โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

นิยาย Dek-D

อัพเดต 22 ธ.ค. 2566 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2566 เวลา 12.00 น. • ป๋ายเยี่ยนลี่/ ฟาซีรา
จากคนในยุคปัจจุบัน ต้องย้อนมาอยู่ในยุค 70 แต่ยังโชคดีที่เธอมีระบบสตรีมเมอร์อยู่กับตัว ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ในยุค 70 ไม่ได้น่ากลัวกว่าที่คิด

ข้อมูลเบื้องต้น

ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

เขียน : ป๋ายเยี่ยนลี่
ภาพปก : Bunjiyo
จัดอาร์ตปก : Vegas Y - รับจัดอาร์ตปกนิยายออกแบบชื่อเรื่อง - mockups

จากคนในยุคปัจจุบัน ต้องย้อนมาอยู่ในยุค 70 แต่ยังโชคดีที่เธอมีระบบสตรีมเมอร์อยู่กับตัว ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ในยุค 70 ไม่ได้น่ากลัวกว่าที่คิด

แวะมาเปิดเรื่องใหม่ค่ะ

ไรท์แวะมาเปิดเรื่องใหม่อีกครั้งค่ะ
สำหรับนิยายเรื่องนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะจบที่กี่ตอน >//<
แต่ขอฝากนักอ่านทุกคนติดตามกันด้วยนะคะ

ซึ่งนิยายเรื่องนี้ไรท์จะเปิดให้อ่านจนจบเรื่องเหมือนเดิมค่ะ
แต่สำหรับสายฟรีอาจจะต้องรอถึงเวลาปลดเหรียญอ่านล่วงหน้าก่อนนะคะ
นอกจากนี้สำหรับสายอีบุ๊ค สามารถรอติดตามได้เหมือนเดิมค่ะ

ปล.หลังจากเปิดให้อ่านฟรีจนจบแล้ว ไรท์จะทำการปิดตอนภายใน 24 ชม.นะคะ

เรื่องย่อ

“เมิ่งจือหลิว” เธอเกิดในยุคปัจจุบัน ที่มีรถยนต์ เครื่องบิน และการใช้ชีวิตที่ไม่ได้ยากลำบากสักเท่าไหร่
ถึงแม้ว่าเธอจะเกิดมาเป็นเด็กกำพร้าก็ตามที
แต่แล้ววันหนึ่งเธอประสบอุบัติเหตุ ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปในที่สุด
เพราะแทนที่เธอจะต้องตายจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
เมิ่งจือหลิวพบว่าตัวเองได้มาอยู่ในยุค 70 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตยากลำบากมาก
แต่ยังโชคดีที่เธอมีครอบครัวที่รักใคร่ มีญาติที่ให้ความเอ็นดู ทำให้เธอไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป

นอกจากนี้เธอยังมี “ระบบสตรีมเมอร์” อยู่กับตัวอีกด้วย
ซึ่งระบบสตรีมเมอร์นี้ ทำให้ชีวิตของเธอยิ่งสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไปอีก

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเรื่องที่เมิ่งจือหลิวคิดไม่ตกอยู่เหมือนกัน
เพราะดูเหมือนว่าเพื่อนของน้องชายเธอคนนี้
จะชื่นชอบทำให้หัวใจของเธอทำงานหนักเสียจริงๆ
เห็นทีงานนี้เธอคงจะต้องหาวิธีจัดการกับเหตุการณ์นี้เสียแล้ว

++ ป๋ายเยี่ยนลี่ ++

บทที่ 1

คุยกันสักนิด

ไรท์ขอฝากผลงานเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
และไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 1

เมิ่งจือหลันหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายที่ไหล่ หลังจากที่ตรวจสอบภายในห้องเรียบร้อยแล้วนั้น หญิงสาวก็ปิดประตูห้องพักของตัวเองทันที หลังจากที่ตรวจสอบบานประตูห้องพักเรียบร้อยแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็เดินตรงไปยังลิฟต์ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากห้องพักของตัวเองสักเท่าไหร่

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมา ทำให้เมิ่งจือหลิวหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ภายในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมา ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์

“มีอะไรหรือเปล่าเหมี่ยวอี้ ตอนนี้ฉันกำลังจะขับรถไปบ้านของเธอแล้ว”

“จือหลัน เธอช่วยแวะซื้อชานมไข่มุกให้ฉันหน่อยได้ไหม” ไป๋เหมี่ยวอี้ออดอ้อนเพื่อนสนิทของตัวเองทันทีเมื่ออีกฝ่ายรับสายเธอเรียบร้อยแล้ว “ถึงยังไงร้านโปรดของฉันก็เป็นทางผ่านเธอไม่ใช่เหรอ แวะซื้อให้ฉันหน่อยนะ นะ นะ”

เมิ่งจือหลันอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนจากเพื่อนสนิทของเธอ สำหรับบรรดาเพื่อนที่สนิทที่สุดของเธอนั้น ถือได้ว่าไป๋เหมี่ยวอี้คนนี้เป็นคนที่เธอสนิทมายาวนานที่สุด เนื่องจากเธอรู้จักกับอีกฝ่ายมาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว และถือได้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เป็นพระคุณของเธอคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากในเวลานั้นเธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เรียนเก่งและได้รับทุนให้เข้าศึกษาในโรงเรียนอันดับหนึ่งในเมืองปักกิ่ง

ซึ่งแน่นอนว่าภายในโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งนั้นส่วนมากนักเรียนที่เข้ามาเล่าเรียนก็มักจะเป็นลูกหลานของคนมีเงิน ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงการบูลลี่และกลั่นแกล้งกันไม่ได้ ซึ่งเมิ่งจือหลันก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกกลั่นแกล้งและบูลลี่นั่นเอง แต่เพราะว่าในตอนที่เธอกำลังถูกนักเรียนคนอื่นกลั่นแกล้งอยู่นั้น ไป๋เหมี่ยวอี้ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือเธอเอาไว้เสียก่อน เนื่องจากก่อนหน้านั้นเธอเคยช่วยอีกฝ่ายทบทวนบทเรียน

และหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป เพราะว่ากลุ่มที่กลั่นแกล้งเธอนั้นได้ถูกลงโทษทางวินัย อีกทั้งทางโรงเรียนก็ได้ถูกหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบและดูแลเช่นเดียวกัน ทำให้เด็กนักเรียนที่ชื่นชอบกลั่นแกล้งและบูลลี่นักเรียนคนอื่น ต่างก็ไม่กล้าลงมืออีกต่อไป และนั่นก็ทำให้เมิ่งจือหลันสามารถเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ต่อไปได้อย่างราบรื่น

“ได้ เดี๋ยวฉันซื้อไปให้ แต่เธออย่าลืมให้ป้าหมิงเจี๋ยทำบะหมี่หมูตุ๋นเอาไว้ให้ฉันด้วยนะ ฉันไม่ได้ทานมาหลายเดือนแล้ว” เมิ่งจือหลันไม่ลืมที่จะย้ำเตือนเพื่อนสนิทของตัวเองอีกครั้ง เนื่องจากเธอเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศมาหลายเดือนและพึ่งจะกลับมาเมื่อสองวันก่อน ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงอดคิดถึงฝีมือการทำอาหารของแม่ครัวของไป๋เหมี่ยวอี้ไม่ได้

“แลกกัน เดี๋ยวฉันจะบอกให้ป้าหมิงเจี๋ยจัดเต็มให้เลย รับรองได้เลยว่าเธอจะต้องอุ้มพุงกลับบ้านแน่นอน”

หลังจากที่เมิ่งจือหลันวางสายเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขับรถออกจากคอนโดที่เธออยู่ในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันไม่เริ่มที่จะแวะซื้อชานมไข่มุกให้กับเพื่อนสนิทของเธออีกด้วย นอกจากนี้เธอยังซื้อขนมติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้านของอีกฝ่ายด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อซื้อของครบทุกอย่างแล้ว เมิ่งจือหลันก็ขับรถตรงไปยังบ้านของไป๋เหมี่ยวอี้ในทันที สายตาของเธอจดจ้องอยู่ที่สัญญาณไฟจราจร เมื่อแสงสีแดงถูกเปลี่ยนเป็นแสงสีเขียว เมิ่งจือหลันก็ค่อยๆ ขับรถเคลื่อนไปข้างหน้าอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นแรงกระแทกจากด้านข้างก็ปะทะเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้เมิ่งจือหลันที่กรีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ พร้อมกับสติที่มีอยู่ของเธอค่อยๆ ดับลงไปในที่สุด

‘ได้โปรด ฉันยังไม่อยากตาย’

เมิ่งจือหลันกะพริบตาไปมา ก่อนที่เธอจะหลับตาลงอีกครั้งเมื่อสายตาของเธอยังคงปรับเข้ากับแสงสว่างไม่ได้ หลังจากที่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมิ่งจือหลันก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ซึ่งสิ่งของที่วางอยู่ภายในห้องแห่งนี้ก็ทำให้เมิ่งจือหลันถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความงุนงง ก่อนที่เธอจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้เมิ่งจือหลันต้องยกมือของตัวเองขึ้นมากุมศีรษะเอาไว้

หลังจากที่ความเจ็บปวดจางหายไป ในที่สุดเมิ่งจือหลันก็ได้รู้เสียทีว่าที่แห่งนี้คือที่ไหนกันแน่ ซึ่งแน่นอนว่าเธอรู้สึกตกใจและเป็นกังวล เพราะว่าในตอนนี้เธอได้มาอยู่ในร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อเหมือนกับเธอ เพียงแต่ว่าผู้หญิงคนนี้มีครอบครัวที่คอยให้ความรัก ซึ่งแตกต่างกับเธอที่เป็นเพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น

นอกจากนี้เมิ่งจือหลันคนนี้ยังอยู่ในปีเจ็ดศูนย์อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเธอรู้ถึงสถานการณ์ในช่วงเวลานี้ดี เพราะว่าเธอเคยได้ฟังเรื่องราวมาจากป้าหมิงเจี๋ย ซึ่งมักจะชื่นชอบเล่าเรื่องราวในอดีตให้เธอและไป๋เหมี่ยวอี้ฟังอยู่เป็นประจำ ทำให้เธอรู้ดีว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของอาหารและการใช้ชีวิตที่ดูจะยากลำบากเช่นเดียวกัน ทำให้เมิ่งจือหลันอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความเป็นกังวลไม่ได้

และจากความทรงจำที่เธอพึ่งได้รับมา ทำให้เมิ่งจือหลันรับรู้ได้ว่าครอบครัวของเธอรักใคร่เธอเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ครอบครัวทางฝ่ายแม่ของเธอก็รักและเอ็นดูเธอเช่นเดียวกัน โดยที่พวกเขาไม่ได้รักแต่เพียงลูกชายหรือหลานชายเหมือนกับครอบครัวอื่น แต่สำหรับครอบครัวฝ่ายพ่อนั้น เธอไม่เคยรู้จักและพ่อแม่ของเธอก็ไม่เคยพูดถึงอีกต่างหาก ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงไม่มีความทรงจำในส่วนนี้

นอกจากนี้ทั้งพ่อและแม่ของเธอต่างก็มีหน้าที่การงานที่ดีกว่าชาวบ้านคนอื่นๆ ทำให้ความเป็นอยู่ของเธอไม่ได้อดยากและลำบากมากจนเกินไป

ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!

เมิ่งจือหลันขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเธอได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่าง ทำให้เธอต้องกวาดสายตามองไปบริเวณรอบๆ เพื่อหาที่มาของเสียงที่ดังขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งจือหลันก็ไม่สามารถหาต้นต่อของเสียงดังกล่าวได้ ทำให้เธอรู้สึกมึนงงเป็นอย่างมาก

[สวัสดีครับคุณเมิ่งจือหลัน ผมคือระบบสตรีมที่ถูกจับคู่กับคุณเมิ่งจือหลันในครั้งนี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ]

เมิ่งจือหลันสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเธอได้ยินเสียงของใครบางคนอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เห็นตัวตนของอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว

“นายอยู่ที่ไหนกัน ทำไมฉันถึงไม่เห็นนาย”

[ผมเป็นเพียงระบบที่ถูกติดตั้งเอาไว้ภายในตัวของคุณเมิ่งจือหลันเท่านั้นครับ ดังนั้นคุณเมิ่งจือหลันไม่ต้องมองหาผมหรอกนะครับ]

