอีกมากมาย การจะไล่นักเรียนออกคงไม่ได้ตัดสินง่ายดายเพียงแค่ฟังคำพูด เขาเชื่อว่าการที่ลูกชายของผู้นำสกอร์เปี้ยนส์ถูกไล่ออก คงจะส่งผลกระทบต่อเหล่าอาจารย์ แม้ผู้นำตระกูลจะประกาศแล้วก็ตามว่าลูกของเขาที่ย้ายออกไปหลังอายุครบ 10 ปีเพื่อนไปอยู่กับตระกูลฝั่งของแม่จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ก็ตาม ผลสุดท้ายหากผู้นำตระกูลตายหรือสละตำแหน่ง ลูกชายของเขาจะถูกเรียกตัวกลับจึงไม่มีใครอยากจะหักหน้าผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ เรื่องนี้จึงต้องสอบสวนให้ถึงที่สุด
2 เปิดใช้งานระบบ
“อาจารย์ครับ ผมคิดว่าเรามาดูต้นเหตุที่ทำให้เด็กนักเรียนตกจากดาดฟ้ากันก่อนไหมครับ”
แอนเดอร์สันขอดูคอร์ที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาเกิดความโลภอย่างที่ปีเตอร์แต่งเรื่องขึ้นมา ทันใดนั้นคอร์มอนสเตอร์หรือก็คือแหล่งพลังงานที่มอนสเตอร์กักเก็บเอาไว้ในร่างกายก็ถูกนำออกมาเปิดเผยให้ทุกคนเห็น ด้วยลักษณะเป็นคริสตัลทรงกลมสีดำ ทำให้หลายคนที่จ้องมองรู้สึกถึงพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจางๆ
“ปีเตอร์ คอร์นี้ได้มายังไง”
แอนเดอร์สันเป็นฝ่ายถาม จากที่เขารู้เพื่อนสนิทของเขามีฐานะค่อนข้างขัดสนพอสมควร การจะครอบครองคอร์มอนสเตอร์ 10 ปีนับว่าเป็นเรื่องยากมาก
“พ่อฉันได้มาหลังจากช่วยเด็กสาวคนหนึ่งและพ่อบ้านอีกคนในสวนสาธารณะเอาไว้ เขาเกิดอาการลมชัก หลังจากช่วยก็ได้คอร์ก้อนนี้มา”
“เขาเป็นใคร”
“เห็นพ่อบ้านบอกว่ามาจากตระกูลซิกฟรีท”
เรื่องที่แอนเดอร์สันคิดจะเล่นงาน กลับถูกอุดช่องโหว่เอาไว้ เขากำลังจะใช้ข้ออ้างเรื่องฐานะทางครอบครัวปีเตอร์ที่ยากจนกับคอร์เล่นงานปีเตอร์กลับไปว่ามันเป็นเพียงแค่ของประกอบฉาก ครอบครัวปีเตอร์ไม่น่าจะมีไว้ในครอบครองได้ กลับกลายเป็นว่ามันแต่งเรื่องขึ้นมารองรับการครอบครองคอร์มอนสเตอร์ 10 ปี หนำซ้ำพ่อบ้านที่ให้มานี้ยังเป็นตระกูลใหญ่ในสหพันธ์โคเวียอีกด้วย จึงไม่แปลกที่ปีเตอร์จะมีความสามารถในการครอบครองมัน
อย่างไรก็ตามการประกาศชื่อตระกูลซิกฟรีทออกมาอย่างโจ่งแจ้งนี้เองนั้น ทำให้เขารู้ได้ในทันทีเลยว่าพี่ 10 อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดในวันนี้ การที่พี่ 10 กล้านำเอาชื่อตระกูลทางฝั่งแม่มารับรองให้กับปีเตอร์คงต้องการกดดันทางคณะกรรมการวิทยาลัย เพื่อให้การไล่เขาออกไม่ดูหนักหนาเกินไป
“อาจารย์ครับ สามารถติดต่อทางบ้านของปีเตอร์ได้ไหมครับ”
“ได้”
การติดต่อเริ่มต้นขึ้น ทางฝั่งพ่อแม่ของปีเตอร์ก็อยู่พร้อมหน้า โดยพวกเขาเล่าทุกอย่างเหมือนที่ปีเตอร์เล่าทั้งหมดจนทำให้การได้มาซึ่งคอร์มีการยืนยันหนักแน่นกว่าเดิมเพราะผู้ปกครองเป็นฝ่ายช่วยยืนยันอีกเสียง
“แอนเดอร์สัน นายมีอะไรอยากจะพูดอีกหรือไม่”
