โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สะพานข้ามบึงบัว’ ความต่างระหว่างวัยที่ ‘ปูนปั้น - กมลลักษณ์’ สร้างสรรค์กับป้า 7 คน

ONCE

เผยแพร่ 07 ต.ค. 2566 เวลา 08.17 น.

ถ้าชอบเดินชมนิทรรศการศิลปะภาพถ่ายกันมาบ้าง เราเชื่อว่าทั้งชื่อเสียงและผลงานของปูนปั้นน่าจะเป็นที่คุ้นตาใครหลายๆ คน เธอคือช่างภาพไฟแรง ซึ่งเคยฝากผลงานภาพถ่ายคอลลาจร่วมสมัยในชุด ‘RED LOTUS’ จัดแสดงใน Fotografiemuseum Amsterdam at KühlhausBerli และในอีกหลายประเทศ ผลงานชุดที่ 2 ‘Blue Fanstasy’ เคยจัดแสดงที่ HOP - Photography โดยทั้ง 2 ผลงานต่างใช้ ‘ดอกบัว’ ดอกไม้ที่เธอชอบมาเป็นสัญลักษณ์ในการให้ความหมายที่ต่างกันออกไป และผูกโยงไปกับเรื่องราวในครอบครัวของเธอเอง

สำหรับนิทรรศการ “สูงวัย…ขยาย (ความ)” ซึ่งจัดขึ้นที่หอศิลปกรุงเทพฯ ในช่วงนี้ เล่าบอกสภาวะความเป็นอยู่ของสังคมสูงวัยในประเทศไทยผ่านการตีความจากศิลปินทั้ง 12 คน ปูนปั้นก็ไม่ทิ้งสไตล์ความเป็นเธอ ด้วยการนำประสบการณ์การเติบโตมากับป้าๆ ทั้ง 7 คน ถ่ายทอดสู่ผลงานศิลปะจัดตั้ง ‘สะพานข้ามบึงบัว’ ครั้งนี้เธอชวนป้าๆ ของเธอมาร่วมสร้างสรรค์ด้วย ดอกบัวในครั้งนี้จะมีความหมายอย่างไร มาฟังเบื้องหลังผลงานของปูนปั้นกันดีกว่า

ปูนปั้นกับป้าทั้ง 7

ก่อนพูดถึงผลงานชิ้นล่าสุด เราอยากพาทุกคนมารู้จักตัวตนของเธอกันก่อน ปูนปั้นจบด้านการออกแบบภาพยนตร์ ก่อนจะเรียนต่อปริญญาโทด้านทัศนศิลป์

เธอเติบโตมากับครอบครัวที่มีคุณป้า 7 คนคอยดูแล การได้รับการเลี้ยงดูท่ามกลางผู้หญิง ทำให้ศิลปินตั้งคำถามถึงบทบาท ทัศนคติ และการถูกกดขี่สตรีเพศในบริบทสังคมไทย จนเกิดเป็นผลงานศิลปะภาพถ่ายคอลลาจร่วมสมัยถึง 2 ชุดผลงาน เธอหยิบตำนานพื้นบ้าน ประสบการณ์ชีวิตส่วนตัว ดอกบัว และป้าๆ มาช่วยเป็นแบบ จนกลายเป็นงานสไตล์ของปูนปั้น

หากมองจากผลงานที่ผ่านมา คงสังเกตได้ว่าประเด็นที่ปูนปั้นนำเสนอ มีส่วนผสมที่เกิดจาก ‘การคิดเห็นต่างกัน’ ระหว่างเธอกับป้าๆ คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เกิดมาในสภาพสังคมที่ต่างกัน ทว่า นี่คือคนในครอบครัว การเห็นต่างก็ดูจะเป็นปัญหาสำคัญ เมื่อเธอได้รับโอกาสจากหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ให้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในนิทรรศการ สูงวัย…ขยาย (ความ) ถือเป็นโอกาสที่เธอจะพูดถึงช่องว่างระหว่างคนต่างวัยผ่าน ‘สะพานข้ามบึงบัว’ ศิลปะแบบจัดวางในครั้งนี้