เมิ่งจือหลันหยุดชะงักลงในทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย “ว่าแต่ระบบสตรีมคืออะไร มันจะเหมือนกับการไลฟ์ในชีวิตก่อนของฉันหรือเปล่า ทำไมนายถึงได้มาจับคู่กับฉันได้ แล้วฉันจะต้องเรียกนายว่าระบบสตรีมเหรอ นายมีชื่ออื่นให้ฉันเรียกหรือเปล่า”

ระบบสตรีมอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเอง เมื่อเขาได้ยินคำถามจากหญิงสาวที่เขาถูกจับคู่ด้วย [ผมไม่มีชื่อเรียกครับ คุณเมิ่งจือหลันสามารถตั้งชื่อให้ผมได้เลยครับ]

[ส่วนระบบสตรีม ก็เหมือนกับการไลฟ์ในชีวิตก่อนของคุณเมิ่งจือหลันเลยครับ เพียงแต่ระบบสตรีมนี้จะไม่ได้มีไว้ให้คนในยุคสมัยนี้ได้ดูกัน เพราะคุณเมิ่งจือหลันก็น่าจะรู้ดีว่าในยุคเจ็ดศูนย์นี้ไม่มีเครื่องที่จะลองการสตรีมได้ ดังนั้นผู้เข้าชมจะเป็นคนจากโลกอนาคตครับ ซึ่งคนเหล่านั้นจะอยู่กันคนละช่วงเวลากับคุณเมิ่งจือหลัน]

เมิ่งจือหลันยกมือของตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย “เดี๋ยวนะ คนจากโลกอนาคตเหรอ”

[ใช่ครับ ระบบสตรีมอย่างผมจะเชื่อมต่อกับระบบสตรีมจากโลกอนาคตครับ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบอย่างผมได้จากมานั่นเองครับ ดังนั้นจึงทำให้คนจากในช่วงเวลานั้น สามารถเห็นการกระทำทุกอย่างของคุณเมิ่งจือหลัน ถ้าหากคุณเปิดระบบสตรีมของผม]

เมิ่งจือหลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ถ้าอย่างนั้นฉันเรียกนายว่าเสี่ยวเป่าก็แล้วกัน ว่าแต่ฉันจะได้อะไรจากระบบสตรีมอย่างนายละ”

บันทึกชื่อ เสี่ยวเป่า สำเร็จ

[ขอบคุณสำหรับชื่อใหม่ของผมครับ]

[แน่นอนครับว่าคุณเมิ่งจือหลันจะได้หลายอย่างจากระบบสตรีม เมื่อคุณเมิ่งจือหลันเปิดทำการสตรีมขึ้นมา ผู้เข้าชมที่แวะเข้ามาดูการสตรีมของคุณเมิ่งจือหลันจะสามารถให้ของขวัญกับคุณเมิ่งจือหลันได้ครับ ซึ่งของขวัญเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นเหรียญไว้ใช้ซื้อของในร้านค้าของระบบ]

“ซึ่งร้านค้าของระบบจะมีของขายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ในช่วงเวลาที่คุณเมิ่งจือหลันอาศัยอยู่ หรือสิ่งของที่ผู้คนในโลกอนาคตได้วางขายในระบบสตรีม ทางคุณเมิ่งจือหลันก็สามารถซื้อมาใช้ได้เช่นเดียวกัน”

เสี่ยวเปาได้เปิดร้านค้าขึ้นมาให้เมิ่งจือหลันได้ดูไปด้วยในระหว่างที่เขากำลังอธิบายระบบต่างๆ ให้อีกฝ่ายได้ฟัง

[นอกจากนี้คุณเมิ่งจือหลันยังสามารถเปิดขายสินค้าให้กับคนในโลกอนาคตเช่นเดียวกัน]

เมิ่งจือหลันกวาดสายตามองหน้าจอที่ปรากฏขึ้นด้านหน้าของเธอด้วยความสนใจอกสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอได้เห็นสิ่งของในโลกอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งของที่เธอเห็นอยู่ในตอนนี้ บางสิ่งบางอย่างเธอก็ยังไม่เคยพบเจอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“แล้วเวลาที่ฉันจะซื้อของพวกนี้ ฉันจะต้องทำยังไงบ้างเหรอ”

[คุณเมิ่งจือหลันสามารถบอกชื่อสินค้าและจำนวนที่ต้องการได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนดำเนินการสั่งซื้อให้กับคุณเมิ่งจือหลันเอง หรือถ้าหากคุณเมิ่งจือหลันต้องการกดสั่งซื้อด้วยตัวเอง ก็สามารถแตะลงไปบนหน้าจอที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าได้เลยครับ]

[และคุณเมิ่งจือหลันก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปครับว่าคนอื่นจะมองว่าคุณเมิ่งจือหลันแปลกไป เพราะคุณเมิ่งจือหลันเพียงแค่คิดภายในใจเท่านั้นครับ ไม่ต้องจำเป็นที่จะต้องออกเสียงออกมา ผมก็สามารถได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเมิ่งจือหลันคิดแล้วละครับ]

“เสี่ยวเป่า นายลองเปิดสตรีมของคนอื่นขึ้นมาให้ฉันดูหน่อยได้ไหม” เมิ่งจือหลันอยากเห็นสตรีมของคนในโลกอนาคต ดังนั้นเธอจึงไม่รีรอที่จะขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย

[ได้ครับ]

เมิ่งจือหลันกวาดสายตามองไปหน้าจอที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเธออีกครั้ง ก่อนที่เมิ่งจือหลันจะกดเข้าไปในหมวดหมู่อาหาร ซึ่งภายในหมวดหมู่นี้ก็มีคลิปสตรีมปรากฏขึ้นมาให้เธอได้เห็น ก่อนที่เมิ่งจือหลันจะกดเข้าไปภายในสตรีมหนึ่ง เพื่อดูการสตรีมของคนคนนั้น

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 2

คุยกันสักนิด

ไรท์ขอฝากผลงานเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
และไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 2

แต่เมื่อเมิ่งจือหลันได้มองวิธีการทำอาหารของอีกฝ่าย เธอก็อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ เพราะว่าคนตรงหน้ากำลังเทน้ำมันลงไปในกระทะเป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าเธอจะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ได้ตอกไข่ใส่ชามและเทมันลงไปในกระทะใบนั้น