แอนเดอร์สันคิดย้อนกลับไป ตอนนี้หลักฐานที่ใช้เล่นงานปีเตอร์กลับมีการสร้างหลักฐานรองรับเอาไว้ทั้งหมด หากจะติดต่อไปยังตระกูลซิกฟรีทก็น่าจะมีคนรับสายแล้วพูดในทำนองเดียวกัน อย่างไรก็ตามเขาขอดูเสื้อผ้าในตอนเกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงหรือว่าเสื้อให้นำมาทั้งหมด กระทั่งชุดของพวกเขาสองคนนำมาวาง แอนเดอร์สันจึงได้เข้าไปสำรวจมัน
“ปีเตอร์ นายบอกว่าเราแย่งกันใช่ไหม พยานก็บอกว่าเราแย่งกันหนักเช่นกัน ถ้าอย่างนั้น…”
เสื้อของแอนเดอร์สันตัวที่ใส่ในตอนเกิดเหตุนำขึ้นมาดึง ด้วยแรงของเขาที่ถูกเรียกว่าคนโง่ ไม่แม้จะทำให้เสื้อขาดได้เลยสักนิดเดียว ต่อให้จะออกแรงมากแค่ไหน ใช้แม้กระทั่งเท้าเหยียบแล้วดึง ชุดเครื่องแบบของวิทยาลัยกลับไม่เกิดรอยฉีกขาด ไม่ว่าจะเป็นกางเกงหรือว่าเสื้อก็ตาม ด้วยแรงของแอนเดอร์สันไม่สามารถทำให้เสื้อผ้าขาดได้เลยสักนิด เพื่อให้ทุกคนไม่หาว่าเขาลำเอียง จึงได้เดินไปฉีกเสื้อของปีเตอร์ที่เต็มไปด้วยรอยขาด ปรากฎว่าเขาไม่สามารถฉีกเสื้อได้เช่นกัน จากความพยายามฉีกเสื้อที่เกิดขึ้นนี้เอง ทำให้หลายคนรู้แล้วว่าหลักฐานมันเกินจริง
“อาจารย์ครับ ผมไม่มีแรงจะฉีกแม้กระทั่งเสื้อผ้าแล้วตอนนี้ผมก็ยังไม่ใช่นักเวทย์ ผมจะเอาแรงที่ไหนไปแย่งคอร์กับเพื่อนได้”
“อาจารย์ เขาแย่งผมจริงๆนะครับ รอยทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของเขาทั้งหมด”
ปีเตอร์พยายามแสดงสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ หลังจากแอนเดอร์สันแสดงการฉีกเสื้อผ้าให้ทุกคนเห็น เขาพยายามบอกให้ทุกคนรู้ว่าแอนเดอร์สันแกล้งทำ ทันใดนั้นแอนเดอร์สันจึงชวนทุกคนทำบางอย่าง โดยการพาทุกคนไปยังดาดฟ้าจุดที่พวกเขาแย่งคอร์กัน จนการสอบสวนย้ายตำแหน่งไปยังจุดเกิดเหตุ
—-------------------------
“เป็นยังไงบ้าง ”
ชายสวมเครื่องแบบตระกูลซิกฟรีทหันไปถามกับพ่อบ้านด้วยใบหน้ามีความสุข เขาอยากรู้เรื่องราวของน้องชายที่ตกลงมาจากตึกสูงลงสู่สระน้ำขนาดใหญ่ การที่ไม่สามารถว่ายน้ำได้ส่งผลให้จมน้ำลงไปจนถึงก้นสระ แม้เขาจะได้รับข่าวมาเมื่อ 10 นาทีก่อนก็ตามว่าน้องชายยังไม่ตายแล้วถูกเชิญตัวไปห้องปกครอง ด้วยเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องปกครองทำให้เขาอยากรู้อยากเห็นสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก
“ตอนนี้อยู่ในระหว่างสอบสวนครับ จากข้อมูลที่ได้มาล่าสุดคณะกรรมการกำลังเดินไปยังดาดฟ้าที่เป็นจุดเกิดเหตุ”
“หืม ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ดูเหมือนว่าน้องชายผู้โง่เขลาของฉันกำลังจะดิ้นรนกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดจนถึงที่สุดสินะ”
“ใช่ครับ”