สะพานข้ามบึงบัว

อย่างที่เล่าไปตอนต้นว่า ทุกผลงานศิลปินจะหยิบดอกบัวมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการสื่อสาร สำหรับผลงานศิลปะจัดวางครั้งนี้ ไอเดียตั้งต้นมาจากตอนที่ศิลปินเดินข้ามสะพานแล้วเกิดความรู้สึกเหมือนได้เดินข้ามจากปัจจุบันไปสู่อนาคต เธอจึงนิยามดอกบัวในครั้งนี้ ให้อยู่ในรูปแบบสะพานข้ามบึงบัว เพื่อเล่าถึงการที่คนในครอบครัวคอยให้กำลังใจและซัพพอร์ตการทำงานกระทั่งศิลปินสามารถเดินข้ามไปยังอีกฝั่งของสะพานได้สำเร็จ

ปูนปั้นแปลงความหมายที่ว่าออกมาเป็นรูปธรรมด้วยการชวนป้าๆ ของเธอมาสร้างสรรค์ร่วมกัน เธอนึกย้อนไปถึงตอนเด็ก อะไรคือสิ่งที่อยู่ในความทรงจำ คำตอบคือ ‘ฟูก’ ตัดเย็บโดยคุณย่าที่เธอกับป้าๆ ใช้เป็นที่นอนและนั่งดูหนังในห้องส่วนกลางด้วยกัน

“การทำฟูกเป็นงานถนัดของครอบครัวเรา เรานึกถึงสำนวน ล้มบนฟูก เราก็เลยอยากให้ที่บ้านทำฟูกให้เราแบบออกมาเป็นฟูกจริงๆ ที่ให้ความหมายคนละแบบกับในสำนวน”

ทุกวันอาทิตย์ เหล่าป้าทั้ง 7 คนและปูนปั้นจะขับรถจากบ้านของตนมารวมตัวกัน เพื่อรื้อฟื้นการเย็บตัด เพราะห่างมือกันมานาน รวมถึงการเย็บใบบัว ออกแบบลวดลาย โดยมีปูนปั้นช่วยยัดนุ่น และคอยเพนต์สีชิ้นงาน แล้วคอยเก็บเศษผ้ามาทำเป็นงานคอลลาจที่เธอชอบทำเสมอมา

เห็นต่างไม่เป็นไร

“ป้าๆ ถนัดงานหัตถกรรม แต่ก็มีป้าที่ทำงานศิลปะไม่ค่อยได้ แต่เป็นสายการตลาดของบ้าน พอเรามาทำงานด้วยกัน แต่ละคนมีแนวคิดเป็นของตนเอง การตัดเย็บตะเข็บฟูก เขาอธิบายยังไง เราก็ไม่เข้าใจ (หัวเราะ) หรือเขาจะทำใบบัวออกมาเนี้ยบ สวยงาม แต่เรามีความรู้สึกอยากให้มันขาดจัง เขาก็จะไม่โอเค จนเรากับพี่สาวจะพูดกันว่า ปล่อยให้แกทำไปก่อน ถึงเวลาคอยเปลี่ยน”

ปูนปั้นแชร์ให้เราฟังถึงตอนทำสะพานข้ามบึงบัวร่วมกับป้าๆ ที่ต่างต้องปรับจูนเข้าหากัน เธอชี้ไปที่หนอนตรงใบบัว “เขาพูดว่าใบบัวมันมีรอยขาดใช่ไหม แล้วก็นั่งทำหนอนให้เรา ที่แปลว่า เพราะหนอนมันกัดไง ใบบัวเลยขาด (หัวเราะ) บางงานเราก็ต้องทำให้เขาเห็นก่อน เช่น โทนสีชมพูเหลืองที่เห็นนี้ เขาบอกโทนมันแปลกๆ เขาไม่โอเค แต่พอเราทำเสร็จ เขาก็ชมว่า เออ สวยดีนะ”