[ผมลืมบอกกับคุณเมิ่งจือหลันไป ว่าในอนาคตเกิดเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำรบกันของมนุษย์ด้วยกันเอง และมีการเกิดอุกกาบาตขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ในที่สุดมนุษย์ก็ย้ายออกจากโลกใบเดิมที่เคยอาศัยอยู่ ทำให้เอกสารต่างๆ ได้รับความเสียหายและศูนย์หายไปเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการทำอาหารด้วยเช่นเดียวกัน]

“แบบนี้ฉันก็สามารถทำอาหาร แล้วเปิดขายในร้านค้าสตรีมได้ใช่ไหม” เมิ่งจือหลันเริ่มมองเห็นเส้นทางหาเงินของเธอขึ้นมาในทันที เพราะถ้าหากเธอทำอาหารและนำไปขายให้กับคนในโลกอนาคต รับรองได้เลยว่าอาหารของเธอจะต้องขายดิบขายดีอย่างแน่นอน

[ใช่ครับ]

แต่ก่อนที่เมิ่งจือหลันจะได้สำรวจระบบสตรีมต่อ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ทำให้เมิ่งจือหลันรีบล้มตัวลงไปนอนบนเตียงนอนของตัวเองอีกครั้ง พร้อมกับที่ประตูห้องนอนของเธอถูกเปิดออกมาในที่สุด

หลังจากที่บานประตูถูกเปิดออกมา เมิ่งจือหลันก็เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องนอนของเธอ พร้อมกับที่มือของชายคนดังกล่าวกำลังถือกะละมังใบเล็กเอาไว้ และหลังจากที่เมิ่งจือหลันได้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนคนดังกล่าว เธอก็รับรู้ได้ในทันทีว่าชายคนนี้คือพ่อของเธอในตอนนี้นั่นเอง

“จือหลัน ในที่สุดลูกก็ฟื้นขึ้นมาเสียที” เมิ่งจางเฮ่อรีบเดินตรงไปหาลูกสาวของตัวเองด้วยความตื่นเต้นและดีใจ เพราะช่วงเวลาที่อีกฝ่ายยังคงนอนหลับไม่สตินั้น ทั้งเขาและภรรยาต่างก็รู้สึกเป็นกังวลเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีครอบครัวภรรยาของเขาที่รู้สึกเป็นห่วงลูกสาวของเขาเช่นเดียวกัน

“พ่อคะ”

“ลูกพึ่งฟื้นขึ้นมาอย่างพึ่งพูดอะไรเลย เดี๋ยวลูกดื่มน้ำก่อนนะ แล้วเดี๋ยวพ่อจะไปทำโจ๊กมาให้ลูกทาน” เมิ่งจางเฮ่อรินน้ำดื่มที่วางอยู่ข้างเตียงนอนของลูกสาวให้อีกฝ่ายในทันที ก่อนที่เขาจะรีบเดินกลับไปยังห้องครัว เพื่อทำอาหารให้ลูกสาวของเขาได้ทาน

เมิ่งจือหลันอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้กับท่าทางของอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นภายในใจของเธอก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงแม้ว่าเธอจะพึ่งเคยเจอพ่อของเจ้าของร่างนี้เป็นครั้งแรก แต่เพราะความรู้สึกของเมิ่งจือหลันคนก่อนยังคงมีอยู่ ทำให้เธอไม่รู้สึกแปลกแยกหรือตกใจกับการกระทำของอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว

ในระหว่างที่เมิ่งจือหรันรออาหารจากพ่อของเธออยู่นั้น เธอก็ไม่ปล่อยเวลาว่างให้เปล่าประโยชน์แต่อย่างใด เพราะว่าเมิ่งจือหลันได้ทำการสำรวจระบบสตรีมต่อนั่นเอง ซึ่งยิ่งเธอได้เห็นคลิปต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนระบบสตรีมในครั้งนี้ ก็ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจและไม่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตของผู้คนในโลกอนาคตเป็นอย่างมาก เพราะดูเหมือนว่าผู้คนไม่ค่อยชอบออกไปเดินเล่นข้างนอก หรือว่าไปเดินซื้อของตามตลาดหรือห้างสรรพสินค้าเลย

แต่เมื่อเธอได้ฟังคำอธิบายของสตรีมเมอร์ที่กำลังไลฟ์สดอยู่นั่น ก็ทำให้เธอทราบความเป็นจริงขึ้นในทันที เพราะด้วยระบบขนส่งที่ทันสมัยและใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ทำให้ได้รับสินค้าต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่ผู้คนจะต้องออกไปเดินเบียดดกันข้างนอก เพื่อคอยหาซื้อข้าวของต่างๆ นั่นเอง

“ถึงแม้ว่ามันจะสะดวกสบาย แต่ถ้าฉันต้องไปอยู่ที่นั่นคงจะคิดถึงการเดินเที่ยวห้างหรือสวนสาธารณะแน่เลย”

[ผมเชื่อว่าถ้าคุณเมิ่งจือหลันไปอยู่ในโลกอนาคตจะต้องปรับตัวได้อย่างแน่นอนครับ เพราะถึงแม้ว่าผู้คนส่วนมากจะชื่นชอบการสั่งข้าวของหรืออาหารออนไลน์ แต่ในโลกอนาคตก็ยังคงมีสวนสาธารณะและห้างสรรพสินค้าให้ผู้คนได้เดินเที่ยวเล่นกันนะครับ]

“แบบนั้นก็ค่อยน่าสนใจหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็คงไปไม่ได้ เพราะว่าฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว”

[คุณเมิ่งจือหลันก็ดูสตรีมเมอร์คนอื่นๆ ไลฟ์สดไปสิครับ ถึงยังไงระบบสตรีมเมอร์ก็ให้ความเสมือนจริงอยู่แล้ว]

เมิ่งจือหลันหัวเราะไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวเป่า ก่อนที่เธอจะหลุดชะงักการพูดคุยของเธอกับเสี่ยวเป่าในทันที เมื่อเธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านนอก พร้อมกับการปรากฏของพ่อของเธอที่กำลังเดินเข้ามาภายในห้องนอนพร้อมกับชามข้าวที่อยู่ในมือ