“จับตามองต่อไป ฉันอยากรู้ว่าเขาจะใช้วิธีไหนรอดพ้นจากเรื่องนี้ แต่จากที่ฉันรู้จักน้อง 11 คงไม่สามารถรอดพ้นจากเหตุการณ์นี้ไปได้หรอก ด้วยมันสมองอันโง่เงาที่แม้แต่ว่ายน้ำก็ทำไม่ได้ สุดท้ายมันก็จะตายด้วยความโง่ของตัวมันเอง”
—-------------------------
“แอนเดอร์สัน นายอยากจะพูดอะไร”
หนึ่งในคณะกรรมการพูดกับแอนเดอร์สันหลังจากเดินทางมาถึงดาดฟ้า เขาจึงชี้ไปยังปีเตอร์ให้เล่าทุกๆอย่างในวันนั้น ซึ่งปีเตอร์ก็ออกมาเล่าด้วยท่าทางหวาดกลัวเมื่อนึกย้อนไปถึงการร่วงตกลงจากตึก
“อาจารย์ครับ วันนั้นผมนัดแอนเดอร์สันมาตรงนี้ หลังจากเขามาถึงและขอดูคอร์ผมจึงให้ไปแต่สุดท้ายเขาไม่คืน ผมจึงเข้าไปแย่งจากนั้นเราก็แย่งกันไปมาสุดท้ายก็ร่วงตกลงมายังตาข่ายตรงนี้ แล้วผมก็พยายามแย่งมันกลับคืนมาอีกสุดท้ายเขาก็ผลักผมลงจากตรงนี้”
ปีเตอร์ชี้ไปยังสุดขอบของตาข่ายเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพตาม
“แต่ในตอนที่ผมกำลังร่วงตก ผมสามารถคว้าจับเสื้อของเขาได้จึงทำให้เราร่วงตกลงไปด้วยกันทั้งคู่”
การที่ปีเตอร์รอดมาได้แล้วเขาตกตาย แอนเดอร์สันไม่แปลกใจเลย เนื่องจากเขาเป็นคนโง่ไม่รู้แม้กระทั่งการว่ายน้ำ จึงทำให้ตายแล้วฟื้นที่ห้องพยาบาล ส่วนปีเตอร์สามารถรอดพ้นจากการร่วงตกไปได้เพราะว่ายน้ำเป็น
“อาจารย์ครับ ผมคิดว่าเรามาสาธิตการแย่งคอร์ดีไหมครับ”
“ได้สิ”
หนึ่งในอาจารย์พยักหน้า แอนเดอร์สันกล้าที่จะออกความคิดก็เพราะเขาเห็นท่าทางอาจารย์บางคนเหมือนจะรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันว่านี่เป็นการจัดฉาก ดังนั้นแอนเดอร์สันจึงใช้วิธีการชักชวนให้อาจารย์คล้อยตามเพื่อหาหลักฐาน
“มาสิปีเตอร์ เราจะลองแย่งคอร์กันอีกครั้ง”
ปีเตอร์เบิกตากว้าง แม้จะรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่การสาธิตก็ตาม เขากลับกลัวที่จะลงไปยืนบนตาข่าย แม้จะรู้ว่าอาจารย์สามารถช่วยพวกเขารอดจากการตกจากที่สูงได้ แต่ความสูงของอาคาร 10 ชั้นก็ทำให้เขากลัว
“ได้ เรามาแย่งกัน”
ความกลัวถูกเก็บเอาไว้ในใจก่อนจะก้าวไปยืนบนตาข่าย ทันทีที่ปีเตอร์ก้าวลงไปแอนเดอร์สันก็พุ่งเข้าไปแย่งคอร์ในมือทันที ด้วยการพุ่งของแอนเดอร์สันนี้ทำให้ปีเตอร์ตกใจตื่นจนปล่อยคอร์แล้วใช้มือจับตาข่ายเอาไว้แน่นกลัวจะตกลงไป ภายใต้คอร์ 10 ปีที่กำลังร่วงตกลงจากตึก แอนเดอร์สันก็เห็นสีหน้าตื่นตะลึงหลังจากปีเตอร์มันเผลอแสดงบางอย่างที่ทำให้แอนเดอร์สันรอดจากการใส่ร้ายของมันไปได้
“อาจารย์ครับ ผมคิดว่าปีเตอร์น่าจะโกหกนะครับ ถ้าเกิดว่าผมแย่งคอร์จริงๆ ปีเตอร์ไม่น่าจะปล่อยของมีค่าแบบนั้นให้ร่วงตกลงไปหรอกนะครับ จากคำพูดของเขาที่ทำเหมือนกับว่ากัดฟันสู้เพื่อแย่งคอร์คืนไป ผมคิดว่ามันคงเป็นเรื่องแต่ง”
“ไม่นะครับอาจารย์ ทั้งหมดที่ผมเล่าเป็นเรื่องจริง เขาต้องการแย่งคอร์ของผมแล้วก็คิดจะฆ่าผมด้วยครับ!”