อีกเรื่องที่เธอเล่าอย่างเอ็นดู คือการจะมารวมตัวกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเริ่มสร้างชิ้นงานได้ทันที เพราะถ้าอารมณ์ยังไม่มาก็ต้องรอไปก่อนนะ “คือบ้านนี้จะอารมณ์ศิลปินอะไรขนาดนั้น” การทำงานด้วยกัน เธอสารภาพว่า สนุกแต่วุ่นวายมาก เพราะป้าเธอมีวิธีการทำฟูกที่เรียกว่าสไตล์ใครสไตล์มัน

ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก สไตล์ที่ว่าอาจหมายถึงแนวคิดที่ไม่ตรงกันด้วย “มันไม่ได้โอเคทุกอย่างหรอกนะ มีหลายเรื่องที่คิดเห็นแบบนี้ เราจะโกรธแล้วจะฟาดฟันกับเพื่อนในทวิตเตอร์บ้าง แต่พอเป็นคนที่บ้าน เขาคือคนในครอบครัว เราอาจจะต้องลดทิฐิตัวเองลง เพราะเรากับป้าๆ โตมาคนละแบบ มันก็ยากนะ ดังนั้นเราว่ามันเป็นเรื่องของการให้พื้นที่ส่วนตัวของอุดมการณ์ที่ไม่เหมือนกันมากกว่า แล้วหาพื้นที่ตรงกลางที่จะเป็นทางออกเพื่ออยู่ด้วยกัน” ถ้านึกย้อนไปตั้งแต่ตอนเริ่มทำฟูก ไปจนถึงการลงสี ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายค่อยๆ เรียนรู้มุมมองของกันและกันแล้วล่ะ

ศิลปะที่พาศิลปินและป้าๆ กลับบ้านมาพบกัน

สะพานข้ามบึงบัวคงจะเป็นงานชิ้นแรกที่เธอสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบศิลปะจัดวาง ในคำอธิบายงานเธอเขียนลงไปด้วยว่า ‘เป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างความทรงจำและจินตนาการ’ เพราะศิลปินใช้โทนสีชมพูเหลืองแทนค่าสิ่งที่ถูกประกอบสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อนทับความทรงจำ เสมือนการจำลองพื้นที่ห้องส่วนกลางของบ้านที่เธอและเหล่าคุณป้าทั้ง 7 เคยนำฟูกของคุณย่ามานอนและทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ส่วนสีเงินแทนการพูดถึงพื้นที่ในอนาคต โดยเธอใช้สายชำระมาดัดแปลงให้เป็นก้านดอกบัว

หากขาดป้าของเธอไปก็คงไม่เกิดงานชิ้นนี้ ตลอดเวลาที่ได้นั่งทำด้วยกัน สะพานข้ามบึงบัวเรียกปูนปั้นและป้าทั้ง 7 คน ได้กลับบ้านมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

“ป้าๆ แต่ละคนเขามีที่อยู่ของตนเอง ต่างคนต่างย้ายไปมีครอบครัว บางครั้งเขาเหงา เครียด พอได้กลับบ้านมาอยู่กับคนที่คุ้นเคยบ่อยๆ แกก็ดีขึ้น งานชิ้นนี้ทำให้เราได้กลับมาใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันอีกครั้งเหมือนอย่างที่เคยเป็น”

ดังนั้นเธอเลยอยากให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมไปกับผลงานครั้งนี้ด้วย “เราอยากให้คนรู้สึกว่า เราเอาฟูกมาทำสะพานยังไงวะ แล้วให้พวกเขาลองเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่ง เพราะสะพานแห่งนี้สร้างจากความใส่ใจของคนในครอบครัว ทุกคนสามารถพักได้ ถ้าอยากนอน อยากนั่งเล่นก็ทำเลย เหมือนใช้เวลาอยู่ในบ้าน แค่นี้เราก็พอใจแล้ว” เธอแอบกระซิบว่า ก่อนเดินข้ามสะพาน รบกวนถอดรองเท้าด้วยนะ (หัวเราะ)

หากใครอยากมาเดินดูผลงานหรือนิทรรศการ “สูงวัย…(ขยาย) ความ” ด้วยตาตัวเอง เปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้ - 26 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ส่วนใครที่อยากเป็นเอฟซีศิลปินคนนี้ กดติดตามได้เลยทาง Instagram : kamonlak.sukchai

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...