‘เสี่ยวเป่า นายอย่างลืมถ่ายรูปเสมือนจริงของโจ๊กที่พ่อของฉันทำเอาไว้ด้วยนะ ฉันจะลองไปอัปลงในระบบสตรีมของนายดู’

[รับทราบครับ]

“รีบทานตอนที่โจ๊กร้อนๆ นะจือหลัน หลังจากที่ลูกทานโจ๊กหมดแล้ว จะได้มาทานยาที่พ่อได้รับมาจากโรงพยาบาลด้วย” เมิ่งจางเฮ่อยังคงรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวของเขา ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะฟื้นขึ้นมาแล้วก็ตามที

“ถ้าหากลูกทานโจ๊กเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ว่างชามเอาไว้ข้างเตียงของลูกได้เลยนะ เดี๋ยวหลังจากเลิกงานแล้ว พ่อจะกลับมาเก็บชามให้ลูกเอง”

เมิ่งจือหลันส่งยิ้มให้กับพ่อของเธอ เธอรู้สึกดีใจและยินดีเป็นอย่างมากที่พ่อของเธอรู้สึกเป็นห่วงแบบนี้ เพราะในอดีตนั้นเธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อหรือแม่เลยแม้แต่นิดเดียว

“ค่ะพ่อ พ่อรีบไปทำงานเถอะนะคะ นี่ก็ใกล้จะเข้างานแล้วไม่ใช่เหรอคะ”

เมิ่งจางเฮ่อพยักหน้า ก่อนที่เขาจะกวาดสายตามองร่างของลูกสาวอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับย้ำเตือนไม่ให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมาทำงานบ้านเหมือนเช่นปกติ หลังจากที่ย้ำเตือนกับอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจางเฮ่อก็เดินออกจากบ้านของตัวเอง เพื่อตรงไปยังที่ทำงานของภรรยาของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่อยากให้ภรรยาของเขาต้องทำงานไปด้วยเป็นห่วงลูกสาวของพวกเขาไปด้วย ดังนั้นเมิ่งจางเฮ่อจึงอยากจะแวะไปบอกข่าวดีเช่นนี้กับภรรยาของเขาก่อนนั่นเอง

หลังจากที่พ่อของเธอออกไปจากห้องนอนเรียบร้อยแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็ลงมือทานโจ๊กที่อยู่ในมือของเธอในทันที ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่พ่อของเธอทำนั้นยังคงมีรสชาติที่อร่อยเหมือนเช่นเคย เพราะว่าพ่อของเธอทำงานอยู่ร้านอาหารของรัฐนั่นเอง ถึงแม้ว่าในตอนนี้พ่อของเธอจะทำงานเป็นผู้จัดการร้านอาหารแล้วก็ตามที

“อร่อยมาก”

เมิ่งจือหลันรีบทานโจ๊กอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทานจนหมดเรียบร้อยแล้ว เธอก็ไม่ได้วางชามข้าวเอาไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างที่พ่อของเธอต้องการ เพราะเมิ่งจือหลันได้ถือชามข้าวและตรงไปยังห้องครัวในทันที หลังจากที่ทำความสะอาดชามข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็เดินกลับมายังห้องนอนของเธออีกครั้ง

“เสี่ยวเป่า นายอัปคลิปที่ถ่ายลงไปได้เลยนะ ฉันก็ดูกระแสสักหน่อยว่าคนในโลกอนาคตจะรู้สึกยังไงถ้าได้ลองชิมโจ๊กที่พ่อของฉันทำขึ้นมา”

[ได้เลยครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ รับรองได้เลยว่าโจ๊กชามนี้จะต้องเป็นกระแสฮอตฮิตของคนในโลกอนาคตแน่นอนครับ]

หลังจากที่บอกให้เสี่ยวเป่าอัปคลิปชามโจ๊กที่พ่อของเธอทำลงไปในระบบสตรีมเรียบร้อยแล้ว เธอก็ทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอยังอยากจะสำรวจระบบสตรีมอีกครั้งก็ตาม แต่เพราะยาที่เธอพึ่งจะทานเข้าไป ทำให้หนังตาของเธอเริ่มจะปิดลงไปในทุกที ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงปล่อยทุกอย่างไปก่อน แล้วกลับมานอนเพื่อพักผ่อนร่างกายของเธออีกครั้ง

ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่นิดเดียว ว่าคลิปโจ๊กที่เธอในเสี่ยวเป่าอัปโหลดไปในระบบสตรีมนั้น ในเวลานี้ทำให้โลกอนาคตปั่นป่วนไปเลยทีเดียว

เสี่ยวเยว่ของจือจือ: นี่มันคืออาหารแน่เหรอ ทำไมถึงได้เละเทะแบบนี้

ดวงจันทร์ในความมืด: +1 คิดเหมือนกับด้านบนเลย โจ๊กคืออะไร เละๆ แบบนี้เหมือนอาหารสัตว์เลย

อาหารเหลวคือชีวิต: พระเจ้า ทำไมมันถึงได้อร่อยขนาดนี้ ขอแนะนำเลยนะสำหรับคนที่ยังไม่ได้ลองชิม กรุณารีบเปิดระบบสัมผัสโดยเร็ว แล้วลองกินมันดูสักครั้ง หลังจากนั้นพวกนายจะไม่ผิดหวังเลย บ้าจริงฉันต้องเปลี่ยนชื่อของฉันแล้ว

โจ๊กชามนี้อร่อยมาก: ฉันเปลี่ยนชื่อแล้ว ว่าแต่สตรีมเมอร์สนใจที่จะเปิดขายไหม ฉันอยากกินของจริงมากกว่า

ชีวิตนี้ช่างว่างเปล่า: ตอนแรกฉันก็ไม่กล้าลองชิมมันนะ แต่เพราะคุณอาหารเหลวคือชีวิต ไม่ใช่สิ ตอนนี้เปลี่ยนโจ๊กชามนี้อร่อยมาก ฉันเลยตัดสินใจลองกลั้นหายใจทานมันดูสักครั้ง แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ มันอร่อยมาก อร่อยกว่าร้านอาหารที่ฉันเคยทานมาทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้