เสียงของปีเตอร์ร้องตะโกนลั่นพยายามบอกให้อาจารย์ทำโทษแอนเดอร์สัน ทว่าสายตาของอาจารย์กลับไม่มีใครคิดอยากจะลงโทษแอนเดอร์สันเลยสักนิดเดียวหลังจากเห็นท่าทางกลัวตายที่ปีเตอร์แสดงออกมา แต่ทว่าก็ไม่มีใครกล้าจะลงโทษปีเตอร์เช่นกันเพราะใช้ชื่อตระกูลใหญ่หนุนหลัง ถึงอย่างนั้นแอนเดอร์สันไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ง่ายๆ เขาจึงทำให้เรื่องมันจบในวันนี้
“อาจารย์ครับ ผมจะถูกลงโทษไหมครับ”
“ไม่ แม้นายจะไม่มีหลักฐาน แต่ทุกอย่างก็ได้รับคำตอบแล้วว่านายไม่ได้เป็นคนทำ”
“แล้วปีเตอร์ล่ะครับ”
“ตอบยาก หลักฐานหลายอย่างช่วยยืนยันว่าเขาไม่ได้โกหก ถ้าเราตัดสินแล้วตระกูลซิกฟรีทยื่นมือเข้ามายุ่ง จะทำให้เรื่องมันบานปลาย นายน่าจะทำให้เรื่องมันจบเท่านี้นะ เขาก็แยกทางไป นายก็แยกทางไป”
“ไม่ได้หรอกครับอาจารย์ ผมไม่ยอม จะให้คนที่ใส่ร้ายลอยนวลไปได้ยังไง ผมขอให้อาจารย์ใช้เวทย์ทรมานเพื่อหาความจริง”
ทุกคนที่กำลังจะเดินกลับไปยังห้องปกครองหยุดเท้าแล้วหันมองแอนเดอร์สัน เวทย์ทรมานถูกห้ามไม่ให้ใช้งานเพราะมันเป็นเวทย์ต้องห้าม
“ผมจะเขียนหนังสือถึงอาจารย์ใหญ่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วยการใช้เวทย์ต้องห้ามในการทรมานเพื่อให้ยอมรับผิด ผมจะโดนเวทย์นี้ ส่วนเขาก็ต้องโดนด้วยเช่นกัน”
ปีเตอร์ที่ได้ยินเรื่องเวทย์ต้องห้ามถึงขั้นเบิกตากว้าง ทันใดนั้นมันก็ได้หลุดปากยอมรับจนทุกคนยืนฟัง
“อาจารย์ครับ ช่วยผมด้วย ครอบครัวของผมอาจจะถูกฆ่าได้ แต่ผมก็กลัวเวทย์ต้องห้าม อาจารย์ช่วยผมหน่อยนะครับ มีคนจ้างให้ผมทำเรื่องนี้ อาจารย์!”
ท่าทางหวาดกลัวแสดงออกมาจากปีเตอร์ ทั้งกลัวว่าครอบครัวจะถูกฆ่าและกลัวว่าตัวเองจะตาย ภายใต้เสียงร้องไห้แสดงออกถึงความหวาดกลัว เหล่าคณะกรรมการต่างก็ถูกแอนเดอร์สันชักจูง
“อาจารย์ครับ คนผิดก็ต้องลงโทษ เรื่องนี้มีคนภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมคิดว่าให้คนของสหพันธ์เข้ามารับหน้าที่นี้แทนจะดีกว่านะครับ”
“ไม่นะอาจารย์ ถ้าหากว่าคนของสหพันธ์เข้ามายุ่งครอบครัวของผมจะต้องแย่แน่ๆ อาจารย์ช่วยผมด้วย!”
“แย่แน่ ทำไมพวกเขาต้องแย่ด้วยล่ะ แกจะบอกว่ามีคนจับครอบครัวของแกไปข่มขู่ให้แกทำเรื่องนี้เหรอ แล้วใครกันที่ทำเรื่องแบบนั้น อาจารย์ครับผมว่าให้สหพันธ์รับหน้าที่นี้ไปจะดีกว่า”
“ซิกฟรีท ตระกูลซิกฟรีทจะต้องลงมือแน่ อาจารย์ช่วยผมด้วยครับ ช่วยด้วย!”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้าง ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะไม่สามารถส่งไปถึงตระกูลซิกฟรีทได้ก็ตามเพราะทางฝั่งนั้นน่าจะเตรียมรับมือกับเรื่องนี้เพื่อตัดตอนปัญหาเอาไว้หลายอย่าง แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดในวันนี้ระหว่างเขาและปีเตอร์จะได้รับคำตัดสิน เพียงเท่านี้เขาก็พอใจแล้ว
“นำเขากลับไปยังห้องปกครอง ส่วนนายกลับไปได้แล้ว ไม่มีอะไรให้นายต้องทำ”
แอนเดอร์สันทำความเคารพอาจารย์ที่เป็นคณะกรรมการก่อนจะกลับไปยังห้องนอนของเขา จากเรื่องที่พึ่งจบส่งผลให้เขารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก นึกว่าจะไม่สามารถผ่านมันมาได้ ทันใดนั้นระบบยั่วยุความตายก็ได้แจ้งเตือนให้เขาทราบถึงสิ่งที่เขาได้ทำสำเร็จลงไป
[แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายได้สำเร็จ ได้รับตั๋วสุ่มรางวัล 1 ใบ]
[แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ ระบบขอมอบรางวัล ตั๋วสุ่มรางวัลจำนวน 4 ใบ]
3 วงล้อเสี่ยงโชค
“คงไม่มีอะไรตามมาเล่นงานอีกหรอกนะ”
แอนเดอร์สันปิดประตูห้อง โชคยังดีที่วิทยาลัยไม่ได้ใช้ห้องรวม มีเพียงห้องน้ำเท่านั้นที่ต้องใช้งานร่วมกัน ดังนั้นเขาจึงพอมีพื้นที่ส่วนตัวอยู่บ้าง ทันทีที่เขามาถึงห้องนอนตัวเอง แอนเดอร์สันไม่รอช้าเรียกตั๋วที่พึ่งได้จากระบบมาทั้ง 5 ใบก่อนที่ตรงหน้าของเขาจะเผยให้เห็นวงล้อขนาดใหญ่มีของรางวัลมากมายเขียนเอาไว้
“จะเปลี่ยนของรางวัลทุกๆเดือนสินะ งั้นก็หมายความว่าถ้าเดือนไหนเราไม่สามารถสุ่มได้ของที่ต้องการหากผ่านไปแล้วของสิ่งนั้นจะหายไป”
แอนเดอร์สันรู้สึกใจหาย แต่เขาก็ปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปเพราะคิดว่าของที่หายไปอาจจะมีสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาแทนที่ ตอนนี้สิ่งหลักๆที่เขาเห็นบนวงล้อคือพลังเวทย์มากมายหลายปี ไม่ว่าจะเป็นช่องพลังเวทย์ 1 ปี พลังเวทย์ 2 ปีหรือจะเป็นพลังเวทย์ 100 ปีที่เหมือนจะเป็นรางวัลใหญ่ อย่างไรก็ตามบนวงล้อส่วนมากล้วนเป็นช่องของพลังเวทย์ 1 ปี
ในโลกใบนี้ที่เป็นโลกของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและเวทมนตร์มีการแบ่งระดับจอมเวทย์ด้วยการใช้หลักเกณฑ์นับปี ยกตัวอย่างเช่นนักเวทย์ 1 ปี นักเวทย์ 5 ปี นักเวทย์ 100 ปี ยิ่งระดับนักเวทย์มีจำนวนปีที่มากก็ยิ่งแข็งแกร่ง
ซึ่งพลังเวทย์แต่ละปีหาได้จากการศึกษาและทำความเข้าใจเวทมนตร์ที่มีให้เรียนในมหาวิทยาลัยหรือจากเกทในโลกมิสเทอรี่ ซึ่งการทำความเข้าใจกับเวทมนตร์นี้เป็นวิธีเก็บสะสมพลังเวทย์ได้ช้ามากๆ แต่ก็มีอีกวิธีที่นักเวทย์ใช้งานเพื่อสะสมพลังเวทย์ให้ได้เร็วไว วิธีนั้นคือการดูดกลืนสิ่งต่างๆที่มีพลังเวทย์บรรจุเอาไว้จากมิติมิสเทอรี่ อย่างไรก็ตามทุกสิ่งที่มีพลังเวทย์อยู่ด้านในล้วนแล้วมีวิธีได้มาที่อันตรายต้องนำชีวิตไปเสี่ยงเพื่อให้เก็บสะสมพลังเวทย์ได้เร็วขึ้น
“ต้องสุ่มสินะ”