ฉันรักโจว่หยาง: พวกนายก็อวยกันเกินไป ฉันลองชิมแล้วไม่เห็นจะอร่อยตรงไหนเลย สู้ร้านอาหารของโจว่หยางก็ไม่ได้สักนิดเดียว

User95874219: นั้นสิ คนพวกนี้ก็อวยกันเกินไปจริงๆ อาหารก็ดูไม่น่าทาน แถมรสชาติก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้น ไม่รู้ทำไมคนพวกนี้ถึงได้อวยสตรีมเมอร์คนนี้ หรือว่าเธอจ้างให้คนเหล่านี้มาอวยเธอกันแน่

เด็กดื้อ: คนพวกนี้อีกแล้ว พอเห็นว่ามีสตรีมเมอร์ที่กำลังจะดังขึ้นมาหน่อย ก็รีบมาเม้นร้ายๆ ใส่คนอื่นเลยนะ

ภรรยาของคุณชายใหญ่: เห็นด้วยกับเม้นบน +1ล้านไปเลย ถ้าเข้าไปกดดูโพสของคนพวกนั้นจะรู้เลยว่าจากสตรีมเมอร์คนไหน

User95874219: ฉันพูดความจริง อาหารก็เละๆ ไม่ได้ดูน่ากินเลยสักนิด แถมดูโปรไฟล์ก็เหมือนจะเป็นสตรีมเมอร์มือใหม่ และโพสนี้ก็ยังมีโพสแรกอีกด้วย ก็ไม่รู้ทำไมโพสแรกของสตรีมเมอร์คนนี้ถึงได้มีคนเข้ามาดูเยอะจัง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าไปจ้างคนอื่นมา หรือว่าสตรีมเมอร์คนนี้ไปเป็นเด็กของเศรษฐีในเมืองหลวง ถึงได้มีเงินมาจ้างพวกนายมาเม้นอวยกันแบบนี้

User95874219 ถูกบล็อก

ชีวิตนี้ช่างว่างเปล่า: เอาแล้วไงละ แอดมินคนนี้ทำงานได้เร็วมาก ฉันก็ไม่เข้าใจคนพวกนั้นเหมือนกัน ถ้าหากไม่ชอบก็แค่กดออกไปเท่านั้นเอง ทำไมต้องมาพูดจาร้ายๆ ใส่คนอื่นแบบนี้ด้วย นอกจากนี้พวกเราก็ยังไม่ได้รู้จักสตรีมเมอร์คนนี้เลย อีกอย่างฉันขอบอกเลยนะ ว่าฉันเข้ามาเองเพราะว่าฉันกำลังไล่ดูคลิปในหมวดอาหาร ไม่มีใครจ้างมาแม้แต่คนเดียว

+1

+1754

+8523

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 3

คุยกันสักนิด

ไรท์ขอฝากผลงานเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
และไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 3

ทันทีที่ลู่จื่อหลินเดินทางมาถึงบ้านของเธอเรียบร้อยแล้วนั้น เธอก็ไม่รอช้าแต่อย่างใด รีบวิ่งเข้าไปภายในบ้านทันที ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเธอในครั้งนี้ ทำให้สามีของเธออย่างเมิ่งจางเฮ่อต้องส่ายหน้าออกมาอย่างอ่อนใจกับท่าทางของผู้เป็นภรรยา แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งจางเฮ่อก็ไม่ได้ว่ากล่าวอีกฝ่ายออกไปแต่อย่างใด เพราะเขารู้ดีกว่าลู่จื่อหลินกำลังเป็นห่วงลูกสาวของพวกเขาอยู่นั่นเอง

ดังนั้นเมิ่งจางเฮ่อจึงทำได้แค่ขี่จักรยานเข้าไปภายในบ้าน หลังจากนั้นจึงได้เดินตามผู้เป็นภรรยาตรงไปยังห้องนอนของลูกสาวของพวกเขา

ทันทีที่ลู่จื่อหลินเดินเข้ามาภายในห้องนอนของลูกสาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เนื่องจากช่วงเวลาที่ลูกสาวของเธอกำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนนั้น ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของเธอเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าเธอจะถูกคนอื่นๆ นินทาเรื่องที่เธอให้ความใส่ใจลูกสาวมากเกินไปก็ตาม แต่ลู่จื่อหลินก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะว่าเมิ่งจือหลันเป็นลูกสาวที่เธอคลอดออกมาด้วยตัวเอง ดังนั้นการที่เธอจะดูแลลูกสาวของเธออย่างดีก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

นอกจากนี้ลู่จื่อหลินยังรู้สึกโชคดีที่เธอยังมีสามีและครอบครัวของเธอคอยให้กำลังใจและคอยช่วยเหลือเธอในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่วนคนเหล่านั้นที่นินทาครอบครัวของเธอนั่น ไม่เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือเลยสักครั้งเดียว ดังนั้นลู่จื่อหลินจึงไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ใจกับคำพูดของคนเหล่านั้น

“หนูขอโทษนะคะ ที่ทำให้แม่ต้องเป็นห่วงขนาดนี้” เมิ่งจือหลันกอดร่างของแม่เอาไว้อย่างที่ต้องการปลอบโยนอีกฝ่าย นอกจากนี้เธอยังรู้สึกอบอุ่นเข้ามาที่หัวใจของเธออย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ตอนนี้หนูดีขึ้นมากแล้ว ดังนั้นแม่ไม่ต้องเป็นกังวลแล้วนะคะ”

ลู่จื่อหลินปล่อยร่างบางของลูกสาวออกจากอ้อมกอดของเธอเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของอีกฝ่ายอย่างเบามือ

“ดีแล้ว ดีแล้วที่ลูกสาวของแม่ฟื้นขึ้นมา ลูกรู้ไหมว่าน้องจากพ่อกับแม่ที่เป็นห่วงลูกแล้ว ตาและยายของลูกก็ยังเป็นห่วงลูกมากเช่นเดียวกัน รวมไปถึงครอบครัวของลุงก็ด้วยเช่นกัน”

เมิ่งจือหลันยกยิ้มขึ้นมาด้วยความดีใจ “เอาไว้เดี๋ยวหนูแวะไปหาทุกคนดีไหมคะ ทุกคนจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องของหนูอีกต่อไป”