แอนเดอร์สันมองไปยังวงล้อเสี่ยงโชค สิ่งที่เขาหมายตาเอาไว้มีด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่องที่ทำให้เขาเข้าใจเวทย์พายุเพลิง เวทย์ฝนอุกกาบาต เวทย์แรงโน้มถ่วง เวทย์สายฟ้าฟาด เวทย์ทั้งหมดที่เขามองเห็นนั้นเป็นเวทย์ระดับ 4 ทั้งหมด ซึ่งเป็นเวทย์ที่อยู่ในช่วงนักเวทย์ 301 ปีถึง 400 ปีใช้งานได้ นอกจากนั้นยังมีอาวุธเวทย์วางเอาไว้หลายชิ้น พวกมันแต่ละชิ้นล้วนเป็นอาวุธเวทย์ระดับ 4 เช่นกัน
ซึ่งวงเวทย์มีการแบ่งออกเป็นหลายระดับด้วยกันมีตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 8 และยังคาดว่าจะมีระดับที่สูงกว่านี้ขึ้นไป การจะระบุว่าใครสามารถใช้เวทย์ระดับใดได้บ้าง เหล่านักเวทย์จะใช้วิธีการดูพลังเวทย์สะสมของแต่ละคน
พลังเวทย์ตั้งแต่ 1 ปีไปจนถึง 100 ปี จะใช้ได้เพียงแค่เวทย์ระดับ 1 เพียงเท่านั้น
พลังเวทย์ตั้งแต่ 101 ปีไปจนถึง 200 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 2
พลังเวทย์ตั้งแต่ 201 ปีไปจนถึง 300 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 3
พลังเวทย์ตั้งแต่ 301 ปีไปจนถึง 400 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 4
พลังเวทย์ตั้งแต่ 401 ปีไปจนถึง 500 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 5
พลังเวทย์ตั้งแต่ 501 ปีไปจนถึง 600 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 6
พลังเวทย์ตั้งแต่ 601 ปีไปจนถึง 700 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 7
พลังเวทย์ตั้งแต่ 701 ปีไปจนถึง 800 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 8
สำหรับระดับอาวุธเวทมนตร์ มีการแบ่งเอาไว้ 8 ระดับเหมือนกับเวทย์ ผู้ที่สามารถถือครองได้จะดูจากพลังเวทย์สะสมเช่นกัน วิธีจดจำทำได้ง่ายเป็นอย่างมาก หากนักเวทย์สามารถใช้เวทย์ระดับ 5 ได้หมายความว่าอาวุธที่ถือก็สามารถใช้ได้สูงสุดถึงอาวุธเวทย์ระดับ 5 เช่นเดียวกัน
“เอาล่ะ ตั๋วใบแรก”
แอนเดอร์สันฉีกตั๋วใบแรกออกเป็นสองส่วนก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง ทันทีที่ตั๋วหายไปวงล้อตรงหน้าก็เริ่มหมุนด้วยความรวดเร็วเพื่อสุ่มสิ่งที่แอนเดอร์สันจะต้องได้ ภายใต้การหมุนจนตาลายแอนเดอร์สันได้จ้องมองไปยังหัวลูกศรที่กำลังชี้ช่องมากมายของวงล้อที่กำลังเลื่อนผ่าน
“หยุด หยุด หยุดสิ หยุด”
เล็บเท้าจิกลงไปบนรองเท้าจนทำให้เกิดเสียง พลางบิดเอวจนตัวเอียงลุ้นไปกับวงล้อที่ค่อยๆหยุดหมุน ทันทีที่วงล้อหยุดเข็มสีแดงที่ชี้ไปบนวงล้อก็ปรากฎข้อความบอกสิ่งที่แอนเดอร์สันได้จากการใช้ตั๋วในทันที
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพลังเวทย์ 1 ปี]
วูป!
ความรู้สึกเหมือนกับกินยาชูกำลังวิ่งไปทั่วร่างแอนเดอร์สัน สร้างความตกตะลึงให้กับเขาเป็นอย่างมาก เพียงพลังเวทย์ 1 ปีที่ถูกเพิ่มเข้ามาในร่างกายของเขาที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ในหนังของโลกก่อน เพียงแค่มองกำแพงเขารู้สึกได้ว่ามันน่าจะนุ่มอย่างกับขนมปัง ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่กล้าชกมันเพราะต้องเสียค่าซ่อมเอง
ตั๋วอีกใบถูกฉีกอีกครั้งจากนั้นแอนเดอร์สันก็เริ่มนั่งลุ้นว่าเขาจะได้อะไรจากวงล้อที่มีของเขียนเอาไว้มากมาย ทันใดนั้นเขาต้องถอนหายใจเมื่อสิ่งที่ได้ยังคงเป็นของสิ่งเดิม
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพลังเวทย์ 1 ปี]