“ดีจ้ะ เอาไว้วันหยุดที่จะถึงดีไหม พ่อกับแม่จะพาลูกแวะไปหาทุกคนเอง”

นอกจากจะพาลูกสาวของเธอกลับไปหาครอบครัวของเธอแล้วนั้น ลู่จื่อหลินยังต้องการที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของเธออีกด้วย เพราะด้วยหน้าที่การงานของเธอ ทำให้เธอไม่ค่อยได้แวะกลับไปเยี่ยมเยียนทุกคนได้บ่อยครั้ง ดังนั้นเธอจึงอยากจะใช้โอกาสนี้กลับไปหาทุกคน และครอบครัวพวกเขาที่คอยช่วยเหลือเธอและครอบครัวมาโดยตลอดอีกด้วย

“เอาละสาวๆ ออกมาทานข้าวกันก่อนดีกว่า” เมิ่งจางเฮ่อขัดจังหวะการพูดคุยกันของภรรยาและลูกสาวของเขา “จือหลัน วันนี้พ่อนำอาหารมาจากร้านอาหารของรัฐ ดังนั้นลูกรีบมาทานข้าวเร็วเข้าจะได้ทานยาหลังอาหารด้วย”

“นั่นสิ พวกเราไปทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจือหลันของพวกเราจะได้ทานยาและรีบพักผ่อน” ลู่จื่อหลินดันร่างของลูกสาวของเธอไปข้างหน้า “เดี๋ยวลูกไปรอแม่ที่โต๊ะทานอาหารก่อนนะ แม่ขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อน”

“ค่ะแม่ แล้วรีบตามหนูกับพ่อมานะคะ” เมิ่งจือหลันพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะหันไปส่งยิ้มให้กับพ่อของเธอ ที่กำลังยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของเธออย่างอ่อนโยน

ทันทีที่เมิ่งจือหลันได้เห็นอาหารที่ถูกจัดวางเอาไว้ภายในจานตรงหน้า เธอก็อดที่จะตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เพราะว่าเธอคิดว่าในช่วงเวลานี้อาหารต่างๆ ก็น่าจะเกิดการขาดแคลน แต่ว่าพ่อของเธอก็สามารถนำอาหารกลับบ้านมาได้หลายอย่างเลยทีเดียว

“น่าอร่อยมากเลยค่ะพ่อ”

เมิ่งจางเฮ่ออดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้เมื่อได้เห็นท่าทางของลูกสาว “พ่อครัวที่ร้านอาหารของรัฐเป็นคนรู้จักของพ่อ ดังนั้นพ่อก็เลยให้เขาช่วยทำอาหารอ่อนๆ มาให้ลูกได้กินดู เพราะถ้าหากพ่อทำอาหารเย็นเอง ลูกคงจะต้องรออีกนานเลยทีเดียว”

เนื่องจากเมิ่งจางเฮ่อไม่ต้องการให้ลูกสาวของเขาต้องรอเขาทำอาหารนานเกินไป เพราะว่าอีกฝ่ายจะต้องทานยาหลังอาหารอีกด้วย ดังนั้นเมิ่งจางเฮ่อจึงได้ไหว้วานให้พ่อครัวที่ร้านอาหารทำมาให้ นอกจากนี้บรรดาลูกจ้างของร้านอาหารของรัฐต่างก็ได้สวัสดิการสำหรับสั่งซื้ออาหารในราคาที่ถูกกว่าปกติถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นเมิ่งจางเฮ่อจึงไม่ได้รู้สึกเสียดายที่จะต้องจ่ายเงินในส่วนนี้ออกไป

“ขอบคุณนะคะพ่อ”

‘เสี่ยวเป่า นายอย่าลืมถ่ายคลิปอาหารพวกนี้เอาไว้ด้วยนะ’

[ครับผม]

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็ขออนุญาตจากพ่อและแม่ของเธอเพื่อไปเดินย่อยอาหารในทันที ซึ่งแน่นอนว่าในตอนแรกพ่อกับแม่ของเธอต่างก็รู้สึกเป็นห่วง ด้วยกลัวว่าอาการป่วยของเธออาจจะกลับมาได้อีก ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันก็พยายามออดอ้อนคนทั้งคู่ และในที่สุดเธอก็ได้เดินออกมาย่อยอาหารอย่างที่ต้องการ

‘เสี่ยวเป่า คลิปแรกที่ลงไปกระแสตอบรับเป็นยังไงบ้างเหรอ’

[ดีมากเลยครับ มีหลายคนที่ต้องการซื้อโจ๊กจากคุณเมิ่งจือหลัน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางคนคิดว่าอาหารของคุณเมิ่งจือหลันดูไม่ค่อยน่ากินสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อพวกเขาได้ลองชิมรสชาติโจ๊กนั้นเข้าไป พวกเขาต่างก็รีบเปลี่ยนความคิดกันไปเลยทีเดียว]

[นอกจากนี้ยังมีคนที่ไม่ชอบคุณเมิ่งจือหลันด้วยครับ อย่างคอมเม้นต์นี้]

เสี่ยวเป่าเปิดคอมเม้นต์ที่เขาบล็อกให้เมิ่งจือหลันดูในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้ปล่อยให้คอมเม้นต์เหล่านี้อยู่ใต้คลิปของเมิ่งจือหลันต่อไป เพราะว่าบางคอมเม้นต์ก็ต่อว่าอย่างรุนแรง อีกทั้งไม่ยินยอมที่จะฟังคำพูดของคนอื่นเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นสิ่งที่เสี่ยวเป่าทำได้คือการบล็อกชื่อของคนเหล่านี้ไม่ให้เข้ามาชมหรือคอมเม้นต์คลิปหรือการสตรีมของเมิ่งจือหลันได้

นอกจากนี้เสี่ยวเป่ายังไม่ลืมที่จะส่งหมายศาลออกไปให้คนเหล่านั้นด้วยเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเมิ่งจือหลันจะอยู่ต่างช่วงเวลา แต่เมื่อเธอมีเขาเป็นระบบสตรีมก็สามารถทำการฟ้องร้องกับคนในโลกอนาคตที่คอมเม้นต์ต่อว่าอย่างรุนแรงโดยที่ไม่มีมูลความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