“มันต้องได้ของดีสักอย่างละนะ”
วงล้อเริ่มหมุนอีกครั้ง แอนเดอร์สันยังคงลุ้นตัวโก่งเช่นเดิม แต่แล้วเขาต้องถอนหายใจออกมาเช่นเดิมเมื่อสิ่งที่ได้ยังคงเป็นพลังเวทย์สะสม
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพลังเวทย์ 1 ปี]
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพลังเวทย์ 1 ปี]
“ใบสุดท้ายแล้วนะ”
ตั๋วถูกฉีกอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้แอนเดอร์สันไม่มองวงล้อเลยสักนิด ในความคิดของเขาสิ่งที่ได้คงไม่ต่างจากเดิม ทันใดนั้นเองเสียงพลุมากมายก็ได้ระเบิดออกมาจากวงล้อส่งสัญญาณให้เขารู้ว่ามันได้รางวัลใหญ่
[ยินดีด้วย ท่านได้รับฉายาผู้ใช้สายลม ผลพิเศษ ทำให้เวทย์ลมทั้งหมดทรงพลังยิ่งขึ้น 1 เท่า]
แอนเดอร์สันเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ ถึงมันจะไม่ใช่วงเวทย์หรืออาวุธเวทย์อย่างที่เขาคาดหวังเอาไว้ ฉายาที่ได้กลับส่งผลคลุมเวทย์ธาตุลมทั้งหมด เขาจึงรีบวิ่งไปเปิดหมอนแล้วหยิบหนังสือออกมาจากที่นอน เผยให้เห็นหนังสือธาตุลมที่ได้จากตระกูลแม่ของตน
“ฮ่าๆ เป็นเรื่องบังเอิญสินะ”
แอนเดอร์สันหัวเราะลั่นหนังสือเวทย์ที่แม่ของเขามอบเอาไว้ให้นั้น เป็นหนังสือเวทย์ไร้ระดับ ซึ่งมันหมายความว่าเวทย์ที่เขาใช้งานหลังจากทำความเข้าใจเวทย์จากหนังสือนี้ได้สำเร็จ มันจะเพิ่มระดับไปกับตัวของผู้ใช้ แล้วหนังสือเวทย์ในมือของเขายังเป็นหนังสือเวทย์ธาตุลม จึงส่งผลให้เขาหัวเราะไม่หยุด หลังจากได้ความทรงจำคืนมาจนตัวเองหายเป็นคนโง่งม นอกจากจะกลายเป็นนักเวทย์ที่มีพลัง 4 ปีแล้ว ยังได้รับฉายาและเวทมนตร์ที่เข้ากันได้ดีมาใช้งาน
“ภูติสายลมจำแลงร่าง”
ชื่อหนังสือเวทย์อ่านออกเสียงเบาๆ ก่อนที่แอนเดอร์สันจะเข้าไปดูเนื้อหาหน้าแรกที่เป็นคำโปรยของมัน ทันทีที่เขาได้อ่านเกี่ยวกับความสามารถของเวทย์ที่มีเพียงสายเลือดจากตระกูลของแม่เท่านั้นที่เรียนรู้ได้นั้น แอนเดอร์สันถึงขั้นสั่นไปทั่วร่างกาย ถ้าเขาสามารถเรียนรู้และเข้าใจจนสามารถใช้เวทย์นี้ได้ เขาจะสามารถสร้างร่างจำแลงธาตุลมขนาดใหญ่ขึ้นมาครอบตัวเพื่อใช้ในการโจมตี เขาไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์มากมาย เพียงแค่ใช้วงเวทย์นี้สำเร็จ ร่างจำแลงที่สร้างขึ้นสามารถปลดปล่อยการโจมตีทุกอย่างให้กลายเป็นเวทย์ลมได้
“ขอล่ะ ขอให้ความสามารถในการทำความเข้าใจของฉัน เข้าใจสิ่งที่เรียกว่าวงเวทย์ได้เร็วๆด้วยเถิด”
แอนเดอร์สันพนมมือขอร้องให้ตัวเองสามารถเข้าใจวงเวทย์ได้ง่ายดาย แม้เขาจะมีระบบยั่วยุความตาย มันกลับเป็นระบบที่ทำให้เขาแข็งแกร่งหลังจากหลุดรอดจากความตายมาได้ ดังนั้นช่วงเวลาที่เขาไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความตายจึงต้องพึ่งความสามารถของตนเอง โดยเขาหวังว่าเวทย์ประจำตระกูลของแม่จะเข้าใจได้ภายใน 1 เดือน เนื่องจากว่าตามหลักสูตรเขาจำเป็นต้องเดินทางไปยังมิติมิสเทอรี่ในอีก 1เดือนข้างหน้าเพื่อทดสอบที่นั้น จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการเลือกศาสตร์ของเวทย์ที่เขาต้องการเรียนรู้หลังจากวิทยาลัยปล่อยให้นักเรียนได้ตามหาความเหมาะสมในช่วงเดือนแรกที่เข้าเรียนที่นี่
—---------------------------
“ว่ายังไงนะ”
ลูกชายคนที่ 10 ของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ย่นคิ้วหลังจากได้รับฟังข่าวที่ดูน่าเหลือเชื่อเกินไป จากการลงมือเล็กๆน้อยๆเขาคิดว่าน้องชายผู้โง่เขลาจะต้องพบจุดจบที่น่าสังเวช ข้อมูลที่รายงานเมื่อครู่นี้เองกลับบอกรายละเอียดว่าน้องชายคนที่ 11 ของเขารอดพ้นจากทุกข้อกล่าวหา ไม่มีใครสามารถลงโทษถึงขั้นไล่เขาออกจากการเป็นนักเรียนได้
ไม่เพียงเท่านั้นน้อง 11 ยังสามารถสวนกลับเพื่อนสนิทที่หักหลังได้อีก จนทำให้ปีเตอร์ถึงขั้นถูกพักการเรียนเป็นเวลา 1 ปี แต่ที่น่ารำคาญที่สุดคือการสาวมาถึงตระกูลซิกฟรีท
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้นกลับส่งไปไม่ถึงสหพันธ์ เรื่องทั้งหมดล้วนหล่นกลางทางไม่สามารถเชื่อมโยงเอาผิดตระกูลซิกฟรีทได้ มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำให้คดีความหลุดออกจากการเดินทางด้วยการใช้อำนาจของตระกูลใหญ่
“แล้วมันทำยังไงถึงรอดมาได้”
พ่อบ้านเล่ารายละเอียดที่แอนเดอร์สันทำครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่พี่ 10 ของเขาจะย่นคิ้วเนื่องจากน้องชายตนเองเหมือนจะมีความสามารถในการคิดมากขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย
“แล้วคนที่ทำงานพลาดล่ะ”
“นายน้อยไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมได้สั่งคนให้ลงไปจัดการเรื่องนี้แล้วครับ”
“ดี ส่วนน้องชายของฉันปล่อยให้ดีใจไปสักระยะก่อน ยังมีเวลาอีกเยอะในการเล่นสนุกกับเขา”
—-----------------------------
“ไอ้ลูกเวร แกไปยอมรับผิดทำไม ไอ้ลูกเวรเอ๊ย!”
พ่อและแม่ของปีเตอร์ผลัดเปลี่ยนกันทุบตีด้วยความโกรธ หลังจากลูกกลับมาถึงบ้านพร้อมกับข่าวร้ายที่เล่าให้ฟัง ทำให้พวกเขาโกรธเป็นอย่างมากที่ลูกชายยอมรับผิด การถูกพักการเรียนสำหรับพวกเขาสองคนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การยอมรับผิดจนทำให้ตระกูลซิกฟรีทไม่พอใจ ส่งผลร้ายต่อตัวพวกเขามากกว่าการถูกพักการเรียน
ก็อกก็อกก็อก
เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นเบาๆพอให้ได้ยินเสียง เหล่าพ่อแม่ที่กำลังทุบตีจึงหยุดมือแล้วหันมองจ้องหน้ากัน พวกเขาไม่น่าจะมีเพื่อนบ้านหรือคนรู้จักมาเคาะประตูในตอนนี้ ทันทีที่ออกไปส่องประตูดูว่าใครมานี้เอง ใบหน้าผู้เป็นพ่อถึงกับขาวซีดเพราะคนที่อยู่หน้าประตูสวมสูทสีดำ ถึงจะไม่แสดงตัวตนว่ามาจากสังกัดใดก็ตาม เขาพอรับรู้ได้ว่าเป็นคนของตระกูลซิกฟรีท
“แย่แล้วแม่ ตระกูลซิกฟรีทส่งคนมาหาพวกเรา”
ปีเตอร์หันมองพ่อของตนที่กำลังแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่าตระกูลซิกฟรีทจะกล้าลงมือเพราะเรื่องนี้ทางวิทยาลัยส่งเรื่องให้สหพันธ์แล้ว ต่อให้เป็นตระกูลซิกฟรีทก็ไม่น่าจะกล้าเข้ามาฆ่าพวกเขาที่มีเรื่องบาดหมางกับแอนเดอร์สัน
“ไอ้ลูกเวร แกกำลังนำความซวยมาให้เรา เก็บข้าวของเร็วเข้า”
ของใช้จำเป็นเก็บใส่กระเป๋า พวกเขาจะออกประตูหลังบ้าน ทันทีที่ของทุกอย่างเก็บจนหมดประตูหลังบ้านก็ถูกเปิดออกเตรียมจะพุ่งหนี ทันใดนั้นพวกเขากลับไม่สามารถพุ่งไปไหนได้เพราะชายชุดดำปิดล้อมบ้านเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
“เดี๋ยวก่อน เราน่าจะคุยกันได้ ”
“ใช่ๆ เราน่าจะคุยกันได้ เอางี้ไหม แก้ตัว เราขอแก้ตัว ใช่แล้ว เราขอแก้ตัว”
พ่อและแม่พยายามพูดพลางเก็บซ่อนความกลัว ถึงอย่างนั้นกลุ่มคนชุดดำกลับไม่สนใจ พวกเขาได้รับภารกิจให้มาจัดการทุกอย่างให้หายไป จึงไม่จำเป็นต้องมีการต่อรอง