[แต่คุณเมิ่งจือหลันไม่ต้องเป็นกังวลไปนะครับ เพราะว่าสำหรับผู้ชมที่ต่อว่าคุณเมิ่งจือหลันอย่างรุนแรง โดยที่ถ้อยคำเหล่านั้นไม่เป็นความจำ ผมได้ทำการส่งหมายศาลไปให้กับคนเหล่านั้นเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งหลังจากที่การฟ้องร้องจบลงด้วยการชนะ เงินที่ได้รับจากคนเหล่านั้นจะถูกส่งมาให้กับคุณเมิ่งจือหลันต่อไปครับ]

เมิ่งจือหลันพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเดินกลับไปทิศทางเดิมเพื่อกลับเข้าไปภายในบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งจือหลันก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง เมื่อเธอได้ยินเสียงเรียกของใครบางคนดังขึ้นมาเสียก่อน ดังนั้นแทนที่เมิ่งจือหลันจะเดินกลับเข้าไปภายในบ้าน เธอจึงได้เดินตรงไปยังหน้าประตูรั้วบ้านในทันที

“สวัสดีคุณลุงเยี่ยนจวิ้น คุณป้าฟางหนิง”

ทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือนในครั้งนี้ เมิ่งจือหลันก็รีบทักทายอีกฝ่ายในทันที เนื่องจากคนทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านที่ดีคนหนึ่งของครอบครัวเธอนั่นเอง นอกจากนี้ลูกชายของคนทั้งคู่ก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกับน้องชายของเธออีกด้วย ดังนั้นครอบครัวของเธอและครอบครัวของอีกฝ่ายจึงสนิทสนมมากกว่าเพื่อนบ้านคนอื่น

“สวัสดีจ้ะหนูจือหลัน อาการของหนูดีขึ้นมากแล้วเหรอจ๊ะ ทำไมถึงได้มาเดินเล่นอยู่หน้าบ้านแบบนี้ละ” โจวฟางหนิงเดินเข้าไปหาหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเธอรู้จักกับอีกฝ่ายมานานหลายปีแล้ว ดังนั้นจึงรักใคร่เอ็นดูอีกฝ่ายเหมือนกับลูกสาวแท้ๆ ของเธอเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้เธอยังเคยคาดหวังว่าลูกชายของเธอกับเสิ่นจือหลันจะมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน แต่ถึงอย่างนั้นความฝันของเธอก็ต้องดับลงไปในทันทีที่เธอได้รู้ว่าลูกชายของเธอจะไปสมัครเป็นทหาร ซึ่งแน่นอนว่าเธอเคยคัดค้านการไปเป็นทหารของอีกฝ่าย เพราะว่าโจวฟางหนิงรู้สึกกลัวว่าลูกชายของเธอจะได้รับอันตรายนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเธอได้เห็นความมุ่งมั่นของลูกชายเธอ ในที่สุดโจวฟางหนิงก็ไม่ได้คัดค้านอีกต่อไป

“ส่วนนี่เป็นของฝากจากลุงแล้วก็ป้าเองจ้ะ”

“ขอบคุณคุณลุงกับคุณป้ามากเลยนะคะ ตอนนี้หนูรู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะ คุณลุงกับคุณป้าเข้ามาในบ้านก่อนดีกว่านะคะ” หลังจากที่เมิ่งจือหลันยื่นมือไปรับถุงผลไม้มาถือเอาไว้แล้ว เธอก็ไม่ลืมที่จะชักชวนอีกฝ่ายเข้ามาภายในบ้านของครอบครัวเธอ

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พอดีลุงกับป้าไม่อยากกวนเวลาพักผ่อนของเรา เอาไว้เมื่อหนูจือหลันหายดีแล้วก็แวะไปนั่งเล่นที่บ้านของลุงกับป้าบ้างนะจ๊ะ”

โจวฟางหนิงปฏิเสธเมิ่งจือหลันออกไป ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้รังเกียจที่จะเข้าไปพูดคุยภายในบ้านของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะเธอต้องการให้อีกฝ่ายได้พักผ่อนเสียมากกว่า นอกจากนี้บ้านของเธอและครอบครัวของเมิ่งจือหลันก็ยังอยู่ติดกันอีกด้วย ดังนั้นเธอจึงมีเวลาที่จะพูดคุยกับอีกฝ่ายอีกหลายครั้งเลยทีเดียว

“หายเร็วๆ นะหนูจือหลิง อย่างที่ป้าเขาบอกนั่นแหละจ้ะ ช่วงนี้หนูก็พักผ่อนเยอะๆ นะ จะได้หายเร็วๆ แล้วค่อยแวะไปนั่งเล่นที่บ้านของลุงกับป้า” เสิ่นเยี่ยนจวิ้นเห็นด้วยกับภรรยาของตัวเอง เนื่องจากเขาก็รู้สึกเอ็นดูเมิ่งจือหลันเช่นเดียวกับผู้เป็นภรรยา ดังนั้นเขาจึงอยากให้อีกฝ่ายได้พักผ่อนมากกว่าต้องมาพูดคุยกับเขาเช่นนี้

“ขอบคุณคุณลุงกับคุณป้ามากเลยนะคะ เอาไว้หนูจะแวะไปหาคุณลุงกับคุณป้าวันหลังแทนนะคะ”

หลังจากที่บอกลาคุณลุงเยี่ยนจวิ้นและคุณป้าฟางหนิงเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็เดินกลับเข้าไปภายในบ้านของเธอทันที ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่เธอจะเดินกลับไปยังห้องนอนของเธอนั่น เมิ่งจือหลันได้แวะไปหาพ่อกับแม่ของเธออีกครั้งเสียก่อน เพราะว่าเธอต้องการที่จะบอกกล่าวเรื่องของฝากของคุณลุงเยี่ยนจวิ้นและคุณป้าฟางหนิงให้พ่อกับแม่ของเธอรู้เสียก่อน หลังจากนั้นเมิ่งจือหลันจึงได้นำผลไม้เหล่านั้นไปวางไว้ภายในห้องครัว ก่อนที่เธอจะเดินกลับห้องนอนของเธอไปในที่สุด

‘เสี่ยวเป่า เดี๋ยวก่อนนอนพวกเรามาดูกระแสของคลิปล่าสุดที่พวกเราลงไปกันดีกว่า’

[จัดไปเลยครับ]

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...